โควิด-19: วัคซีนปลอดภัยหรือไม่สำหรับแม่และลูกในครรภ์

ที่มาของภาพ, Getty Images
สหราชอาณาจักรเป็นประเทศแรกในโลกที่อนุมัติให้มีการใช้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่พัฒนาโดยบริษัทไฟเซอร์ (Pfizer) และไบออนเทค (BioNTech) เป็นวงกว้างในหมู่ประชาชนทั่วไป
นี่ถือเป็นการพัฒนาวัคซีนที่รวดเร็วที่สุด โดยใช้เวลาพัฒนาจากแนวคิดออกมาเป็นตัวผลิตภัณฑ์ภายในระยะเวลาเพียง 10 เดือน จากปกติที่อาจต้องใช้เวลานาน 10 ปี แม้จะเป็นข่าวดี แต่หลายคนยังมีความกังวลและมีข้อข้องใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งทีมข่าวสุขภาพของบีบีซีจะมาช่วยไขความกระจ่างให้
วัคซีนโควิดปลอดภัยสำหรับแม่และลูกในครรภ์หรือไม่

ที่มาของภาพ, Getty Images
ฟิลิปปา ร็อกซ์บี
ผู้สื่อข่าวสุขภาพ
ปัจจุบันมีคำแนะนำไม่ให้ผู้หญิงที่กำลังตั้งท้องรับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 หรือหากมีแผนจะตั้งครรภ์ภายในช่วงเวลา 3 เดือนข้างหน้า
แม้จะไม่ปรากฏข้อกังวลด้านความปลอดภัยในการทดลองให้วัคซีนโควิด แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการทดสอบวัคซีนชนิดนี้กับสตรีมีครรภ์
ดังนั้น ทางการจึงมีข้อแนะนำให้ผู้หญิงที่กำลังตั้งท้องรอให้คลอดบุตรเสียก่อนแล้วจึงค่อยรับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19
ข้อแนะนำของสำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติ (NHS) ของอังกฤษ ระบุว่า ถ้าผู้หญิงพบว่าตัวเองตั้งท้องหลังจากได้รับวัคซีนโควิดเข็มแรก ก็ไม่ควรรับวัคซีนเข็มที่สองจนกว่าจะคลอดบุตรแล้ว
การให้วัคซีนในสหราชอาณาจักรโดยมากจะเรียงลำดับผู้ที่จะได้รับตามอายุ โดยจะให้คนวัยชราซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่สุดก่อน ดังนั้น สตรีมีครรภ์จึงไม่ได้อยู่ในกลุ่มแรก ๆ อยู่แล้ว
ส่วนหญิงมีครรค์ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อโรคโควิด-19 เพราะมีโรคประจำตัวต่าง ๆ เช่น โรคเกี่ยวกับหัวใจ ก็ควรรอจนกว่าจะคลอดบุตรแล้ว จึงค่อยรับวัคซีนโดยเร็วที่สุดหลังจากนั้น
คนชราวัย 95 ปีที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ (pacemaker) สามารถรับวัคซีนที่มีความเข้มข้นสูงเต็มโดสได้หรือไม่ หรือควรรอรับวัคซีนของมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด (ที่กำลังรออนุมัติ) ซึ่งมีความเข้มข้นน้อยกว่าครึ่งหนึ่งในเข็มแรก

ที่มาของภาพ, Getty Images
ฟิลิปปา ร็อกซ์บี
ผู้สื่อข่าวสุขภาพ
ในการทดลองวัคซีนของบริษัทไฟเซอร์ ซึ่งเป็นชนิดที่มีความเข้มข้นสูงนั้น มีการใช้อาสาสมัครทุกกลุ่มวัยเพื่อให้แน่ใจว่าวัคซีนมีความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรค โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะป่วยหนักและเสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มากที่สุด
เมื่อกลางเดือน พ.ย. ไฟเซอร์ได้เปิดเผยข้อมูลจากการทดลองในขั้นที่ 3 ที่บ่งชี้ว่า วัคซีนชนิดนี้ดูเหมือนจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ให้กลุ่มคนอายุ 65 ปีขึ้นไป ได้ถึง 94% อีกทั้งยังไม่พบหลักฐานว่าคนอายุ 90 ปีขึ้นไป จะไม่สามารถรับวัคซีนที่มีความเข้มข้นสูงเต็ม 2 โดสได้
วัคซีนเข็มแรกจะช่วยเตรียมระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้สามารถต่อสู้กับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ส่วนเข็มที่สองจะช่วยกระตุ้นการต้านทานโรคให้มีประสิทธิภาพเต็มที่ในหนึ่งสัปดาห์หลังจากได้รับวัคซีน
เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าวัคซีนมีความปลอดภัย จากการทดสอบประสิทธิภาพในระยะเวลาสั้น ๆ
ราเชล ชเรเยอร์
ผู้สื่อข่าวสุขภาพ
แม้การทดลองวัคซีนชนิดนี้จะทำขึ้นภายในเวลาอันรวดเร็ว แต่ก็ไม่มีการข้ามขั้นตอนใด ๆ ตามที่ต้องทำในการทดลองวัคซีนตามปกติ
แต่ความแตกต่างเดียวคือการดำเนินการทดลองบางขั้นตอนในเวลาที่คาบเกี่ยวกัน เช่น การทดลองขั้นที่ 3 เกิดขึ้นในขณะที่การให้วัคซีนในขั้นที่ 2 แก่อาสาสมัครหลายพันคนกำลังดำเนินอยู่
โดยทั่วไปผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์จากวัคซีนมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากได้รับวัคซีนไปแล้ว ส่วนผลกระทบระยะยาวนั้นพบเห็นได้ยากมาก
การเร่งการทดลองวัคซีนครั้งนี้มีขึ้นเพราะมีความต้องการมหาศาลจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกนั่นเอง












