You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
เฮติ : ลอบสังหารประธานาธิบดีเสียชีวิตคาบ้าน ย้อนรอยความรุนแรงในรัฐในทะเลแคริบเบียน
ประธานาธิบดีโฌเวแนล โมอิส ถูกลอบสังหารเสียชีวิตที่บ้านพักในกรุงปอร์โตแปรงซ์ เมืองหลวงของเฮติ ส่วนภริยาได้รับบาดเจ็บ
นายคล็อด โจเซฟ นายกรัฐมนตรีรักษาการ กล่าวว่า มือปืนได้บุกไปที่บ้านของประธานาธิบดีเฮติเมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณ 12.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย ยังไม่ทราบว่าเป็นใคร
เขาเรียกร้องให้ประชาชนอยู่ในความสงบ และระบุว่า "ได้มีการใช้มาตรการทุกอย่างในการทำให้เฮติเดินหน้าต่อไปได้"
นายโมอิส ก้าวขึ้นสู่อำนาจในปี 2017 แต่เผชิญกับการประท้วงเรียกร้องให้เขาลาออกจากตำแหน่ง
นายโจเซฟ เรียกการสังหารประธานาธิบดีว่า "การกระทำที่ป่าเถื่อน ไร้มนุษยธรรม และชั่วร้าย" โดยระบุว่า คนร้ายพูด "ภาษาอังกฤษและสเปน" ขณะนี้เขายังไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
เขากล่าวว่า สถานการณ์ในเฮติ ซึ่งเป็นประเทศยากจนที่ตั้งอยู่ในทะเลแคริบเบียน ยังควบคุมได้ และระบุเพิ่มเติมว่า "ประชาธิปไตยและสาธารณรัฐจะชนะ"
ในช่วงเช้าวันพุธ (7 ก.ค.) ท้องถนนในเมืองหลวงของเฮติ ดูเหมือนจะร้างราผู้คนเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่ยังคงมีคำถามมากมายว่านายโจเซฟจะควบคุมอำนาจได้ดีแค่ไหนในเฮติ ซึ่งเผชิญกับความรุนแรงของแก๊งอาชญากรรมและความไร้เสถียรภาพทางการเมือง
สาธารณรัฐโดมินิกัน เพื่อนบ้านของเฮติ สั่งให้ "ปิดพรมแดนที่ติดกับเฮติในทันที"
นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของสหราชอาณาจักร ได้ทวีตข้อความว่า เขารู้สึก "ตกใจและเศร้าโศกต่อการเสียชีวิตของนายโมอิส" และเรียกการลอบสังหารว่า "การกระทำที่น่ารังเกียจ" ด้านทำเนียบขาวเรียกการสังหารนี้ว่า "อาชญากรรมสะเทือนขวัญ"
นางมาร์ทีน โมอิส สตรีหมายเลขหนึ่ง กำลังเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล แต่ขณะนี้ยังไม่แน่ชัดว่าอาการเป็นอย่างไร
นายโฌเวแนล โมอิส อายุ 53 ปี ก้าวขึ้นสู่อำนาจตั้งแต่ปี 2017
ช่วงที่เขารับตำแหน่งเต็มไปด้วยอุปสรรค เพราะเขาเผชิญข้อกล่าวหาทุจริตหลายข้อหา และมีการประท้วงขนาดใหญ่ในกรุงปอร์โตแปรงซ์และเมืองอื่น ๆ ในปีนี้หลายครั้ง
ฝ่ายค้านของเฮติ ระบุว่า ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง 5 ปี ของนายโมอิส ยุติลงแล้วเมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2021 ซึ่งเป็นเวลา 5 ปี นับจากนายมิเชล มาร์เทลลี ประธานาธิบดีคนก่อนหน้าก้าวลงจากตำแหน่ง
แต่มีการจัดเลือกตั้งล่าช้าไป 1 ปี หลังจากนั้น และนายโมอิส ยืนกรานว่า เขายังต้องทำหน้าที่ต่อไปอีก 1 ปี เพราะเขาขึ้นรับตำแหน่งเมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2017
การเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาควรจะมีการจัดขึ้นในปีที่แล้ว แต่มีข้อพิพาทหลายอย่างทำให้การเลือกตั้งล่าช้าออกไป ทำให้นายโมอิสต้องปกครองประเทศด้วยประกาศคำสั่ง
ในเดือน ก.พ. ปีนี้ ในวันที่ฝ่ายค้านต้องการให้เขาออกจากตำแหน่ง นายโมอิส กล่าวว่า มีการสกัดความพยายามในการลอบสังหารเขาและการโค่นล้มรัฐบาลไว้ได้
เมื่อไม่นานนี้ เฮติ เผชิญกับการลักพาตัวและความรุนแรงของแก๊งอาชญากรรม โดยเฉพาะในเมืองหลวง ซึ่งมีเขตที่ห้ามเข้าหลายเขต
ความไร้เสถียรภาพอย่างต่อเนื่อง ความเป็นเผด็จการ และภัยพิบัติทางธรรมชาติ ทำให้เฮติ ซึ่งมีประชากร 10.2 ล้านคน เป็นหนึ่งในชาติที่ยากจนที่สุดในทวีปอเมริกา
มาตรฐานชีวิตความเป็นอยู่ที่เลวร้ายลง ทำให้คนเกือบ 60% ของประเทศมีชีวิตอยู่ภายใต้เส้นความยากจน
แผ่นดินไหวปี 2010 ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 200,000 คน และทำให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจของประเทศอย่างหนัก
กองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ ได้เข้ามาประจำการในเฮติในปี 2004 เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพของประเทศ และเพิ่งถอนกำลังออกไปเมื่อปี 2017 แต่ความวุ่นวายก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง
ข้อมูลประเทศ
เฮติเป็นประเทศสาธารณรัฐที่นำโดยคนผิวดำแห่งแรกของโลก และเป็นรัฐในแถบแคริบเบียนที่รับเอกราชแห่งแรกของโลก หลังจากหลุดพ้นจากการเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสและการเป็นทาสในต้นศตวรรษที่ 19
แต่การเป็นเอกราชทำให้เกิดความเสียหายตามมา เฮติต้องจ่ายเงินชดเชยให้ฝรั่งเศส ซึ่งเรียกร้องค่าชดเชยให้กับอดีตเจ้าของทาส เฮติจ่าย "หนี้เอกราช" ในช่วงศตวรรษที่ 19 หมดในปี 1947 และเมื่อไม่นานนี้ได้มีการเรียกร้องให้ฝรั่งเศสคืนเงินดังกล่าว
ผู้นำ
นายกรัฐมนตรีรักษาการ : คล็อด โจเซฟ
หลังการลอบสังหารประธานาธิบดีโมอิส เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2021 รายงานเบื้องต้นระบุว่า นายคล็อด โจเซฟ นายกรัฐนตรีรักษาการ จะขึ้นมาทำปฏิบัติหน้าที่แทน
เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 2021 นายโมอิส ได้แต่งตั้งให้นายอาเรียล อองรี ศัลยแพทย์ระบบประสาท เป็นนายกรัฐมนตรี แต่นายอองรี ยังไม่ได้สาบานตนเข้ารับตำแหน่งในตอนที่นายโมอิสถูกลอบสังหาร
นายโจเซฟ ขึ้นรักษาการตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังจากที่นายโจเซฟ ฌูธ อดีตนายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่งในเดือน เม.ย. 2021
สื่อ
วิทยุเป็นสื่อแนวหน้าในการเผยแพร่ข่าวสารของเฮติ มีสถานีวิทยุท้องถิ่นของเอกชนอยู่หลายร้อยแห่งทั่วประเศ
หน่วยงานที่จับตามองการทำงานของสื่อระบุว่า สื่อวิทยุของเฮติสะท้อนความเห็นที่หลากหลาย แต่การทำงานของผู้สื่อข่าวเผชิญกับการข่มขู่คุกคามและความรุนแรง
ประมาณ 19% ของชาวเฮติ เข้าถึงอินเทอร์เน็ตในปี 2019
ลำดับเหตุการณ์สำคัญ
เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่สำคัญบางส่วนของเฮติ :
1804 - นายพลฌอง ฌากส์ เดสซาลีนส์ ประกาศตั้งสาธารณรัฐเฮติของชาวผิวดำที่เป็นเอกราช หลังจากทาสที่เป็นกบฏเอาชนะทหารฝรั่งเศสที่จักรพรรดินโปเลียน โบนาปาร์ต ส่งมา
1915 - สหรัฐฯ บุกเฮติหลังจากเกิดความขัดแย้งกันระหว่างคนที่เป็นลูกผสมระหว่างคนผิวขาวและคนผิวดำ กับคนผิวดำ ซึ่งสหรัฐฯ เกรงว่าจะสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและการลงทุนของสหรัฐฯ ในเฮติ
1934 - สหรัฐฯ ถอนทหารออกจากเฮติ แต่ยังคงควบคุมด้านการเงินจนถึงปี 1947
1957 - ฟรองซัวส์ "ปาปา ด็อก" ดูวาลีเยร์ ชนะการเลือกตั้ง แต่สุดท้ายได้กลายเป็นเผด็จการที่เหี้ยมโหด
1971 - ปาปา ด็อก เสียชีวิต และ ฌอง-คล็อด "เบบี้ ด็อก" ดูวาลีเยร์ ลูกชายของเขา ขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทน
1986 - การลุกฮือประท้วงทำให้ประธานาธิบดีดูวาลีเยร์ จำเป็นต้องลี้ภัย ยุติการปกครองแบบเผด็จการนาน 29 ปี ของตระกูลนี้
1990 - ฟาเธอร์ ฌอง-แบร์ทรองด์ อริสตีด นักบวชที่ประชาชนชื่นชอบชนะอย่างถล่มทลาย ในการเลือกตั้งประธานาธิบดี ซึ่งเป็นการเลือกตั้งที่สงบและมีเสรีภาพครั้งแรกของเฮติ
1991 - กองทัพโค่นล้มประธานาธิบดีอริสตีด
1994 - ทหารสหรัฐฯ 20,000 นาย เดินทางมาเพื่อกอบกู้ประชาธิปไตย ฌอง-แบร์ทรองด์ อริสตีด กลับคืนมา
2004 - ประธานาธิบดีอริสตีด เดินทางออกจากเฮติอีกครั้ง ในช่วงที่เกิดกบฏ นาวิกโยธินสหรัฐฯ ได้ยกพลขึ้นบกเพื่อรักษาความสงบ กองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติถูกส่งมาประจำในเฮติ
2010 - ประชาชนมากกว่า 20,000 คน เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.0 ที่ส่งผลกระทบต่อกรุงปอร์โตแปรงซ์ และภูมิภาคอื่น ๆ เป็นแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดในเฮติในรอบ 200 ปี
2021 - กลุ่มมือปืนบุกบ้านพักของประธานาธิบดีโฌเวแนล โมอิส ในกรุงปอร์โตแปรงซ์ และสังหารเขาเสียชีวิต