นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมในกัมพูชาถูกตั้งข้อหาดูหมิ่นกษัตริย์

ศาลในกัมพูชาได้ตั้งข้อหานักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมว่า วางแผนต่อต้านรัฐบาลและดูหมิ่นกษัตริย์

สมาชิกของกลุ่มมาเธอร์ เนเจอร์ (Mother Nature) ถูกจับกุมตัวหลังจากที่พวกเขาบันทึกหลักฐานการปล่อยน้ำเสียลงในแม่น้ำโตนเลสาบในกรุงพนมเปญ

กฎหมายห้ามหมิ่นประมาทกษัตริย์ของกัมพูชาเป็นกฎหมายค่อนข้างใหม่และยังไม่มีความชัดเจนว่า นักเคลื่อนไหวเหล่านี้หมิ่นประมาทอย่างไร

นักเคลื่อนไหวทั้งสามคนเผชิญกับโทษจำคุกระหว่าง 5-10 ปี

อัยการกล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า "หลักฐานที่ตำรวจเก็บมาได้คือการหมิ่นประมาทกษัตริย์" แต่พวกเขาไม่ได้อธิบายอย่างชัดเจนว่า มีการละเมิดกฎหมายอย่างไร

ผู้ไม่เห็นด้วยเคยเตือนว่า กฎหมายซึ่งบังคับใช้ในปี 2018 นี้ กำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือในการปิดปากผู้แข็งข้อ

นักเคลื่อนไหวที่ถูกตั้งข้อหาทั้ง 3 คนเป็นสมาชิกของกลุ่มมาเธอร์ เนเจอร์ คือ ซุน รัฐถา อายุ 26 ปี, ลี จันดาราวุธ อายุ 22 ปี และ ยิม เลียงฮี อายุ 32 ปี

ศูนย์สิทธิมนุษยชนกัมพูชา ระบุว่า พวกเขาถูกควบคุมตัวเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ขณะที่กำลังบันทึกหลักฐานการปล่อยน้ำเสียลงสู่แม่น้ำโตนเลสาบ บริเวณใกล้กับพระบรมมหาราชวัง

นาลี พิลอร์ก ผู้อำนวยการ สันนิบาตกัมพูชาเพื่อการส่งเสริมและปกป้องสิทธิมนุษยชน (LICADHO) กล่าวกับรอยเตอร์ว่า "รัฐบาลกัมพูชาเล่นงานกลุ่มมาเธอร์ เนเจอร์ กัมพูชา อย่างไม่ลดละ"

"นี่แสดงถึงการยกระดับข้อกล่าวหา 'การวางแผน' ซึ่งมีความรุนแรง"

อเลฮานโดร กอนซาเลซ-เดวิดสัน ผู้ก่อตั้งมาเธอร์ เนเจอร์ ซึ่งถูกเนรเทศออกนอกประเทศในปี 2015 หลังจากเขาวิจารณ์แผนการสร้างเขื่อนที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ ถูกตั้งข้อหาลับหลัง

ในเดือนที่แล้ว นักเคลื่อนไหวอีก 3 คน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มนี้ ถูกลงโทษจำคุกระหว่าง 18-20 เดือน จากการจัดการเดินขบวนต่อต้านการนำทรายมาถมทะเลสาบแห่งหนึ่งในกรุงพนมเปญ

สถานทูตสวีเดนและสหรัฐฯ ต่างออกมาวิจารณ์การตั้งข้อหานี้

"รู้สึกกังวลเป็นอย่างยิ่งที่ได้ยินว่ามีการจับกุมตัวนักเคลื่อนไหวเยาวชนด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติมอีก" นายแพทริก เมอร์พี เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำกัมพูชากล่าว "การบันทึกหลักฐานมลพิษเป็นบริการสาธารณะ ไม่ใช่การก่อการร้าย เราเรียกร้องให้ทางการรับฟังพลเมืองของตัวเอง ไม่ใช่การทำให้พวกเขาสงบปากสงบคำ"

"รัฐบาลกัมพูชาได้ยกระดับการดำเนินการในการปิดปากนักเคลื่อนไหวที่รณรงค์ให้คุ้มครองสิ่งแวดล้อมอย่างสันติ" ฟิล โรเบิร์ตสัน รองผู้อำนวยการฮิวแมนไรท์วอทช์ (Human Rights Watch--HRW) กล่าว

"รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ทีมงานของสหประชาชาติในกัมพูชา และผู้บริจาคต่างประเทศ ควรเรียกร้องให้ทางการกัมพูชายกเลิกข้อกล่าวหาที่ไร้สาระต่อนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม และประณามการปราบปรามการเคลื่อนไหวอย่างสันติในอนาคตอย่างเปิดเผย"

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า "ศาลที่ได้รับอิทธิพลทางการเมืองสูงของกัมพูชา ทำให้นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมที่ถูกตั้งข้อหา ไม่มีโอกาสที่จะได้รับการไต่สวนที่เป็นธรรม"

ด้านนายเพ สีพาน โฆษกรัฐบาลกัมพูชา เพิกเฉิยต่อการวิพากษ์วิจารณ์การตั้งข้อหา โดยระบุว่า รัฐบาลเพียงแค่ทำตามกฎหมาย

ผู้ถูกตั้งข้อหาควร "หาทนายความเก่ง ๆ มาสู้คดีนี้ในศาล แทนที่จะกุข่าวขึ้น" เขากล่าว

กัมพูชาเป็นประเทศที่มีกษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ซึ่งปกครองประเทศมานานหลายสิบปี ครองอำนาจเกือบทั้งหมด

เป็นที่ทราบกันดีว่า รัฐบาลที่ครองอำนาจเด็ดขาดนี้ มักจะปราบปรามผู้ที่แข็งข้อและผู้ที่เคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลอย่างรุนแรง