ประติมากรรมกรีกโบราณต้องมีสีขาวบริสุทธิ์จริงหรือ

คำบรรยายวิดีโอ, ทำไมเราจึงทึกทักว่าศิลปะกรีกโบราณไม่มีสีสัน

เมื่อนึกถึงศิลปะกรีกและโรมันโบราณหลายคนอาจมีภาพของรูปปั้นหรือรูปสลักหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ที่ไม่มีสีสันใด ๆ เด้งขึ้นมาในหัว แต่นี่เป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้องนัก

ทีมนักวิชาการด้านศิลปะในเยอรมนีได้ศึกษาเรื่องนี้ และพบว่าอันที่จริงประติมากรรมกรีกและโรมันแบบดั้งเดิมนั้นถูกตกแต่งด้วยสีสันอันสดใส แต่ความเชื่อผิด ๆ ที่สืบทอดกันมานานหลายศตวรรษได้สร้างภาพจำผิด ๆ ให้คนมาจนถึงยุคปัจจุบัน

ศาสตราจารย์ วินเซนซ์ บริงก์แมน นักโบราณคดีจากพิพิธภัณฑ์ Liebieghaus ได้พัฒนาโครงการฐานข้อมูลทางโบราณคดีที่ชื่อ Projekt Dyabola ซึ่งผลที่ได้จากงานวิจัยส่วนหนึ่งเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีอันทันสมัยในการบ่งชี้สีสันที่แท้จริงของประติมากรรมกรีกโบราณนั้นได้ถูกนำไปจัดเป็นนิทรรศการที่มีชื่อว่า Gods in Colour ซึ่งจัดแสดงงานศิลปะที่ถูกสร้างขึ้นให้ตรงตามลักษณะสีสันดั้งเดิมของผลงานในยุคกรีกโบราณ

ศาสตราจารย์ บริงก์แมน ระบุว่า แนวความคิดผิด ๆ ที่ว่ารูปปั้นสมัยกรีกโบราณต้องมีสีขาวบริสุทธิ์นั้น เริ่มต้นขึ้นในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา ช่วงศตวรรษที่ 15-16 ที่ผู้คนกลับมาสนใจศิลปะคลาสสิกในสมัยโบราณอีกครั้ง

คนยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาในอิตาลีต้องการกลับคืนสู่ความโบราณในยุคก่อนคริสต์ศาสนา พวกเขาต้องการสร้างสรรค์งานที่มีลักษณะเด่นจากยุคกรีกโบราณ โดยยึดจากรูปปั้นและวิหารโบราณที่สีสันเลือนหายไปตามกาลเวลา นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเขาก็คิดว่างานศิลปะในยุคนี้ไม่มีสีสันที่สดใส

ความเชื่อแบบผิด ๆ ดังกล่าวยิ่งถูกขยายเป็นวงกว้างมากขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เมื่อแนวคิดสุดโต่งเรื่องความงามของศิลปะค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นจากอิทธิพลของลัทธิฟาสซิสต์ในยุโรป ที่พยายามเผยแพร่แนวคิดเรื่องวัฒนธรรมที่เหนือกว่าและมีคุณค่ากว่าในยุโรป โดยที่ไม่ยอมรับความงามทางศิลปะแบบอื่น ๆ

ศาสตราจารย์ มาร์ก แอบเบ อาจารย์ด้านประวัติศาสตร์ศิลป์จากมหาวิทยาลัยจอร์เจีย กล่าวว่า ค่านิยมความงามทางศิลปะที่เกิดจากความเข้าใจผิดดังกล่าวได้ถูกสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้ โดยงานรูปสลักหินอ่อนสีขาวล้วนมักถูกยกให้ที่เป็นตัวอย่างที่ดีของงานศิลปะที่มีรูปแบบเป็นอมตะสากลในแง่ของความวิจิตรงดงามและลักษณะทางจริยธรรม