คนเลี้ยงสัตว์เร่ร่อนกลุ่มสุดท้ายแห่งเทือกเขาหิมาลัย
การเลี้ยงสัตว์แบบเร่ร่อนเป็นอาชีพเก่าแก่ของผู้คนในแถบเทือกเขาหิมาลัยที่กำลังจะสูญหายไปในปัจจุบัน
เซวัง ริกซิน วัย 60 ปี ทำอาชีพคนเลี้ยงสัตว์เร่ร่อนมาตั้งแต่เด็ก เขาอาศัยอยู่ในภูมิภาคลาดักห์ของอินเดียบริเวณพรมแดนที่ติดกับจีน และเลี้ยงจามรี 60 ตัว เพื่อเก็บขนพวกมันไปทอผ้า
เขาบอกว่านี่คือชีวิตที่เขาเลือก แม้จะไม่ใช่อาชีพที่สุขสบายก็ตาม
"ชีวิตคนเลี้ยงสัตว์นั้นยากลำบาก ผมย้ายฝูงสัตว์ไปกินหญ้า ต้องทำอาหาร และทำทุกอย่างด้วยตัวเอง บางครั้งผมต้องเดินทางไกลเพื่อหาน้ำใช้"
ความยากลำบากดังกล่าวทำให้คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่เลือกที่จะประกอบอาชีพอื่นที่สบายกว่า นี่จึงทำให้ปัจจุบันมีคนเลี้ยงสัตว์เร่ร่อนเหลืออยู่เพียงไม่กี่สิบคนในชุมชนของเซวัง ริกซิน ซึ่งบอกว่า "ผมเป็นคนเลี้ยงสัตว์เร่ร่อนคนสุดท้ายของครอบครัว"
"ลูกของผมต่างเรียนหนังสือ พวกเขาไม่สามารถทนกับสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่โหดร้ายได้ พวกเขาไม่อยากเป็นคนเลี้ยงสัตว์ นี่จึงเป็นจุดสิ้นสุดของสิ่งที่ครอบครัวเราทำสืบกันมา"
ขณะที่ ชิเมต อังโม หญิงชราผู้ยึดอาชีพเลี้ยงสัตว์เร่ร่อนมา 46 ปี เล่าว่าในบรรดาลูก 6 คนของเธอไม่มีคนไหนอยากเดินตามรอยเธอเลย
"ลูก ๆ บอกให้เราเลิกอาชีพนี้ แต่ถ้าเราเลิกทำ แล้วเราจะเอาอะไรกินกัน ลูกทุกคนของฉันทำงานเป็นยาม พวกเขารู้สึกว่าผู้คนมองคนเลี้ยงสัตว์เป็นงานต้อยต่ำ และไม่ถือเป็นอาชีพด้วยซ้ำ"
การเลี้ยงสัตว์แบบเร่ร่อนถือเป็นวิถีชีวิตที่เก่าแก่ของมนุษย์ โดยเป็นการการเลี้ยงสัตว์ที่เคลื่อนย้ายฝูงสัตว์ไปเรื่อย ๆ เพื่อหาแหล่งหญ้าและแหล่งน้ำแห่งใหม่ ซึ่งคนเลี้ยงสัตว์เหล่านี้จะอาศัยอยู่ในที่พักชั่วคราวที่สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย
การเลี้ยงสัตว์แบบเร่รอนปรากฏในหลายพื้นที่ทั่วโลก ตั้งแต่เขตอากาศแห้งแล้ง อบอุ่น ไปจนถึงอากาศหนาวเย็น โดยสัตว์เลี้ยงที่สำคัญ ได้แก่ แกะ แพะ จามรี วัว ม้า และอูฐ


