You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
รัฐประหารเมียนมา : กองทัพขู่ผู้ชุมนุมอาจถูกคุมขัง 20 ปี
กองทัพเมียนมาเตือนผู้ชุมนุมประท้วงทั่วประเทศว่าอาจต้องเผชิญกับการถูกคุมขังนานถึง 20 ปี หากขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่กองกองทัพ นอกจากนี้ผู้ที่กระทำการเข้าข่ายปลุกระดมให้เกิด "ความเกลียดชังหรือหมิ่นประมาท" ก็ต้องเผชิญทั้งโทษปรับและจำคุกเป็นเวลายาวนาน
คำแถลงที่เผยแพร่ทางเว็บไซต์ของกองทัพเมียนมาในวันนี้ระบุว่าผู้ที่ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของกองกำลังรักษาความมั่นคงอาจถูกลงโทษจำคุกนาน 7 ปี และผู้ที่ปลุกกระแสความหวาดกลัว หรือความไม่สงบต่อสาธารณะอาจถูกลงโทษจำคุกนาน 3 ปี
กองทัพเมียนมาออกคำเตือนดังกล่าวในจังหวะเดียวกับที่มีผู้พบเห็นรถถังหุ้มเกราะของทหารวิ่งอยู่ตามท้องถนนในหลายเมือง ในขณะที่ประชาชนนับแสนคนออกมาชุมนุมประท้วงติดต่อกันเป็นวันที่เก้า เรียกร้อง ให้ปล่อยตัวนางออง ซาน ซู จี ที่ถูกกักบริเวณให้อยู่ในบ้านพัก นับตั้งแต่กองทัพก่อรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์
มีรายงานว่าทหารได้ยิงกระสุนยางเข้าใส่ผู้ประท้วงในใจกลางเมืองมัณฑะเลย์ ภาพที่มีการเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียชี้ให้เห็นว่าผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บและได้ยินเสียงปืน
นอกจากนี้ที่นครย่างกุ้งตำรวจพยายามบุกค้นที่ทำการใหญ่ของพรรคเอ็นแอลดีแต่ยังไม่ชัดเจนว่าสามารถเข้าไปในที่ทำการพรรคได้หรือไม่
ในวันนี้ (15 ก.พ.) ทนายความของนางซู จี เปิดเผยว่านางซู จี จะถูกกักขังต่อไปอีกสองวัน ก่อนที่จะถูกดำเนินคดีผ่านวิดีโอลิงค์ไปยังศาลในกรุงเนปิดอว์ในวันพุธนี้ โดยสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่านางซู จี ถูกตั้งข้อหาหลายข้อหารวมทั้งการครอบครองอุปกรณ์สื่อสารวอลค์กีทอลค์กี ซึ่งทีมงานรักษาความปลอดภัยของนางใช้ในการปฏิบัติหน้าที่
ผู้สื่อข่าวบีบีซีรายงานว่าการเสริมกำลังของกองทัพเมียนมาในขณะนี้เป็นสัญญาณล่าสุดที่ชี้ให้เห็นว่ามีความเป็นไปได้ที่จะมีการใช้กำลังปราบปรามผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการก่อรัฐประหาร
ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาทางการสหรัฐฯ แจ้งเตือนให้พลเมืองของตนที่อยู่ในเมียนมา "เก็บตัวอยู่ในที่พัก"หลังจากมีรายงานการเคลื่อนไหวของทหาร และมีการตัดการสื่อสารโทรคมนาคมลงชั่วคราว อย่างไรก็ดี ขณะนี้สัญญาณอินเทอร์เน็ตกลับมาใช้งานได้อีกครั้งแล้ว
เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา กองทัพเมียนมาที่นำโดยพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ได้ก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนของนางออง ซาน ซู จี พร้อมควบคุมตัวเธอ และผู้นำอาวุโสของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ตลอดจนประธานาธิบดีวิน มินต์ ไว้ในบ้านพัก
เกิดอะไรขึ้น
เมื่อวานนี้ (14 ก.พ.) มีข่าวการพบเห็นรถหุ้มเกราะของทหารวิ่งอยู่ตามถนนสายหลักในย่านใจกลางนครย่างกุ้ง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับแต่เกิดเหตุรัฐประหาร
ก่อนหน้านี้ ชาวเมียนมาจำนวนมากได้ออกไปชุมนุมประท้วงตามท้องถนนเป็นวันที่เก้าเพื่อแสดงพลังต่อต้านการยึดอำนาจของกองทัพ
ที่เมืองมิตจีนาในรัฐคะฉิ่น มีผู้ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นในขณะที่กองกำลังรักษาความมั่นคงปะทะกับกลุ่มผู้ประท้วง ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่ากระสุนปืนที่ใช้ยิงเป็นกระสุนยางหรือกระสุนจริง
นอกจากนี้ยังมีการจับกุมผู้ประท้วง และมีนักข่าว 5 คน ถูกจับกุมด้วย
เมื่อวันที่ 13 ก.พ. กองทัพเมียนมาระบุว่าได้ออกหมายจับกลุ่มนักรณรงค์ฝ่ายตรงข้ามชื่อดังจำนวน 7 คน พร้อมเตือนประชาชนไม่ให้ที่ซ่อนตัวแก่นักเคลื่อนไหวที่หลบหนีการจับกุม
โดยคลิปวิดีโอจากเมียนมาเมื่อวานนี้ เผยให้เห็นประชาชนแสดงอารยะขัดขืนด้วยการเคาะหม้อและกระทะเพื่อแจ้งเตือนเพื่อนบ้านให้ระวังการบุกเข้าจับกุมของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในยามวิกาล
ในวันเดียวกัน กองทัพยังสั่งระงับกฎหมายที่กำหนดให้ต้องมีคำสั่งศาลในการควบคุมตัวคนนานกว่า 24 ชั่วโมง และการเข้าตรวจค้นสถานที่ส่วนบุคคล
สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติระบุเมื่อวันที่ 12 ก.พ. ว่า นับแต่เกิดเหตุรัฐประหารยึดอำนาจมีประชาชนในเมียนมาถูกจับกุมไปแล้วกว่า 350 คน
บริษัทผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมในเมียนมาต่างแนะนำให้ลูกค้าปิดใช้บริการอินเทอร์เน็ตระหว่างเวลา 01:00 - 09:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันอาทิตย์ที่ 14 ก.พ.ไปจนถึงวันจันทร์
คำเตือนพลเมืองอเมริกันครั้งนี้มีขึ้นหลังจาก ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ลงนามในคำสั่งพิเศษฝ่ายบริหารคว่ำบาตรผู้นำคณะรัฐประหารของเมียนมา ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่นายไบเดนบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อเดือน ม.ค.
โดยมาตรการคว่ำบาตรนี้พุ่งเป้าที่ผู้นำทหาร รวมทั้งสมาชิกในครอบครัวและธุรกิจที่มีความเชื่อมโยงกับพวกเขา
นอกจากนี้ รัฐบาลของนายไบเดนยังเตรียมมาตรการเพิ่มเติมคือไม่ให้ผู้นำกองทัพเมียนมาเข้าถึงกองทุนด้านการทหารมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ที่อยู๋ในสหรัฐฯ อีกด้วย