รัฐประหารเมียนมา : จีนสกัดสหประชาชาติออกแถลงประณาม ด้าน ตร.บอกจะคุมซู จี ถึง 15 ก.พ.

ที่มาของภาพ, Reuters
ตำรวจเมียนมาตั้งหลายข้อหาต่อ นางออง ซาน ซู จี หลังการยึดอำนาจเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ขณะที่สหประชาชาติไม่สามารถแถลงประณามเมียนมาได้หลังโดนจีนคัดค้าน
เมื่อวันจันทร์ กองทัพเมียนมาเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนครั้งแรกในรอบ 59 ปี และได้เข้าควบตัวนางออง ซาน ซู จี และสมาชิกอาวุโสคนอื่น ๆ ของพรรคเอ็นแอลดีของเธอที่เป็นพรรคแกนนำในรัฐบา ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของนานาชาติ
ล่าสุด ตำรวจเมียนมาตั้งหลายข้อหาต่อนางออง ซาน ซู จี โดยเอกสารตำรวจระบุว่า เธอจะถูกควบคุมตัวไปจนถึงวันที่ 15 ก.พ. หนึ่งในข้อกล่าวหาคือการฝ่าฝืนกฎหมายด้านการนำเข้าและส่งออก และการมีเครื่องมือสื่อสารผิดกฎหมายไว้ในครอบครอง
ตอนนี้ ไม่มีใครทราบว่านางออง ซาน ซู จี อยู่ที่ใด แต่ก็มีรายงานว่าเธออยู่ที่บ้านพักอาศัยตัวเองที่กรุงเนปิดอว์ ด้านนายวิน มินต์ ประธานาธิบดีก็โดนตั้งข้อหาเช่นกัน แต่เป็นจากการฝ่าฝืนกฎห้ามชุมนุมในช่วงโควิด-19 ระบาด และเขาจะถูกคุมตัวไปอีกสองสัปดาห์เช่นกัน

เมื่อวานนี้ (2 ก.พ.) คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติร่วมประชุมเรื่องการออกแถลงการณ์ร่วมที่จะประณามกองทัพเมียนมา แต่ไม่สำเร็จเพราะจีนใช้สิทธิยับยั้งหรือวีโต้ไว้ในฐานะที่เป็น 1 ใน 5 ประเทศสมาชิกถาวร
ก่อนหน้าการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ นางคริสตีน ชราเนอร์ ผู้แทนพิเศษของสหประชาชาติประจำเมียนมา ได้ออกมาประณามการยึดอำนาจอย่างรุนแรง โดยบอกว่าผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเป็นชัยชนะอย่างถล่มทลายของนางออง ซาน ซู จี

ที่มาของภาพ, Myanmar police
นอกจากนี้ กลุ่มจี 7 ซึ่งประกอบไปด้วยชาติมหาอำนาจด้านเศรษฐกิจอย่าง แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ ได้ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลและเรียกร้องให้เมียนมากลับสู่ระบอบประชาธิปไตยโดยเร็ว
ที่นครย่างกุ้ง มีการเคลื่อนไหวต่อต้านการยึดอำนาจอย่างสันติมากขึ้นเรื่อย ๆ มีบุคลากรทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลหลายสิบแห่งทั่วประเทศหยุดงานประท้วงการรัฐประหารและเรียกร้องให้ปล่อยตัวนางออง ซาน ซู จี

ที่มาของภาพ, MPA
ทำไมจีนถึงคัดค้าน
ตั้งแต่เกิดการยึดอำนาจ จีนเตือนว่าการคว่ำบาตรหรือแรงกดดันจากนานาชาติจะยิ่งทำให้สถานการณ์ในเมียนมาแย่เข้าไปใหญ่
นานมาแล้วที่จีนเล่นบทเป็นคนคอยปกป้องเมียนมาไม่ให้ถูกนานาชาติตรวจสอบ
ครั้งแล้วครั้งเล่าที่จีนและรัสเซียออกปกป้องที่เมียนมาโดนวิจารณ์ในเวทีสหประชาชาติเรื่องที่กองทัพปราบปรามชาวโรฮิงญาอย่างรุนแรง
เซบาสเตียน สเตรนจิโอ บรรณาธิการด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประจำเว็บไซต์เดอะดิโพลแมท บอกว่า ท่าทีของจีนเรื่องรัฐประหารไปในทิศทางเดียวกันกับที่พวกเขามักต่อต้านการเข้ามาแทรกแซงของนานาชาติโดยรวมอยู่แล้ว
อย่างไรก็ดี เขาบอกว่า นั่นไม่ได้หมายความว่าจีนจะยินดีกับการยึดอำนาจในครั้งนี้ สเตรนจิโอ บอกว่า จีนมีข้อข้อตกลงค่อนข้างดีกับพรรคเอ็นแอลดี และลงทุนไปเยอะเพื่อสานสัมพันธ์กับนางออง ซาน ซู จี การกลับมาของทหารเท่ากับว่า จีนต้องเจรจากับกลุ่มอำนาจที่เคยเคลือบแคลงในเจตนาของจีนมากที่สุด
อนาคตจะเป็นอย่างไร
ผู้เชี่ยวชาญหลายคนไม่กล้าฟันธงว่าทำไมกองทัพเมียนมาจึงทำรัฐประหารในตอนนี้ เพราะดูเหมือนจะไม่ได้มีผลดีอะไรนัก
"ต้องเข้าใจว่าระบบปัจจุบันเอื้อประโยชน์ต่อกองทัพมหาศาล กองทัพปกครองตัวเองอย่างสิ้นเชิง มีการลงทุนจำนวนมากในต่างประเทศที่ให้ผลตอบแทนทางการค้าแก่กองทัพ และประชาชนยังปกป้องพวกเขาจากการก่ออาชญากรรมสงคราม" เจอราร์ด แม็กคาร์ที นักวิจัยหลังปริญญาเอกที่สถาบันวิจัยเอเชีย มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ กล่าวกับบีบีซี

ที่มาของภาพ, Reuters
"การยึดอำนาจนาน 1 ปี ตามที่กองทัพประกาศ จะเป็นการโดดเดี่ยวหุ้นส่วนต่างชาติที่ไม่ใช่จีน ทำลายผลประโยชน์ทางการค้าของกองทัพ และยังกระตุ้นให้เกิดการต่อต้านจากประชาชนหลายล้านคนที่เลือก ซู จี และพรรคเอ็นแอลดีให้เป็นรัฐบาลต่ออีกหนึ่งสมัยด้วย"
เขากล่าวว่า บางทีพวกเขาอาจหวังว่าจะทำให้อันดับในการเลือกตั้งในอนาคตของพรรคยูเอสดีพีดีขึ้น แต่ความเสี่ยงของการทำเช่นนั้น "สูงยิ่ง"
ฟิล โรเบิร์ตสัน จากฮิวแมนไรท์วอทช์ชี้ว่า การทำเช่นนี้ทำให้เมียนมาตกอยู่ในอันตรายที่จะกลายเป็น "รัฐที่ถูกนานาชาติคว่ำบาตร" อีกครั้ง ขณะเดียวกันก็ทำให้ประชาชนในประเทศไม่พอใจด้วย
"ผมไม่คิดว่าประชาชนเมียนมาจะยอมรับเรื่องนี้แต่โดยดี" เขากล่าวเพิ่มเติม "พวกเขาไม่ต้องการย้อนกลับไปมีอนาคตอยู่ภายใต้ทหารอีกครั้ง พวกเขาเห็น ซู จี เป็นป้อมปราการในการต่อต้านการกลับมามีอำนาจของทหาร"
เขาคิดว่ายังมีความหวังที่สถานการณ์การเมืองเมียนมาจะคลี่คลายด้วยการเจรจา แต่ "ถ้าเราเริ่มเห็นว่ามีการประท้วงใหญ่เกิดขึ้น เมื่อนั้นเราก็จะเข้าสู่วิกฤตครั้งสำคัญ"

ปฏิกิริยาต่อรัฐประหารเป็นอย่างไรบ้าง
เมียนมาถูกปกครองโดยกองทัพจนถึงปี 2554 ซึ่งการปฏิรูปประชาธิปไตยที่นำโดย ออง ซาน ซู จี ได้ทำให้การปกครองโดยตรงของทหารต้องสิ้นสุดลง
สหรัฐฯ ประณามการทำรัฐประหารครั้งนี้ โดยระบุว่ารัฐบาลสหรัฐฯ "ต่อต้านความพยายามใด ๆ ที่เปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้งเมื่อไม่นานนี้ หรือขัดขวางการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยของเมียนมา"
นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เรียกร้องให้มีการปล่อยตัวเจ้าหน้าที่รัฐบาลและผู้นำภาคประชาสังคมทุกคน และระบุว่า สหรัฐฯ "จะยืนหยัดอยู่กับประชาชนเมียนมาที่ปรารถนาประชาธิปไตย, เสรีภาพ, สันติภาพ และการพัฒนา กองทัพต้องถอยออกมาทันที"
ในสหราชอาณาจักร นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ประณามรัฐประหารและ "การคุมขัง ออง ซาน ซู จี อย่างผิดกฎหมาย"
มาริส เพย์น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศออสเตรเลีย เรียกร้องให้ "กองทัพเมียนมาเคารพหลักนิติธรรม" และ "ปล่อยตัวผู้นำพลเรือนและคนอื่น ๆ ที่ถูกควบคุมตัวอย่างผิดกฎหมายในทันที"
ทอม แอนดรูส์ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษของสหประชาชาติด้านสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในเมียนมา เรียกร้องนานาชาติให้ออกมาตรการที่เด็ดขาดมาตอบโต้การกระทำครั้งนี้ ซึ่งรวมถึง การคว่ำบาตรแบบเฉพาะเจาะจง การระงับการค้าขายอาวุธ จนกว่าประชาธิปไตยจะกลับมา









