You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
โจ ไบเดน กับเรื่องด่วนที่จะทำ หลังนั่งเก้าอี้ผู้นำสหรัฐฯ คนที่ 46
ทีมงานของนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 46 แถลงก่อนถึงเวลาทำพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งเพียงไม่กี่ชั่วโมงว่า นายไบเดนเตรียมจะออกคำสั่งชุดใหญ่ในช่วง 10 วันแรกของการเข้าดำรงตำแหน่ง เพื่อแก้ไขสิ่งที่ผู้นำสหรัฐฯ คนก่อนได้ทำไว้โดยไม่รอช้า
คำสั่งประธานาธิบดีดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจของผู้นำฝ่ายบริหารโดยตรง (executive order) ซึ่งไม่ต้องขอความเห็นชอบจากสภาคองเกรสเสียก่อน
ในอันดับแรก นายไบเดนจะออกมาตรการเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งคร่าชีวิตชาวอเมริกันไปแล้วกว่า 4 แสนคน โดยจะยับยั้งกระบวนการถอนตัวของสหรัฐฯ ออกจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และรวมศูนย์การบริหารงานระดับชาติ เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างเป็นระบบ
นายไบเดนจะมีคำสั่งให้ประสานงานแจกจ่ายอุปกรณ์ป้องกันเชื้อกับชุดตรวจหาเชื้อให้ทั่วถึง เร่งฉีดวัคซีนแก่ประชากร 100 ล้านคน โดยให้ได้รับวัคซีนโดสแรกเป็นอย่างน้อย ภายใน 100 วันแรกของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี
จะมีการรณรงค์ "สวมหน้ากาก 100 วัน" เชิญชวนให้พลเมืองอเมริกันสวมหน้ากากอนามัยโดยถ้วนหน้ากัน รวมทั้งออกกฎให้ต้องสวมหน้ากากและเว้นระยะห่างทางสังคมในอาคารที่ทำการของรัฐทุกแห่ง
นอกจากนี้ นายไบเดนจะมีคำสั่งให้ออกมาตรการช่วยเหลือทางเศรษฐกิจด้วย โดยนอกจากผลักดันงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แล้ว ยังให้หน่วยงานของรัฐผ่อนผันขยายกำหนดเวลาใช้คำสั่งขับไล่ผู้เช่าหรือยึดทรัพย์หลุดจำนองออกไปอีก รวมทั้งพักชำระหนี้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา
ประเด็นที่มีความสำคัญรองลงมาเป็นอันดับสอง แต่ก็จะได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วนเช่นกัน ได้แก่เรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งนายไบเดนได้ลงนามในเอกสารที่ส่งถึงสหประชาชาติในวันที่ 20 ม.ค. เพื่อกลับเข้าเป็นภาคีความตกลงปารีสอีกครั้ง เขายังมีคำสั่งให้ทบทวนปรับเปลี่ยนมาตรฐานการปล่อยคาร์บอนของรัฐบาลชุดที่แล้ว รวมทั้งยกเลิกโครงการท่อส่งน้ำมัน Keystone XL ที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ส่วนประเด็นเร่งด่วนอื่น ๆ ที่รวมอยู่ในชุดคำสั่งฝ่ายบริหารของนายไบเดน ได้แก่
- การยกเลิกคำสั่งห้ามพลเมืองจากประเทศที่เป็นมุสลิมเดินทางเข้าสหรัฐฯ
- ยุติการสร้างกำแพงกั้นแนวพรมแดนที่ติดกับเม็กซิโก
- จัดการกับปัญหาความไม่เท่าเทียมจากเหตุกีดกันแบ่งแยกเชื้อชาติอย่างถอนรากถอนโคน
- ปกป้องสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBT)
- ฟื้นฟูความเชื่อมั่นในหมู่ชาติพันธมิตรเก่าแก่ของสหรัฐฯ ให้กลับคืนมาอีกครั้ง