เกาหลีเหนือ-สหรัฐฯ : เกาหลีเหนือแสดงแสนยานุภาพท้าทายว่าที่ ปธน.สหรัฐฯ คนใหม่

คำบรรยายวิดีโอ, ขีปนาวุธเกาหลีเหนือ

เกาหลีเหนือเปิดตัวขีปนาวุธยิงจากเรือดำน้ำชุดใหม่ที่สื่อของทางการยกให้เป็น "อาวุธทรงพลังที่สุดในโลก" ในพิธีสวนสนามและขบวนพาเหรดแสดงแสนยานุภาพที่จัดขึ้นในกรุงเปียงยาง ไม่กี่วันก่อนที่นายโจ ไบเดน จะทำพิธีสาบานตนเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 46

ความสัมพันธ์รหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีเหนือ ในช่วงที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี เป็นไปอย่างไม่อยู่กับร่องกับรอย ความสัมพันธ์ที่พัฒนาขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เริ่มแย่ลง เมื่อสหรัฐฯ ไม่ยอมยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อเกาหลีเหนือที่ดำเนินโครงการอาวุธนิวเคลียร์

เกาหลีเหนือเคยประกาศหยุดทำการทดลองอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป (ICBM) ซึ่งสามารถยิงไปได้ถึงสหรัฐฯ และท่าทีนี้เป็นพื้นฐานสำคัญในการเจรจาร่วมกัน แต่ในช่วงปลายปี 2019 เกาหลีเหนือกลับทดสอบขีปนาวุธขนาดเล็กหลายครั้ง ซึ่งถูกมองว่าเพื่อกดดันให้สหรัฐฯ ยกเลิกการคว่ำบาตร และยังประกาศด้วยว่าการทดสอบอาวุธจะจัดขึ้นบ่อยครั้งแค่ไหนก็ขึ้นกับ "ทัศนคติ" ที่สหรัฐฯ แสดงออก

ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการแสดงแสนยานุภาพครั้งล่าสุดในวันนี้ (15 ม.ค.) เป็นการส่งสัญญาณตรงถึงนายไบเดน ให้เห็นว่าเกาหลีเหนือมีศักยภาพในทางทหารเพิ่มมากขึ้นเพียงใด

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนายคิม จอง อึน กล่าวต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่พรรคแรงงานเกาหลีเหนือซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี ว่าจะขยายขีดความสามารถทางทหารและด้านอาวุธนิวเคลียร์มากขึ้น ซึ่งรวมถึงขีปนาวุธพิสัยไกลยิงจากพื้นดินหรือจากทะเล และ "หัวรบขนาดใหญ่พิเศษ" เขายังบอกด้วยว่าสหรัฐฯ คือ "ศัตรูหมายเลข 1" และเป็นอุปสรรคใหญ่หลวงที่สุดต่อวิวัฒนาการของเกาหลีเหนือ และไม่ว่าใครจะขึ้นมาเป็นผู้นำสหรัฐฯ ก็ตาม นโยบายที่มีต่อเกาหลีเหนือจะไม่มีทางเปลี่ยนแปลง

นายคิม เพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเลขาธิการทั่วไปของพรรคแรงงานเกาหลีเหนือในการประชุมพรรคครั้งล่าสุด ซึ่งลอรา บิกเกอร์ ผู้สื่อข่าวบีบีซีชี้ว่าเป็นการขยายฐานอำนาจอันยิ่งใหญ่สืบต่อจากนายคิม จอง อิล ที่ได้รับตำแหน่งนี้หลังจากเสียชีวิตไปแล้ว

ผู้สื่อข่าวบีบีซีบอกด้วยว่า การนำอาวุธยุทโธปกรณ์ออกมาแสดงในครั้งนี้นอกจากจะให้ชาวเกาหลีเหนือเห็นว่าประเทศที่กำลังตกอยู่ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจเลวร้ายนี้มีอาวุธยุทธศาสตร์สำคัญในครอบครองแล้ว ยังเป็นการส่งสัญญาณท้าทายโดยตรงถึงนายไบเดน ว่าเกาหลีเหนือจะไม่ลดละ ไม่ยอมรับฟังเสียงเตือนใด ๆ จากประชาคมโลก และนายไบเดน จะต้องหาทางออกใหม่เพื่อจัดการปัญหาที่คาราคาซังนี้ให้ได้