ประชุมสุดยอดทรัมป์-คิม : ทรัมป์ประกาศพบผู้นำเกาหลีเหนือครั้งที่ 2 ที่เวียดนาม

ที่มาของภาพ, Getty Images
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ฯ ประกาศว่าจะประชุมสุดยอดครั้งที่สองกับผู้นำเกาหลีเหนือในปลายเดือนนี้ที่ประเทศเวียดนาม
นายทรัมป์ระบุในการแถลงนโยบายประจำปี (State of the Union) ในสภาคองเกรสเมื่อคืนนี้ (5 ก.พ.) ว่าเขาจะพบปะหารือกับนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนามระหว่างวันที่ 27 - 28 กุมภาพันธ์นี้
แผนการประชุมสุดยอดผู้นำครั้งที่สองได้ถูกร่างตั้งแต่ผู้นำทั้งสองได้ร่วมประชุมกันเมื่อปีที่แล้วที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งถือว่าเป็นการพบเจอกันครั้งแรกในประวัติศาสตร์ระหว่างผู้นำของสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ
นายทรัมป์กล่าวว่า "ตัวประกันชาวสหรัฐฯ ก็กลับมาบ้านแล้ว การทดสอบนิวเคลียร์ก็หยุดลงแล้วและไม่มีการยิงขีปนาวุธในช่วง 15 เดือนที่ผ่านมา ถ้าผมไม่ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ ผมคิดว่าป่านนี้เราคงก่อสงครามครั้งใหญ่กับเกาหลีเหนือไปแล้ว"

ที่มาของภาพ, Chip Somodevilla
เขากล่าวด้วยว่า ความสัมพันธ์ของเขากับคิม "เป็นความสัมพันธ์ที่ดีทีเดียว"
ทรัมป์ได้แสดงความกระตือรือร้นตลอดมาที่จะมีการประชุมสุดยอดครั้งที่สอง แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าทางเกาหลีเหนือได้ยกเลิกโครงการนิวเคลียร์อย่างแท้จริง
เวียดนามนั้นมีความสัมพันธ์อันดีทั้งกับสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ จึงนับเป็นตัวเลือกที่ลงตัวสำหรับการประชุมสุดยอดครั้งนี้ อย่างไรก็ตามในการประกาศเมื่อคืนนี้ นายทรัมป์ก็ไม่ได้กล่าวว่าการหารือจะเกิดขึ้นที่เมืองใด ทางรอยเตอร์สรายงานอาจจะเป็นที่ฮานอย ซึ่งเป็นเมืองหลวง หรือว่าที่เมืองดานัง
นายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้เดินทางเยือนเวียดนามเมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา และกล่าวในขณะนั้นว่าประธานาธิบดีทรัมป์เชื่อว่าทางการเปียงยางจะสามารถเดินตามรอยของเวียดนามในเรื่องการฟื้นความสัมพันธ์อันเป็นปกติกับสหรัฐฯ ได้ในที่สุด
ขณะที่นายสตีเฟ่น ไบกัน ผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ ในกรณีเกาหลีเหนือจะเข้าพบผู้แทนเกาหลีเหนือภายในสัปดาห์นี้เพื่อหารือถึงเนื้อหาของการประชุมสุดยอดครั้งที่ 2 นี้

ที่มาของภาพ, Getty Images
บรรดาผู้เชี่ยวชาญที่จับตามองพัฒนาการของเกาหลีเหนือระบุว่าหลังการประชุมสุดยอดที่สิงคโปร์ ก็ไม่เห็นชัดเจนว่านายคิมมีแผนอย่างไรในเรื่องทำให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดนิวเคลียร์ แม้แต่สหรัฐฯ เองก็เห็นว่าทางการเปียงยางก็ไม่ได้เดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรมที่จะยุติโครงการนิวเคลียร์หลังจากนั้นแต่อย่างใด
ขณะที่เกาหลีเหนือเองก็แสดงความไม่พอใจว่าทางการวอชิงตันก็ไม่ได้ให้ข้อเสนอที่เพียงพอเพื่อชดเชยกับการที่เกาหลีเหนือต้องชะงักโครงการพัฒนานิวเคลียร์และ การทดสอบขีปนาวุธไว้ก่อน
เกาหลีเหนือเรียกร้องเสมอมาให้สหประชาชาติยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อตนเอง ซึ่งเป็นการลงโทษต่อเกาหลีเหนือที่ดำเนินการทดลองนิวเคลียร์อย่างต่อเนื่อง และให้มีมาตรการประกันด้านความมั่นคงต่าง ๆ แก่เกาหลีเหนือด้วย
แม้ว่านายทรัมป์จะอ้างว่าวิธีการเขาใช้กับเกาหลีเหนือนั้นทำให้เกิดความก้าวหน้าอย่างมากในการแก้ไขปัญหาของเกาหลีเหนือ รอยเตอร์ระบุว่ารายงานลับของสหประชาชาติในการเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวของเกาหลีเหนือแสดงความสงสัยต่อเจตนาของเกาหลีเหนือในการยุติโครงการนิวเคลียร์ พร้อมกับระบุด้วยว่าโครงการนิวเคลียร์และการทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือยังคงไม่ถูกยกเลิกไป และทางการเปียงยางเองก็กำลังทำให้แน่ใจว่าอุปกรณ์และโครงการเหล่านั้นจะไม่ถูกทำลายไปแม้ว่าจะถูกโจมตีด้วยกำลังทหารก็ตาม








