เบลารุส : ชายขายดอกไม้ถูกจับกุมและซ้อมเพราะแจกดอกไม้ให้ผู้ประท้วง

100 วัน ผ่านไป ผู้ประท้วงในเบลารุสก็ยังออกมาประท้วงไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งที่ทำให้อเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก ได้เป็นประธานาธิบดีอีกสมัย
หนึ่งในผู้ประท้วงคือ มัคซิม โคโรซิน เจ้าของร้านขายดอกไม้ใจกลางกรุงมินสค์ เขาเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีเพราะชอบแจกจ่ายดอกไม้ให้ผู้หญิงให้นำไปร่วมเดินขบวน เขาร่าเริง มีชีวิตชีวา และต้องการให้ดอกไม้เป็นกำลังใจแก่ผู้ชุมนุม และเพื่อขอบคุณพวกเขาที่ลุกขึ้นสู้การกระทำอันโหดร้ายของตำรวจ
แต่แล้วไม่นาน โคโรซินก็กลายเป็นเหยื่อความรุนแรงเช่นกัน
เช้าวันหนึ่งในเดือน ต.ค. ขณะเขาและภรรยากำลังขึ้นรถ มีกลุ่มผู้ชายไม่ทราบฝ่ายกระชากเขาออกจากรถ สบถใส่และก็เริ่มทุบตีเขา
ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นเรื่องล้อเล่น เพราะชายเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในชุดเครื่องแบบ และก็ไม่ได้ใส่หน้ากาก
แต่ก็ไม่ใช่อย่างนั้น
การควบคุมตัวผู้ประท้วงไปบนรถไร้ทะเบียนโดยชายใส่หน้ากากกลายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยหลังจากการประท้วงเพราะมีการประกาศให้ประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก ชนะการเลือกตั้งที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ส.ค.

ที่มาของภาพ, Getty Images
ผู้ประท้วงบอกว่ามีการโกงการเลือกตั้งเกิดขึ้น ขณะที่ประธานาธิบดีออกมาปฏิเสธ
ลูกาเชนโก ได้รับการขนานนามจากผู้วิพากษ์วิจารณ์เขาว่าเป็น "เผด็จการคนสุดท้ายของยุโรป" หลังจากครองอำนาจมา 26 ปี หลังขึ้นเป็นผู้นำในปี 1994
โคโรซิน บอกกับบีบีซีว่า หลังโดนต่อยอย่างแรงที่ใบหน้าสามที เขาก็มองอะไรไม่เห็นแล้ว เลือดไหลเต็มไปหมด ตาบวมและปากแตก
จากนั้นเขาถูกสั่งให้นอนบนกองเลือดตัวเองขณะที่กลุ่มชายเหล่านั้นค้นรถเขา
จากนั้นเขาถูกนำตัวขึ้นรถตู้ไปสถานีตำรวจ ก่อนจะโดนเอาไม้กระบองตีหน้าและลำตัว เขาบอกว่ารู้สึกเหมือนโดนตีอยู่นานเป็นหลายชั่วโมง
เขาบอกว่าชายกลุ่มดังกล่าวบอกเขาว่า "อะไรกันที่ดีไม่พอสำหรับคุณในประเทศนี้ เราจะสอนให้คุณรักตำรวจ"
จากนั้น โคโรซิน บอกว่าเขาถูกใส่ความเท็จว่าเป็นผู้โยนระเบิดแสง และไปจุดไฟเผาบ้านหัวหน้าตำรวจหน่วยปราบจลาจล
หลังจากนั้น โคโรซินก็สลบไป

ที่มาของภาพ, Getty Images
หลังจากนั้น ผู้ที่จับกุมเขามาก็เอาแอมโมเนียมาให้ดม ก่อนจะซ้อมเขาต่อ หลังจากนั้นเขาเริ่มมีอาการหอบหืด พวกเขาจึงได้เรียกรถพยาบาลมา
โคโรซินได้ยินชายเหล่านี้เริ่มด่าทอกันเองเพราะกังวลว่าอาจทำให้เขาบาดเจ็บสาหัส
ที่โรงพยาบาล มีการบันทึกอาการบาดเจ็บนี้ แต่ตำรวจบอกว่า พวกเขาไม่สามารถยืนยันได้ว่าเขาได้รับการบาดเจ็บมาจากใคร
โคโรซินเชื่อว่าเขาทำให้ตำรวจไม่พอใจที่ไปแจกดอกไม้ให้ผู้ประท้วง และก็ขับรถที่ติดธงขาวและแดงซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของฝ่ายผู้ประท้วง
หลังเกิดเรื่องนี้ โคโรซินเดินทางออกจากเบลารุสไปลิทัวเนีย เพื่อเข้ารับการรักษาพยาบาลและพักฟื้น
บางเขาก็ยังเกิดภาพหลอนย้อนถึงเหตุการณ์เลวร้าย และกำลังเข้ารับการบำบัดจิตใจ โคโรซินบอกว่ารู้สึกไม่ปลอดภัยอีกแล้วที่จะกลับไปเบลารุส

ที่มาของภาพ, Maksim Khoroshyn
ฝ่ายผู้ประท้วงบอกว่ามีคนหลายพันถูกควบคุมตัวตั้งแต่การประท้วงเริ่มขึ้น พวกเขาบอกว่าถูกทุบตี ทรมาน และแม้กระทั่งข่มขืน
หลายคนได้รับอิสรภาพพร้อมกับอาการบาดเจ็บสาหัส ไม่ว่าจะเป็นสมองกระทบกระเทือน กระดูกสันหลังและแขนขาหัก และตาได้รับบาดเจ็บสาหัส
โคโรซิน แปลกใจที่ได้รับข้อความให้กำลังใจมากมายจากคนที่โดนตำรวจกระทำอย่างรุนแรงเช่นกัน

ที่ลิทัวเนีย เขาได้พบกับ สเว็ตลานา ทิคานอฟสกายา แกนนำประท้วงในเบลารุส
โคโรซิน บอกว่า หลังจากที่ได้พูดคุยกัน เขาและสเว็ตลานาก็กอดกันร้องไห้

ที่มาของภาพ, Getty Images
"ผมว่านี่เป็นสภาวะของชาวเบลารุสทุกคนวันนี้ เรารู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดของกันและกันและเราก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน"
แม้ว่าจะเจ้าหน้าที่จะพยายามปราบปราม แต่โคโรซินไม่เชื่อว่าผู้นำจะสู้กับแรงกดดันของผู้ประท้วงไหว
"ผมไม่ใช่คนที่จะคิดแค้นอาฆาตอะไรใคร แต่ผมอยากจะจ้องตาคนผู้คนที่ทุบตีผมเมื่อพวกเขาถูกขังคุกแล้ว"











