เบลารุส : ชายขายดอกไม้ถูกจับกุมและซ้อมเพราะแจกดอกไม้ให้ผู้ประท้วง

Maksim Khoroshyn seen before and after receiving injuries

100 วัน ผ่านไป ผู้ประท้วงในเบลารุสก็ยังออกมาประท้วงไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งที่ทำให้อเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก ได้เป็นประธานาธิบดีอีกสมัย

หนึ่งในผู้ประท้วงคือ มัคซิม โคโรซิน เจ้าของร้านขายดอกไม้ใจกลางกรุงมินสค์ เขาเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีเพราะชอบแจกจ่ายดอกไม้ให้ผู้หญิงให้นำไปร่วมเดินขบวน เขาร่าเริง มีชีวิตชีวา และต้องการให้ดอกไม้เป็นกำลังใจแก่ผู้ชุมนุม และเพื่อขอบคุณพวกเขาที่ลุกขึ้นสู้การกระทำอันโหดร้ายของตำรวจ

แต่แล้วไม่นาน โคโรซินก็กลายเป็นเหยื่อความรุนแรงเช่นกัน

เช้าวันหนึ่งในเดือน ต.ค. ขณะเขาและภรรยากำลังขึ้นรถ มีกลุ่มผู้ชายไม่ทราบฝ่ายกระชากเขาออกจากรถ สบถใส่และก็เริ่มทุบตีเขา

ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นเรื่องล้อเล่น เพราะชายเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในชุดเครื่องแบบ และก็ไม่ได้ใส่หน้ากาก

แต่ก็ไม่ใช่อย่างนั้น

การควบคุมตัวผู้ประท้วงไปบนรถไร้ทะเบียนโดยชายใส่หน้ากากกลายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยหลังจากการประท้วงเพราะมีการประกาศให้ประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก ชนะการเลือกตั้งที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ส.ค.

Belarusian women demand free and fair elections during a protests in October 2019

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ผู้หญิงถือดอกไม้กลายเป็นภาพที่เห็นชินตาในหมู่ผู้ประท้วง

ผู้ประท้วงบอกว่ามีการโกงการเลือกตั้งเกิดขึ้น ขณะที่ประธานาธิบดีออกมาปฏิเสธ

ลูกาเชนโก ได้รับการขนานนามจากผู้วิพากษ์วิจารณ์เขาว่าเป็น "เผด็จการคนสุดท้ายของยุโรป" หลังจากครองอำนาจมา 26 ปี หลังขึ้นเป็นผู้นำในปี 1994

โคโรซิน บอกกับบีบีซีว่า หลังโดนต่อยอย่างแรงที่ใบหน้าสามที เขาก็มองอะไรไม่เห็นแล้ว เลือดไหลเต็มไปหมด ตาบวมและปากแตก

จากนั้นเขาถูกสั่งให้นอนบนกองเลือดตัวเองขณะที่กลุ่มชายเหล่านั้นค้นรถเขา

จากนั้นเขาถูกนำตัวขึ้นรถตู้ไปสถานีตำรวจ ก่อนจะโดนเอาไม้กระบองตีหน้าและลำตัว เขาบอกว่ารู้สึกเหมือนโดนตีอยู่นานเป็นหลายชั่วโมง

เขาบอกว่าชายกลุ่มดังกล่าวบอกเขาว่า "อะไรกันที่ดีไม่พอสำหรับคุณในประเทศนี้ เราจะสอนให้คุณรักตำรวจ"

จากนั้น โคโรซิน บอกว่าเขาถูกใส่ความเท็จว่าเป็นผู้โยนระเบิดแสง และไปจุดไฟเผาบ้านหัวหน้าตำรวจหน่วยปราบจลาจล

หลังจากนั้น โคโรซินก็สลบไป

President Alexander Lukashenko pictured with his minister of Internal Affairs, Ivan Kubrakov (L)

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ผู้ประท้วงต้องการให้ ปธน.ลูกาเชนโก ลาออก และให้มีการเลือกตั้งอย่างโปร่งใส

หลังจากนั้น ผู้ที่จับกุมเขามาก็เอาแอมโมเนียมาให้ดม ก่อนจะซ้อมเขาต่อ หลังจากนั้นเขาเริ่มมีอาการหอบหืด พวกเขาจึงได้เรียกรถพยาบาลมา

โคโรซินได้ยินชายเหล่านี้เริ่มด่าทอกันเองเพราะกังวลว่าอาจทำให้เขาบาดเจ็บสาหัส

ที่โรงพยาบาล มีการบันทึกอาการบาดเจ็บนี้ แต่ตำรวจบอกว่า พวกเขาไม่สามารถยืนยันได้ว่าเขาได้รับการบาดเจ็บมาจากใคร

โคโรซินเชื่อว่าเขาทำให้ตำรวจไม่พอใจที่ไปแจกดอกไม้ให้ผู้ประท้วง และก็ขับรถที่ติดธงขาวและแดงซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของฝ่ายผู้ประท้วง

หลังเกิดเรื่องนี้ โคโรซินเดินทางออกจากเบลารุสไปลิทัวเนีย เพื่อเข้ารับการรักษาพยาบาลและพักฟื้น

บางเขาก็ยังเกิดภาพหลอนย้อนถึงเหตุการณ์เลวร้าย และกำลังเข้ารับการบำบัดจิตใจ โคโรซินบอกว่ารู้สึกไม่ปลอดภัยอีกแล้วที่จะกลับไปเบลารุส

Maksim Khoroshyn and his wife posing in their flower shop

ที่มาของภาพ, Maksim Khoroshyn

คำบรรยายภาพ, ก่อนหน้านี้เขาทำร้านดอกไม้อยู่กับภรรยา

ฝ่ายผู้ประท้วงบอกว่ามีคนหลายพันถูกควบคุมตัวตั้งแต่การประท้วงเริ่มขึ้น พวกเขาบอกว่าถูกทุบตี ทรมาน และแม้กระทั่งข่มขืน

หลายคนได้รับอิสรภาพพร้อมกับอาการบาดเจ็บสาหัส ไม่ว่าจะเป็นสมองกระทบกระเทือน กระดูกสันหลังและแขนขาหัก และตาได้รับบาดเจ็บสาหัส

โคโรซิน แปลกใจที่ได้รับข้อความให้กำลังใจมากมายจากคนที่โดนตำรวจกระทำอย่างรุนแรงเช่นกัน

Khoroshyn leaves a hospital in Lithuania on a wheelchair
คำบรรยายภาพ, เขากำลังพักฟื้นอยู่ที่ลิทัวเนีย

ที่ลิทัวเนีย เขาได้พบกับ สเว็ตลานา ทิคานอฟสกายา แกนนำประท้วงในเบลารุส

โคโรซิน บอกว่า หลังจากที่ได้พูดคุยกัน เขาและสเว็ตลานาก็กอดกันร้องไห้

Belarus opposition leader Svetlana Tikhanovskaya visit the European Parlement in Brussels, Belgium on 21 September 2020

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, สเว็ตลานา ทิคานอฟสกายา แกนนำประท้วงในเบลารุส อยู่ลิทัวเนีย ตอนนี้

"ผมว่านี่เป็นสภาวะของชาวเบลารุสทุกคนวันนี้ เรารู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดของกันและกันและเราก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน"

แม้ว่าจะเจ้าหน้าที่จะพยายามปราบปราม แต่โคโรซินไม่เชื่อว่าผู้นำจะสู้กับแรงกดดันของผู้ประท้วงไหว

"ผมไม่ใช่คนที่จะคิดแค้นอาฆาตอะไรใคร แต่ผมอยากจะจ้องตาคนผู้คนที่ทุบตีผมเมื่อพวกเขาถูกขังคุกแล้ว"