You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ธรรมศาสตร์จะไม่ทน: ศาล รธน. รับพิจารณาคำร้องกรณีชุมนุม 10 ส.ค. ล้มล้างการปกครอง
ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับไว้พิจารณาคำร้องของนายณฐพร โตประยูร ที่ขอให้ศาลวินิจฉัยว่าการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ศูนย์รังสิตเมื่อวันที่ 10 ส.ค. เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่
นายณฐพรได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 18 ส.ค. ขอให้วินิจฉัยว่าคณะบุคคลกลุ่มต่าง ๆ ที่จัดการชุมนุมปราศรัยจำนวน 6 ครั้งคือในวันที่ 3, 9, 10, 20, 21 และ 30 ส.ค. เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่ และขอให้ศาลมีคำสั่งให้คณะบุคคลเลิกการกระทำดังกล่าว
การยื่นคำร้องของนายณฐพรเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 มาตรา 49 ซึ่งมีเนื้อความว่า บุคคลจะใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมิได้ ผู้ใดทราบว่ามีการกระทำตามวรรคหนึ่ง ย่อมมีสิทธิร้องต่ออัยการสูงสุดเพื่อร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว
ศาลรัฐธรรมนูญเผยแพร่เอกสารข่าววันนี้ (16 ก.ย.) ว่าศาลได้มีคำสั่งรับพิจารณาวินิจฉัยคำร้องเฉพาะกรณีการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 ส.ค. ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ซึ่งตามคำร้องระบุว่าการชุมนุมปราศรัยในวันดังกล่าวมีผู้กล่าวปราศรัย 3 คน ที่มีการกระทำตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้าง คือ นายอานนท์ นำภา นายภาณุพงศ์ จาดนอก และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล
ส่วนการชุมนุมครั้งอื่น ๆ นั้น ศาลไม่รับไว้พิจารณาเนื่องจากไม่ปรากฏว่าผู้ร้องได้ยื่นคำร้องต่ออัยการสูงสุด อันเป็นเหตุที่จะยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้
ทั้งนี้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องทั้งสามยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วันนับตั้งแต่ได้รับสำเนาคำร้อง และมีคำสั่งให้อัยการสูงสุดแจ้งผลการดำเนินการและส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องตามที่ผู้ร้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง
- ศาลอาญาอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวอานนท์-ภาณุพงศ์ ด้วยวงเงิน 100,000 บาท
- "ธรรมศาสตร์จะไม่ทน" ทำ ณฐพร โตประยูร ทนไม่ได้ แจ้งความดำเนินคดี "ตั้งแต่ผู้บริหารธรรมศาสตร์ยันช่างไฟ"
- ไทยภักดี ประกาศสู้ขบวนการ “ประชาธิปไตยอำพรางต้องการล้มล้าง” โต้ 10 ข้อเสนอปฏิรูปสถาบันฯ
- อานนท์ นำภา กับ "ข้อเสนอระหว่างบรรทัด" ในการชุมนุม "ธรรมศาสตร์จะไม่ทน" 10 ส.ค.
เกิดอะไรขึ้นเมื่อวันที่ 10 ส.ค.
กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ซึ่งเป็นกลุ่มนักศึกษา มธ. จัดการชุมนุมโดยใช้ชื่อกิจกรรม "ธรรมศาสตร์จะไม่ทน" ที่ มธ. ศูนย์รังสิต อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ช่วงเย็นวันที่ 10 ส.ค. โดยตำรวจประเมินมีผู้เข้าร่วมราว 2,500 คน ขณะที่ผู้ชุมนุมประเมินว่ามีผู้เข้าร่วมหลายพันคน
ผู้ชุมนุมซึ่งส่วนใหญ่เป็นเยาวชนและนักศึกษาเดินทางมารวมตัวที่ลานพญานาค ด้านหน้าสนามกีฬาตั้งแต่ช่วงเย็น และเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ หลายคนถือป้ายเขียนโจมตีรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก รวมทั้งโปสเตอร์เรียกร้องความยุติธรรมให้นักกิจกรรมทางการเมืองที่สูญหายไปตั้งแต่หลังรัฐประหารปี 2557
ผู้ขึ้นเวทีปราศรัยมีราว 10 คน ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาทั้งจากธรรมศาสตร์ และจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม นอกจากนี้ยังมีนายอานนท์ นำภา และนายภาณุพงศ์ จาดนอก ซึ่งถูกออกหมายจับและดำเนินคดีในข้อหายุยงปลุกปั่นขึ้นปราศรัยในเวทีนี้ด้วย ซึ่งนับเป็นการขึ้นเวทีครั้งที่สองของนายอานนท์ และครั้งแรกของนายภาณุพงศ์หลังจากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวเมื่อ 8 ส.ค.
ในช่วงท้ายของการชุมนุม ได้มีการเปิดคลิปของนายปวิน ชัชวาลย์พงศ์พันธ์ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ ที่ลี้ภัยในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งสนับสนุนข้อเรียกร้องของนายอานนท์ว่าด้วยการพูดถึงปัญหาของสถาบันกษัตริย์อย่างตรงไปตรงมา โดย "ไม่จาบจ้วง"
ก่อนยุติการชุมนุมในเวลา 21.00 น. น.ส.ปนัสยา แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมได้อ่าน "ประกาศกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ฉบับที่ 1" ซึ่งระบุข้อเรียกร้อง 10 ข้อให้มีการแก้ปัญหาว่าด้วยสถาบันกษัตริย์ ได้แก่
1. ยกเลิกมาตรา 6 ของรัฐธรรมนูญ ที่ว่าผู้ใดจะฟ้องร้องกษัตริย์มิได้ และเพิ่มบทบัญญัติให้สภาผู้แทนราษฎรสามารถพิจารณาความผิดของกษัตริย์ได้
2. ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เปิดให้ประชาชนใช้เสรีภาพแสดงความคิดเห็นต่อสถาบันกษัตริย์ได้ และนิรโทษกรรมผู้ถูกดำเนินคดีเพราะวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ทุกคน
3. ยกเลิก พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ พ.ศ.2561 และให้แบ่งทรัพย์สินออกเป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกระทรวงการคลัง และทรัพย์สินส่วนพระองค์ที่เป็นของส่วนตัวของกษัตริย์อย่างชัดเจน
4. ปรับลดงบประมาณแผ่นดินที่จัดสรรให้กับสถาบันกษัตริย์ ให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ
5. ยกเลิกส่วนราชการในพระองค์ หน่วยงานที่มีหน้าที่ชัดเจน เช่น หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ให้ย้ายไปสังกัดหน่วยงานอื่น และหน่วยงานที่ไม่มีความจำเป็น เช่น คณะองคมนตรี
6. ยกเลิกการบริจาคและรับบริจาคโดยเสด็จพระราชกุศล เพื่อกำกับให้การเงินของสถาบันกษัตริย์อยู่ภายใต้การตรวจสอบ
7. ยกเลิกพระราชอำนาจในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองในที่สาธารณะ
8. ยกเลิกการประชาสัมพันธ์และการให้การศึกษาที่เชิดชูสถาบันกษัตริย์แต่เพียงด้านเดียว
9. สืบหาความจริงเกี่ยวกับการสังหารเข่นฆ่าราษฎรที่วิพากษ์วิจารณ์หรือมีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับสถาบันกษัตริย์
10. ห้ามมิให้ลงพระปรมาภิไธยรับรองการรัฐประหารครั้งใดอีก
วันรุ่งขึ้น ผู้บริหาร มธ. ได้ออกแถลงการณ์ต่อกรณีการชุมนุมวันที่ 10 ส.ค. ระบุว่าการชุมนุมดังกล่าว "มีการแสดงออกนอกเหนือขอบเขตที่ได้ขออนุญาต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่ละเอียดอ่อนต่อความรู้สึกของประชาชนในวงกว้าง ซึ่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไม่ได้นิ่งนอนใจ และจะดำเนินการตามมาตรการภายใต้บทบาทหน้าที่ของมหาวิทยาลัย" โดยจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในกระบวนการทางกฎหมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อบุคคลที่มิใช่นักศึกษา มธ. และจะดำเนินการกับนึกศึกษา มธ. ที่แสดงออกไม่เหมาะสม ตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัยอย่างเป็นธรรมตามข้อเท็จจริง
"สุดท้ายนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ขอแสดงจุดยืนว่ามหาวิทยาลัยฯ ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทางเป็นประมุข และสนับสนุนการใช้สิทธิเสรีภาพของนักศึกษาภายใต้กรอบแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมายของราชอาณาจักรไทย" แถลงการณ์ มธ. ระบุ