You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
อุณหภูมิที่หุบเขามรณะในสหรัฐฯ แตะ 54.4 องศา ครองสถิติอากาศร้อนที่สุดในโลก
อุณหภูมิที่อุทยานแห่งชาติหุบเขามรณะ (Death Valley National Park) ในสหรัฐฯ พุ่งสูงแตะ 54.4 องศาเซลเซียส ซึ่งอาจเป็นอุณหภูมิที่ร้อนที่สุดในโลกที่เคยมีการวัดที่ถือว่าเชื่อถือได้
สถิติดังกล่าว ซึ่งได้รับการยืนยันจากหน่วยงานสภาพอากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (US National Weather Service) เกิดขึ้นในขณะที่สหรัฐฯ กำลังเผชิญคลื่นความร้อนทางชายฝั่งตะวันตกของประเทศ
สภาพอากาศร้อนระอุทำให้เกิดเหตุขัดข้องที่โรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าแห่งหนึ่ง จนทางการต้องตัดไฟในพื้นที่บางส่วนของรัฐแคลิฟอร์เนียเป็นเวลา 2 วัน
สถิติก่อนหน้านี้
สถิติที่วัดเมื่อวันอาทิตย์ (16 ส.ค.) จัดเก็บจากหมู่บ้านเฟอร์เนซ ครีก (Furnace Creek) ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานของอุทยานแห่งชาติหุบเขามรณะ
สถิติอุณหภูมิสูงที่สุดในโลกก่อนหน้านี้ก็มาจากที่หุบเขามรณะเช่นกันเมื่อปี 2013 อยู่ที่ 54 องศาเซลเซียส
เมื่อศตวรรษที่แล้ว มีการบันทึกอุณหภูมิที่หุบเขามรณะไว้ที่ 56.6 องศาเซลเซียส แต่ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าเป็นข้อมูลที่เชื่อถือไม่ได้
ในปี 1931 เคยมีการบันทึกอุณหภูมิสูง 55 องศาเซลเซียสที่ประเทศตูนิเซีย แต่ คริสโตเฟอร์ เบิร์ต นักประวัติศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศ บอกว่า ข้อมูลดังกล่าว รวมถึงการบันทึกครั้งอื่น ๆ ในแอฟริกาในช่วงล่าอาณานิคมนั้นเชื่อถือไม่ได้
คลื่นความร้อน
คลื่นความร้อนที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้แผ่ปกคลุมตั้งแต่รัฐแอริโซนาทางตะวันตกเฉียงใต้ไล่ขึ้นไปจนถึงรัฐวอชิงตันทางตะวันตกเฉียงเหนือ
คาดว่าคลื่นความร้อนนี้จะร้อนที่สุดวันนี้และพรุ่งนี้ (18 ส.ค.) ก่อนที่อุณหภูมิจะลดลง แต่อากาศร้อนอบอ้าวก็จะคงอยู่ไปราว 10 วัน
ศูนย์ควบคุมระบบไฟฟ้าอิสระแคลิฟอร์เนีย (California Independent System Operator-ISO) ประกาศภาวะฉุกเฉินระดับ 3 ซึ่งหมายความว่า ความต้องการไฟฟ้าเลยปริมาณที่สามารถผลิตได้แล้ว
ผลกระทบคลื่นความร้อน
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐฯ บอกว่า โดยเฉลี่ยแล้ว คลื่นความร้อนคร่าชีวิตคนในประเทศมากกว่าสภาพอากาศเลวร้ายแบบอื่น ๆ
นอกจากไฟดับแล้ว ผลกระทบอื่น ๆ ได้แก่ ต้องสั่งห้ามทำการบิน ถนนละลาย และระบบเครื่องยนต์ของรถร้อนจนอันตราย
นอกจากนี้ คลื่นความร้อนยังจะส่งผลร้ายแรงต่อการเกษตรกรรมด้วยคือทำให้พืชผลเหี่ยวเฉาหรือตาย และยิ่งทำให้เกิดการระบาดของโรคพืช