เกาหลีเหนือตัดการสื่อสารทุกช่องทางกับเกาหลีใต้ คือมุกเก่าเรียกความสนใจของเปียงยาง?

North Korean students take part in a rally denouncing "defectors from the North" as they march from the Pyongyang Youth Park Open-Air Theatre to Kim Il Sung Square in Pyongyang on June 8, 2020

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, เมื่อ 8 มิ.ย. นักศึกษาเกาหลีเหนือเดินขบวนประณามกลุ่มผู้แปรพักตร์ที่ส่งลูกโป่งบรรจุใบปลิวต่อต้านรัฐบาลเกาหลีเหนือเข้าไปในประเทศ

เกาหลีเหนือประกาศตัดการสื่อสารทุกช่องทางกับเกาหลีใต้ ซึ่งรวมถึงสายด่วนระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศ ความเคลื่อนไหวครั้งนี้มีจุดประสงค์อะไร และเหตุใดความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศจึงดำเนินมาถึงจุดนี้

สำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) ของทางการเกาหลีเหนือ รายงานว่า เกาหลีเหนือ "จะตัดการติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์ของหน่วยประสานงานร่วมระหว่างทางการเกาหลีเหนือและใต้ 'อย่างสิ้นเชิง' ตั้งแต่เวลา 12:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ ที่ 9 มิ.ย. ปี 2020"

เกาหลีเหนือยังประกาศตัดช่องทางการติดต่อสื่อสารทางทหารกับเกาหลีใต้ด้วย โดยระบุว่านี่คือ มาตรการแรกในมาตรการต่าง ๆ ที่ประเทศจะดำเนินการ พร้อมกับเรียกเกาหลีใต้ว่า "ศัตรู"

ก่อนหน้านี้สำนักงานประสานงานร่วมสองเกาหลี ได้ปิดทำการชั่วคราวตามมาตรการควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ทั้งสองประเทศต้องติดต่อกันทางโทรศัพท์ โดยเกาหลีเหนือและใต้จะโทรศัพท์ถึงกันวันละ 2 ครั้งผ่านสำนักงานประสานงานร่วมสองเกาหลี ในเวลา 09:00 และ 17:00 น.

อย่างไรก็ตาม เมื่อ 8 มิ.ย. เกาหลีใต้ระบุว่า เป็นครั้งแรกในรอบ 21 เดือนที่เกาหลีเหนือไม่ตอบรับการโทรศัพท์ในรอบเช้า แต่ทั้งสองฝ่ายมีการติดต่อกันตามปกติในรอบบ่าย

"เราได้ข้อสรุปว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องนั่งคุยกันแบบเห็นหน้ากับทางการเกาหลีใต้ อีกทั้งยังไม่มีประเด็นใด ๆ ที่ต้องหารือกับพวกเขา เพราะพวกเขามีแต่จะทำให้พวกเราต้องผิดหวัง" เคซีเอ็นเอ ระบุ

เมื่อสัปดาห์ก่อน นางคิม โย-จอง น้องสาวของนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ได้ออกมาขู่จะปิดสำนักงานประสานงานร่วมสองเกาหลี หากรัฐบาลในกรุงโซลยังไม่หยุดยั้งกลุ่มชาวเกาหลีเหนือผู้แปรพักตร์ที่พำนักในเกาหลีใต้จากการส่งลูกโป่งที่บรรจุใบปลิวโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านรัฐบาลเกาหลีเหนือให้ลอยข้ามพรมแดนไปยังเกาหลีเหนือ

นางคิม โย-จอง ชี้ว่า กิจกรรมดังกล่าวเป็นการกระทำอันเป็นปรปักษ์ซึ่งละเมิดข้อตกลงสันติภาพที่ทำขึ้นในปี 2018 ระหว่างนายคิม จอง-อึน กับประธานาธิบดีมุน แจ อิน ของเกาหลีใต้

คำบรรยายวิดีโอ, South Korean activists launch propaganda balloons over border (2014 video)

บทวิเคราะห์ของ ลอรา บิกเกอร์ ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำกรุงโซล

Presentational grey line
Analysis box by Laura Bicker, Seoul correspondent

มีแนวโน้มว่าการตัดการติดต่อสื่อสารของเกาหลีเหนือครั้งนี้ไม่ได้มีสาเหตุมาจากข้อพิพาทเรื่องการปล่อยบอลลูนบรรจุใบปลิวต่อต้านรัฐบาลเกาหลีเหนือข้ามพรมแดนเท่านั้น แต่เป็นส่วนหนึ่งในแผนการที่ใหญ่กว่าของรัฐบาลเกาหลีเหนือ

เกาหลีเหนืออาจกำลังสร้างวิกฤตครั้งนี้ขึ้นเพื่อใช้ความตึงเครียดเป็นเครื่องมือต่อรองสำหรับการเจรจาในภายหลัง สรุปสั้น ๆ ก็คือ นี่อาจเป็นความพยายามชวนทะเลาะเพื่อเรียกร้องความสนใจ และเรียกร้องผลประโยชน์จากเกาหลีใต้

พวกเขาเคยเล่นเกมแบบนี้มาแล้วเมื่อปี 2013 เพื่อจี้ให้เกาหลีใต้ยอมอ่อนข้อให้มากขึ้น

นี่ยังเป็นโอกาสที่ดีในการเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนในประเทศ จากประเด็นที่ว่า นายคิม จอง-อึน ไม่สามารถสร้างความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจตามที่เขาเคยให้สัญญาไว้ได้ รวมทั้งข่าวลือที่แพร่สะพัดว่าโรคโควิด -19 กำลังระบาดในหลายพื้นที่ของเกาหลีเหนือ

นอกจากนี้ยังมีข้อสังเกตว่า การที่นางคิม โย-จอง น้องสาวของนายคิม จอง-อึน เป็นผู้ออกคำสั่งให้ตัดสายสัมพันธ์กับรัฐบาลเกาหลีใต้นั้น ถือเป็นการให้พื้นที่และความสนใจในตัวเธอ ซึ่งจะยิ่งตอกย้ำกระแสการคาดการณ์ว่าเธอกำลังได้รับการวางตัวให้เป็นว่าที่ผู้นำคนต่อไปของเกาหลีเหนือ

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ได้สร้างความผิดหวังให้กับรัฐบาลของประธานาธิบดีมุน แจ อิน อย่างไม่ต้องสงสัย หลังจากเมื่อ 2 ปีก่อน ได้เกิดความหวังอันดีจากการที่ผู้นำสองเกาหลีได้พบปะ และเห็นพ้องให้เปิดสายด่วนระหว่างกัน ทว่าตอนนี้เกาหลีเหนือกลับตัดช่องทางการติดต่อระหว่างสองฝ่ายอย่างสิ้นเชิง

ตอนนี้จึงเกิดคำถามว่า หากนี่เป็นเพียงการเริ่มต้นแผนการของรัฐบาลเกาหลีเหนือ แล้วจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปในความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศนี้

Presentational grey line