โควิด-19 : อีลอน มัสก์ บริจาคเครื่องช่วยหายใจผิดประเภท ใช้กับผู้ป่วยหนักจากไวรัสโคโรนาไม่ได้

ที่มาของภาพ, Getty Images
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนายอีลอน มัสก์ ซีอีโอคนดังของบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าเทสลาและกิจการขนส่งอวกาศสเปซเอ็กซ์ ได้รับการยกย่องชื่นชมจากคนทั่วโลก หลังประกาศจะบริจาคเครื่องช่วยหายใจ 1,000 เครื่องแก่โรงพยาบาลต่าง ๆ ในนครลอสแอนเจลิสและนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ผู้ป่วยโรคโควิด-19 ทวีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกขณะ
อย่างไรก็ตาม นสพ. ไฟแนนเชียลไทมส์มีรายงานล่าสุดว่า เครื่องช่วยหายใจที่นายมัสก์บริจาคมานั้น เป็นชนิดที่ไม่ตรงกับความต้องการของแพทย์ ซึ่งมุ่งจะนำอุปกรณ์นี้ไปช่วยชีวิตผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่มีอาการหนัก แต่เครื่องมือที่นายมัสก์มอบให้โรงพยาบาลต่าง ๆ กลับกลายเป็นเครื่อง BPAP ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยคนไข้ที่มีอาการหยุดหายใจขณะหลับ (sleep apnea)
เป็นที่ทราบกันว่าอุปกรณ์ BPAP หรือเครื่องช่วยหายใจแบบแรงดันบวกสองระดับ (Bilevel Positive Airway Pressure) จัดเป็นเครื่องช่วยหายใจชนิดที่ไม่ต้องสอดท่อเข้าไปในร่างกาย ซึ่งมีหลักการทำงานและประสิทธิภาพต่างไปจากเครื่องช่วยหายใจผ่านท่อ (invasive ventilator) ที่วงการสาธารณสุขกำลังขาดแคลนอย่างหนัก
ทางบริษัท ResMed ผู้ผลิตเครื่อง BPAP ที่นายมัสก์นำไปบริจาคบอกว่า แม้อุปกรณ์ชนิดนี้จะไม่สามารถใช้ช่วยชีวิตผู้ป่วยที่มีอาการของโรคทางเดินหายใจรุนแรงได้ แต่ก็อาจนำไปประยุกต์ใช้กับผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่มีอาการในระดับเบาหรือปานกลางแทน

ที่มาของภาพ, Getty Images
"เรามองว่าเป็นเรื่องดีที่เทสลาซื้อเครื่อง BPAP ซึ่งเราออกแบบและพัฒนาขึ้นเมื่อ 5 ปีก่อนในเอเชีย เราขอปรบมือให้กับทุกบริษัทที่สามารถจัดหาเครื่องช่วยหายใจ และอุปกรณ์สำหรับทางเดินหายใจทุกชนิดให้แก่ผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้ในตอนนี้ได้" นายมิก ฟาร์เรลล์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ResMed กล่าว
ถึงกระนั้นก็ตาม แพทย์ชาวอเมริกันหลายคนได้ออกมาเตือนไม่ให้ใช้เครื่อง BPAP กับผู้ป่วยโรคโควิด-19 เพราะอุปกรณ์ลักษณะนี้อาจยิ่งทำให้เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แพร่กระจายออกไปมากยิ่งขึ้น
รศ.พญ. โคมิลลา แซสซัน จากคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยโคโลราโด กล่าวกับเว็บไซต์วิทยุกระจายเสียงสาธารณะแห่งชาติสหรัฐฯ (NPR) ว่า "ในกรณีทั่วไปแล้ว เราไม่แนะนำให้ใช้เครื่องช่วยหายใจแบบ BPAP หรือ CPAP กับผู้ป่วยโรคโควิด-19 เพราะจะทำให้ไวรัสกระจายตัวในสภาพของละอองลอยในอากาศได้ ไม่ว่าจะใช้อุปกรณ์นี้ที่บ้านหรือที่โรงพยาบาลก็ตาม"






