You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
กฎหมายสัญชาติฉบับใหม่ของอินเดียจุดชนวนจลาจลที่เลวร้ายที่สุดในกรุงนิวเดลีในรอบหลายสิบปี
ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา กรุงนิวเดลีเผชิญกับความรุนแรงที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในรอบหลายสิบปี จนถึงตอนนี้ มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 23 คนในเมืองหลวงของอินเดีย
การปะทะกันเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันอาทิตย์ ระหว่างกลุ่มผู้ประท้วงที่สนับสนุนและต่อต้านกฎหมายสัญชาติที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์
รัฐบัญญัติแก้ไขกฎหมายสัญชาติ (Citizenship Amendment Act--CAA) จะให้สัญชาติอินเดียแก่ผู้ที่ไม่ใช่ชาวมุสลิมจากบังกลาเทศ ปากีสถาน และอัฟกานิสถาน ซึ่งเข้ามาอยู่ในอินเดียอย่างผิดกฎหมาย
รัฐบาลอินเดีย ซึ่งนำโดยพรรคภารติยะ ชนะตะ (Bharatiya Janata Party--BJP) หรือ บีเจพี ระบุว่า กฎหมายนี้จะให้ที่ลี้ภัยแก่ผู้ที่หลบหนีจากการถูกข่มเหงรังแกทางศาสนา
ผู้ไม่เห็นด้วย ระบุว่า ร่างกฎหมายนี้เป็นส่วนหนึ่งของวาระของพรรคบีเจพีที่ต้องการลดทอนความสำคัญของชาวมุสลิม และเป็นชนวนให้เกิดการประท้วงขนาดใหญ่ขึ้นหลายครั้ง นับตั้งแต่มีการผ่านร่างกฎหมายนี้เมื่อปีที่แล้ว และการประท้วงบางแห่งได้กลายเป็นความรุนแรง
แต่การชุมนุมในกรุงนิวเดลีก็สงบมาโดยตลอด จนกระทั่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (23 ก.พ.)
เริ่มขึ้นเมื่อไหร่
ความรุนแรงเริ่มขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ในพื้นที่ที่มีชาวมุสลิมอาศัยอยู่เป็นส่วนใหญ่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงนิวเดลี หรือประมาณ 18 กม. จากใจกลางเมืองหลวง
กลุ่มที่สนับสนุนกฎหมายใหม่ประท้วงต่อต้านการปิดกั้นพื้นที่ของกลุ่มที่ชุมนุมต่อต้านกฎหมายนี้ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 1 กม. และมีการปาก้อนหินใส่กัน
เรื่องนี้ได้ถูกโยงกับ เรื่องที่ กาพิล มิชรา ผู้นำบีเจพี ข่มขู่ทางกลุ่มผู้นั่งประท้วงต่อต้าน กฎหมายใหม่ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า พวกเขาจะถูกขับไล่ออกไปจากพื้นที่ ทันทีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เดินทางออกจากอินเดีย
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เดินทางเยือนอินเดียอย่างเป็นทางการครั้งแรกระหว่างวันที่ 24-26 ก.พ.
เกิดอะไรขึ้นตอนนี้
ล่าสุดวานนี้ (26 ก.พ.) ยังไม่มีรายงานการปะทะกันรอบใหม่ แต่กรุงนิวเดลียังคงเผชิญกับความเสี่ยง หลังจากที่มีเหตุจลาจลเกิดขึ้น 3 คืนติดต่อกัน
ความรุนแรงที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมายสัญชาติฉบับใหม่อีกต่อไป มีรายงานว่า มีคนถูกทำร้ายเพียงเพราะเรื่องของศาสนา และความรุนแรงได้แผ่ขยายออกไปในพื้นที่โดยรอบ
มีรายงานว่า มีการวางเพลิง พบกลุ่มชายที่มีไม้และท่อนเหล็กและหิน เดินเตร็ดเตร่ไปตามท้องถนนและ มีการเผชิญหน้ากันระหว่างผู้นับถือศาสนามฮินดูและผู้นับถือศาสนาอิสลาม
ผู้สื่อข่าวบีบีซีหลายคนที่อยู่ในจุดเกิดเหตุรายงานว่า เกิดความโกลาหลขึ้นบนถนนสายหลักในย่านเหล่านั้น ไฟซาล โมฮัมเหม็ด ผู้สื่อข่าวบีบีซีภาคภาษาฮินดี ระบุว่า ท้องถนนเต็มไปด้วยหินและเศษแก้ว รถที่ถูกไฟเผาและพังเสียหายกระจายอยู่ทั่วไป และมีกลุ่มควันลอยขึ้นมาจากอาคารถูกไฟไหม้
'คัมภีร์อัลกุรอ่านถูกฉีก'
มีรายงานว่า บ้านเรือนและร้านค้าของชาวมุสลิมหลายแห่งตกเป็นเป้าโจมตีของผู้ประท้วง
ไฟซาล โมฮัมเห็ด รายงานว่า เขาเห็นมัสยิดถูกไฟไหม้บางส่วน และมีหน้ากระดาษของพระคัมภีร์อัลกุรอ่านกระจัดกระจายอยู่บนพื้น
มัสยิดอีกแห่งหนึ่งได้รับความเสียหายเช่นกันในช่วงบ่ายวันอังคาร (25 ก.พ.) โดยภาพที่มีการส่งต่อกันมาก เผยให้เห็นผู้ชายหลายคนพยายามจะตัดเสี้ยวพระจันทร์จากยอดของหอคอยสูงของมัสยิด
เมื่อพิจารณาจากรายชื่อของเหยื่อที่ถูกเปิดเผยจนถึงขณะนี้ เหยื่อมีทั้งชาวฮินดูและชาวมุสลิม มีผู้ได้รับบาดเจ็บเกือบ 200 คน
ผู้สื่อข่าวบีบีซีรายงานที่โรงพยาบาลว่า พวกเขาเห็นคนได้รับบาดเจ็บทุกรูปแบบ รวมถึง แผลกระสุน แย่งกันเข้ารับการรักษา ขณะที่ทางโรงพยาบาลดูเหมือนจะ "มีผู้ป่วยมากเกินไป" และผู้ได้รับบาดเจ็บหลายคน "หวาดกลัวที่จะกลับบ้าน"
ผู้เห็นเหตุการณ์ ระบุว่า ผู้ก่อเหตุจลาจลหลายคนถือปืนและมีรายงานว่า ได้ยิงปืนจากบริเวณดาดฟ้าของอาคาร เจ้าหน้าที่ทางการของโรงพยาบาล ยืนยันว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากเกิดจากการถูกยิง
ทางการกำลังทำอะไรอยู่
เอ็มเอส รันดาวา โฆษกของตำรวจอินเดีย กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันอังคารว่า สถานการณ์ยังอยู่ภายใต้การควบคุม และ ได้ส่ง "กำลังตำรวจที่เพียงพอออกไปแล้ว" และได้ส่งกำลังกึ่งทหารออกไปแล้วเช่นกัน
แต่ตำรวจถูกกล่าวหามาตลอดว่าไม่มีความพร้อม และมีตำรวจมากกว่า 50 นาย ได้รับบาดเจ็บ อย่างน้อย 1 นาย เสียชีวิต
กองกำลังตำรวจของกรุงนิวเดลี รายงานโดยตรงต่อรัฐบาลที่นำโดยพรรคบีเจพีซึ่งเป็นของนายโมดี แทนที่จะเป็นรัฐบาลประจำรัฐ
คณะรัฐมนตรีจะหารือกันในวันนี้ (27 ก.พ.) เกี่ยวกับความรุนแรงในกรุงนิวเดลี
พื้นที่ใกล้กับบริเวณรอยต่อของกรุนิวเดลีและรัฐอุตตรประเทศหลายแห่งถูกปิดกั้น โรงเรียนในพื้นที่เหล่านั้นต้องปิดการเรียนการสอน และมีการจำกัดการรวมตัวในที่สาธารณะในหลายพื้นที่
ทางการเรียกร้องให้ประชาชนอยู่ในความสงบ
นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ทวีตข้อความเมื่อวานนี้ หรือ 3 วัน หลังจากเกิดความรุนแรงขึ้นว่า "เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องมีความสงบ และนำความปกติกลับคืนมาให้เร็วที่สุด"
นับตั้งแต่นายนเรนทรา โมดี ขึ้นมาครองอำนาจในปี 2014 แนวคิดชาตินิยมฮินดูฝ่ายขวาก็กลับฟื้นคืนมาอีกครั้งในอินเดีย นายกรัฐมนตรีอินเดีย ถึงกับนำไปใช้ในการหาเสียงเพื่อให้เขาชนะเลือกตั้งกลับเข้ามาอีกครั้งในปี 2019
ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ถูกมองว่าทำให้นายโมดีเสียหน้า เพราะตรงกับช่วงที่เขาเป็นเจ้าภาพต้อนรับการมาเยือนอินเดียอย่างเป็นทางการครั้งแรกของนายทรัมป์ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา
ขณะที่ความรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้น ได้กลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก บดบังความสำคัญของการเยือนของนายทรัมป์