ชาอังกฤษยอดขายตก คนรุ่นใหม่หันไปดื่มชาไข่มุกและกาแฟ

การดื่มชาเป็นประเพณีที่ทำกันมายาวนานในอังกฤษ แต่ไม่นานมานี้ยอดขายชากลับตกลง เพราะคนรุ่นใหม่หันไปนิยมดื่มกาแฟ ชาสมุนไพร และชาไข่มุก

ยูนิลีเวอร์ (Unilever) บริษัทข้ามชาติผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคชื่อดังหลายยี่ห้อกำลังประสบปัญหาในการขยายตลาดเครื่องดื่มประเภทชาดำในยุโรป

ล่าสุด ยูนิลีเวอร์เปิดเผยว่า อาจต้องขาย PG Tips ชาอังกฤษยี่ห้อดั้งเดิมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ปี 1930 และครองแชมป์ทำยอดขายอันดับหนึ่งของประเทศมาตลอด จนกระทั่งถูกคู่แข่งอย่าง Twinings โค่นแชมป์เมื่อปีที่แล้ว

สาเหตุสำคัญ คือคนในรุ่นมิลเลนเนียล ที่เกิดระหว่างปี 1981 -1996 และ เจเนเรชั่น Z ที่เกิดตั้งแต่ปี 1997 เป็นต้นไป นิยมดื่มชาสมุนไพรและกาแฟมากกว่า

นายเกรแฮม พิทเคชลี ผู้บริหารด้านการเงินของยูนิลีเวอร์กล่าวว่า แม้คนรุ่นใหม่จำนวนหนึ่งยังดื่มชาอังกฤษอยู่ แต่ชาอังกฤษถูกจัดอยู่ในกลุ่มสินค้า "ตลาดบนและมีราคาแพง"

"ผมดื่มชาอังกฤษวันละ 5-6 แก้ว แต่น่าเสียดายที่อัตราการเสียชีวิตของคนรุ่นเรานั้นมันเร็วกว่าการบริโภคของคนเจเนเรชั่น Z และมิลเลนเนียล" เกรแฮมให้ความเห็นแก่นักลงทุน

Kantar บริษัทผู้วิจัยด้านการตลาด รายงานว่า อุตสาหกรรมชาอังกฤษมีมูลค่าประมาณ 27,000 ล้านบาทต่อปี แต่ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ความต้องการสินค้าประเภทชาดำลดลง 2.7%

ในทางตรงกันข้าม มูลค่าตลาดของเครื่องดื่มชาประเภทอื่น ๆ กลับสูงขึ้น เช่น ชาสมุนไพร มีมูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาท ส่วนชาที่ชงด้วยน้ำเย็นได้ มีมูลค่าประมาณ 450 ล้านบาท

วัยรุ่นคิดอย่างไร

"ชาดำมันแรงเกินไปค่ะ แล้วบางยี่ห้อก็รสค่อนข้างขมด้วยเลยทำให้คุณต้องเติมน้ำตาลหรือน้ำผึ้งลงไปเยอะเพื่อให้มันหวานขึ้น"

น.ส.นาเดีย ซิเนล นักแต่งเพลง วัย 20 ปี บอกบีบีซี เธอยังให้ความเห็นเพิ่มเติมอีกว่า "ฉันชอบชาเขียวมากกว่าเพราะรสชาติมันหอมอ่อน ๆ แล้วก็มีคาเฟอีนน้อยกว่าด้วยค่ะ"

นาเดียคิดว่าเครื่องดื่มประเภทอื่น ๆ ที่วัยรุ่นชื่นชอบ ได้แก่ ชานมไข่มุก ที่มีต้นกำเนิดจากไต้หวันตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1990 รวมถึง คาลิปโซ (Calypso) เครื่องดื่มน้ำมะนาวจากอเมริกา

น.ส.ฟราน แม็คโมนาเกิล บล็อกเกอร์อายุ 28 ปี เองก็เห็นว่า คนรุ่นใหม่ไม่ค่อยนิยมดื่มชาดำแบบอังกฤษอีกแล้ว

"มันไม่ได้ฝังรากลึกอยู่ในวัฒนธรรมของเราอีกแล้วค่ะ ฉันรู้สึกว่าเรากลายมาเป็นชาติที่คนนิยมดื่มกาแฟมากกว่านะคะ" เธอเห็นว่าคนรุ่นใหม่จำนวนมากยังพยายามลดการบริโภคสินค้าประเภทนมเนื่องจากกังวลถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

"ส่วนพวกนมทางเลือกอื่น ๆ ก็ไม่เข้ากันกับชาด้วยค่ะ อย่างนมถั่วเหลืองหรือนมอัลมอนด์ก็มีเนื้อสัมผัสที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง มันทำให้ชาอังกฤษข้นขึ้นหรือไม่ก็เหลวไปเลย" ฟรานกล่าว "แต่ถ้านำมาชงกาแฟ ฉันกลับไม่รู้สึกว่ามันแปลกไปเท่าไหร่ค่ะ"

บล็อกเกอร์หญิงยังเห็นว่า ทางหนึ่งที่จะช่วยให้ชาอังกฤษกลับมาเป็นที่นิยมคือการปรับภาพลักษณ์ทำให้คนต้องการถ่ายภาพและนำไปโพสต์ทางโซเชียลมีเดีย อย่างอินสตาแกรม

ชาไข่มุกมาแรง

ชาไข่มุกคู่แข่งจากเอเชียเป็นเครื่องดื่มที่กำลังได้รับความนิยมล้นหลามในอังกฤษ โดยเมื่อปี 2019 ร้านชาไข่มุกหลายแห่งทยอยเปิดตัวตามเมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศ

นายนิโคลัส พาน ชายหนุ่มอายุ 30 ปี ผู้ก่อตั้งร้านชาไข่มุกชื่อ บิจู (Biju) ในกรุงลอนดอน เปิดเผยว่า ธุรกิจของเขาทำยอดขายเพิ่มขึ้นกว่าสามเท่าในรอบสามปีที่ผ่านมา

นิโคลัสเล่าว่า เขาเปิดร้านชาไข่มุกบิจูเมื่อปี 2014 หลังจากพบว่า ยังมีผู้เล่นในตลาดชาไข่มุกไม่มากนัก และร้านค้าส่วนใหญ่ในขณะนั้นมักใช้ชาที่ชงเก็บไว้นานหลายชั่วโมง อีกทั้งยังใช้ครีมเทียมอีกด้วย

นอกจากบิจูจะเลือกใช้ใบชาสดและชงใหม่ทุกแก้วแล้ว นิโคลัสบอกว่า เขาเลือกใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างไปจากคู่แข่งอื่น ๆ คือ แทนที่จะใช้เครื่องจักรช่วยทุ่นเวลาเพื่อให้รับออเดอร์จากลูกค้าได้จำนวนมาก แต่บิจูต้องการให้คนรุ่นใหม่ใช้เวลาในร้านร่วมกับเพื่อนนาน ๆ

"มันเสี่ยงนะครับ แต่เอาเข้าจริงแล้วโมเดลนี้ช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ เมื่อร้านเต็มไปด้วยลูกค้าและบรรยากาศกำลังดี" นิโคลัสกล่าว "ตอนเราเริ่มทำธุรกิจ เราอยากให้ร้านแตกต่างและเหนือกว่าชาไข่มุกทั่วไป ร้านเราดึงดูดลูกค้าใหม่ ๆ ได้เยอะมากเพราะพวกเขาเห็นคนเนืองแน่นข้างในแล้วรู้สึกอยากลองชิมดูบ้าง"

สุดท้ายแล้ว เมื่อชาทางเลือกใหม่ ๆ กำลังหลั่งไหลเข้าสู่ตลาดให้ผู้บริโภคได้ลิ้มลอง ชาดั้งเดิมสไตล์อังกฤษอาจมีอนาคตที่ไม่ค่อยสดใสนัก เมื่อไม่สามารถปรับตัวให้ทันสมัยเพื่อให้เข้ากับคนรุ่นใหม่ได้