ยาน "โซลาร์ ออร์บิเทอร์" เตรียมไขปริศนาขั้วเหนือ-ขั้วใต้ ของดวงอาทิตย์

ภาพจำลองยานโซลาร์ ออร์บิเทอร์ กำลังมุ่งหน้าสู่ดวงอาทิตย์

ที่มาของภาพ, ESA / NASA

คำบรรยายภาพ, ภาพจำลองยานโซลาร์ ออร์บิเทอร์ กำลังมุ่งหน้าสู่ดวงอาทิตย์

ยานสำรวจ "โซลาร์ ออร์บิเทอร์" (Solar Orbiter - SolO) ซึ่งเป็นยานสังเกตการณ์ดวงอาทิตย์ด้วยวิธีโคจรวนรอบ ถูกปล่อยขึ้นสู่ห้วงอวกาศแล้ว เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 ก.พ. ที่แหลมคานาเวอรัลในรัฐฟลอริดาของสหรัฐฯ

โดยภารกิจนี้เป็นความร่วมมือระหว่างองค์การนาซาของสหรัฐฯ และองค์การอวกาศยุโรป (ESA) เพื่อศึกษาโครงสร้างและพลวัตรทางพลังงานของดวงอาทิตย์ในรายละเอียดให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ภารกิจหลักของยานโซลาร์ ออร์บิเทอร์ คือการเก็บข้อมูลและบันทึกภาพขั้วเหนือ-ขั้วใต้ของดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ไม่เคยมีผู้ใดได้เห็นอย่างชัดเจนมาก่อน

โดยนักวิทยาศาสตร์คาดว่าบริเวณดังกล่าวเป็นที่อยู่ของ "หลุมโคโรนา" (Coronal holes) จำนวนมาก ซึ่งเป็นบริเวณที่เย็นกว่าและหนาแน่นน้อยกว่าบรรยากาศอันร้อนแรงโดยรอบที่ชั้นนอกของดวงอาทิตย์

Solar Orbiter

ที่มาของภาพ, ULA/@GDavisPhotos

คำบรรยายภาพ, ยานโซลาร์ ออร์บิเทอร์ ถูกบรรจุไว้ในปลอกหุ้มขนาดใหญ่ เพื่อเตรียมนำส่งขึ้นสู่ห้วงอวกาศ

หลุมโคโรนาเหล่านี้เป็นช่องทางให้อนุภาคมีประจุพลังงานสูงภายในดวงอาทิตย์ สามารถเล็ดลอดออกสู่ภายนอกได้ ซึ่งเป็นที่มาของการเกิดลมสุริยะนั่นเอง

ยานโซลาร์ ออร์บิเทอร์ จะคอยเฝ้าสังเกตปรากฏการณ์ดังกล่าวขณะที่เกิดขึ้นจริง เพื่อนำข้อมูลมาพัฒนาวิธีการทำนาย "สภาพอากาศในอวกาศ" (Space weather) ซึ่งจะบอกล่วงหน้าได้ว่าเมื่อใดจะเกิดพายุสุริยะ หรือการปลดปล่อยพลังงานระดับรุนแรงอย่างโซลาร์แฟลร์ (Solar flare) ที่อาจสร้างความเสียหายต่อระบบโทรคมนาคมและระบบจ่ายไฟฟ้าบนโลกได้

"บริเวณขั้วเหนือและใต้ของดวงอาทิตย์ น่าจะมีสภาพแตกต่างไปจากตรงส่วนกลางของดาว ซึ่งเราได้เห็นกันบ่อยครั้งอยู่แล้ว" ดร. คริส เซนต์เซียร์ นักวิจัยขององค์การนาซากล่าว "นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เชื่อว่า เราจะรู้ถึงระดับความรุนแรงของวัฏจักรความเคลื่อนไหวของดวงอาทิตย์ในรอบต่อไปได้ จากการเฝ้าดูสัญญาณต่าง ๆ ที่ส่งออกมาจากขั้วเหนือและใต้เป็นสิ่งแรก"

Artwork: Fairing separation

ที่มาของภาพ, ESA

คำบรรยายภาพ, ภาพจำลองขณะจรวดนำส่งยานแยกตัวออกจากปลอกหุ้มเหนือชั้นบรรยากาศโลก

ยานโซลาร์ ออร์บิเทอร์ มีกล้องโทรทรรศน์ 4 ตัว ที่สามารถขยายภาพพื้นผิวของดวงอาทิตย์ให้เห็นได้โดยละเอียด แม้ในจุดที่มีความกว้างเพียง 70 กิโลเมตร ทั้งยังมีอุปกรณ์ตรวจวัดต่าง ๆ อีก 6 ชิ้น เพื่อตรวจจับกระแสการพัดของอนุภาคมีประจุและความเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กที่เกิดขึ้นติดตามมา

สำหรับขั้นตอนการนำส่งยานโซลาร์ ออร์บิเทอร์ ขึ้นสู่ห้วงอวกาศนั้น จะใช้จรวดตระกูลแอตลาส (Atlas) ขับดันออกนอกโลกและเดินทางมุ่งหน้าสู่ชั้นในของระบบสุริยะ ก่อนจะอาศัยแรงโน้มถ่วงของดาวศุกร์และโลกเหวี่ยงตัวยานเข้าไปในวงโคจรของดาวพุธ ซึ่งห่างจากดวงอาทิตย์ราว 43 ล้านกิโลเมตร เพื่อให้เดินทางเข้าถึงจุดที่อยู่เหนือขั้วทั้งสองของดวงอาทิตย์ได้พอดี โดยคาดว่ายานจะไปถึงจุดหมายปลายทางในอีก 7 ปีหลังจากนี้