เหตุใดชาวประมงจีนจึงพบ "ยานสอดแนมใต้น้ำ" จำนวนมาก

A screengrab of a Chinese TV report on the drone findings
คำบรรยายภาพ, ภาพข่าวจากสถานีโทรทัศน์จีนที่รายงานเรื่องการพบโดรนสอดแนมใต้น้ำ

"จีนให้รางวัลชาวประมงที่ดักพบอุปกรณ์สอดแนมต่างชาติ" นี่คือหัวข้อข่าวที่อาจดูเป็นเรื่องแปลกในตอนแรก และชวนให้เกิดความสงสัยใคร่รู้ว่ามีโอกาสเป็นไปได้มากน้อยเพียงใดที่จะเกิดเรื่องทำนองนี้ขึ้น

ทว่าเบื้องหลังหัวข้อข่าวที่ปรากฏอยู่ในสื่อของทางการจีนนั้น กลับมีเรื่องราวที่แตกต่างและน่าจับตาเป็นอย่างยิ่ง

ประการแรก ในข่าวนี้ไม่ได้มีชาวประมงแค่ 2-3 คนที่ได้รับรางวัลจากทางการจีน ทว่ามีมากถึง 11 คน ในจำนวนนี้หนึ่งคนเป็นผู้หญิง พวกเขาดักพบ "อุปกรณ์สอดแนมต่างชาติ"รวมกันทั้งสิ้น 7 ชิ้น

ประการที่สอง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชาวประมงจากมณฑลเจียงซูพบ "ยานสอดแนมใต้น้ำ" ในปี 2018 มีชาวประมง 18 คนได้รับรางวัลจากการพบอุปกรณ์สอดแนม 9 ชิ้น และมีพิธีมอบรางวัลไปเมื่อปีก่อน

ประการที่สาม รางวัลที่ทางการจีนมอบให้มีมูลค่าสูงถึง 500,000 หยวน (ราว 2.2 ล้านบาท)

แล้ว "ยานสอดแนมใต้น้ำ" ที่ว่านี้มาจากไหน มาทำอะไร และเหตุใดจึงมีมูลค่าสูงนัก

และคำถามสำคัญก็คือ เหตุใดชาวประมงจีนจึงพบอุปกรณ์ชนิดนี้เป็นจำนวนมาก

The 11 fishers in Jiangsu

ที่มาของภาพ, Weibo

คำบรรยายภาพ, พิธีมอบรางวัลที่ทางการจีนมอบให้แก่ชาวประมงจากมณฑลเจียงซู 11 คน

เจียงซู เป็นมณฑลทางภาคตะวันออกของจีนซึ่งมีชายฝั่งทะเลทอดยาวเป็นระยะทางกว่า 1,000 กม.แวดล้อมไปด้วยประเทศเพื่อนบ้าน มีญี่ปุ่นและเกาหลีใต้อยู่ตรงข้าม และไต้หวันอยู่ห่างลงไปทางใต้ราว 500 ไมล์

ลักษณะทางภูมิศาสตร์นี้ และการมีกองทัพสหรัฐฯ ประจำการอยู่เป็นจำนวนมากในภูมิภาค จึงช่วยอธิบายถึงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น

ทางการจีนไม่ได้เปิดเผยว่าอุปกรณ์ที่พบมาจากผู้ใด เพียงแต่ระบุอย่างกว้าง ๆ ว่าเป็นอุปกรณ์ที่ "ผลิตขึ้นในประเทศอื่น"

แต่ นายอเล็กซานเดอร์ นีล ผู้เชี่ยวชาญในภูมิภาค ระบุว่า อุปกรณ์พวกนี้อาจมาจาก "กองทัพเรือสหรัฐฯ , กองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่น หรือไม่ก็จากไต้หวัน ซึ่งล้วนเป็นคู่แข่งสำคัญในภูมิภาค"

แล้วอเมริกา ญี่ปุ่น หรือไต้หวัน มีจุดประสงค์อะไร

ในปี 2009 กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้สนับสนุนโครงการวิจัยโดรนใต้น้ำ ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายว่า "ยานใต้น้ำไร้คนขับ" (Unmanned Underwater Vehicle หรือ UUV) งานวิจัยนี้มีข้อแนะนำถึงเป้าหมายการใช้อุปกรณ์นี้หลากหลายด้วยกัน เช่น

  • ตรวจจับ "เรือดำน้ำที่อาจเป็นของศัตรู"
  • ค้นหา และจัดการระเบิดใต้น้ำ โดยเฉพาะในเขตน่านน้ำประเทศอื่น
  • ใช้ส่งอุปกรณ์สอดแนม
  • เฝ้าตรวจสอบ "โครงสร้างพื้นฐานใต้ทะเล" เช่นโครงข่ายเคเบิลโทรคมนาคม

งานวิจัยยังเน้นให้เห็นถึงจุดแข็งของ UUV โดยอุปกรณ์ที่เรียกว่า glider ซึ่งเป็นยานใต้น้ำไร้คนขับขนาดเล็ก และน่าจะเป็นสิ่งที่ชาวประมงในมณฑลเจียงซูค้นพบนั้น สามารถส่งไปประจำการได้เป็นเวลาหลายเดือน อีกทั้งยังมีราคาถูกพอสำหรับการใช้แล้วทิ้งได้ ซึ่งนิยามของคำว่า "ราคาถูก" นี้ อาจอยู่ที่หลักหลายหมื่นดอลลาร์สหรัฐฯ

ต้นทุน พิสัยและศักยภาพในการทำงานของอุปกรณ์ชนิดนี้ แสดงให้เห็นว่า "อุปกรณ์สอดแนมใต้ทะเล" กำลังมีความสำคัญมากขึ้น นายนีล ประเมินว่าประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกน่าจะมีการใช้อุปกรณ์แบบนี้กันในจำนวน "หลักร้อยปลาย ๆ"

นี่จึงอธิบายได้บางส่วนว่าเหตุใดจึงพบอุปกรณ์เหล่านี้ไปติดอวนจับปลาของชาวประมงจีนเป็นจำนวนมาก

A undated Navy file photo shows crew members aboard the VOS Raasay recover US and British Royal Navy ocean gliders taking part in the Unmanned Warrior exercise off the northwest coast of Scotland in October 2016.

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, โดรนใต้น้ำเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเสริมเขี้ยวเล็บให้กองทัพเรือชาติต่าง ๆ ทั่วโลกในปัจจุบัน

จีนถือเป็นประเทศที่มีเรือประมงจำนวนมาก แต่ขณะเดียวกันก็เป็นกองเรือประมงที่แตกต่างไปจากประเทศอื่น เพราะชาวประมงบางคนเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพจีน และการทำความเข้าใจถึงการทำงานของหน่วยงานพิเศษนี้ ก็อาจช่วยอธิบายว่าทำไมพวกเขาจึงค้นพบอุปกรณ์ทางทหารอย่างต่อเนื่อง

กองกำลังสำรองทางทะเลจีน (Chinese Maritime Militia หรือ CMM) เป็นส่วนหนี่งของกลุ่มทหารกองหนุนที่เป็นพลเรือนของจีน

ศาสตราจารย์แอนดรูว์ เอส เอริคสัน จาก วิทยาลัยการสงครามทางเรือ (Naval War College) ระบุว่า CMM เป็นหน่วยที่มีลักษณะพิเศษและมีความคลุมเครือสูง แต่ก็เป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีของกองทัพสหรัฐฯ

รายงานเมื่อปี 2017 ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า CMM มีบทบาทสำคัญในการแข่งขันด้านการทหารและเหตุการณ์คับขันทางการทหารหลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ในอดีต CMM ได้เช่าเรือประมงจากบริษัทหรือชาวประมง แต่ปัจจุบันกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า "ดูเหมือนว่าจีนจะสร้างกองเรือประมงที่รัฐเป็นเจ้าของสำหรับ CMM"

Chinese underwater drone HSU001 on parade

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ในงานสวนสนามครบรอบ 70 ปี วันชาติจีน ได้มีการอวดโฉม HSU001 ซึ่งเป็นยานใต้น้ำไร้คนขับ (UUV) ที่สามารถปล่อยโดรนใต้น้ำขนาดเล็กกว่าได้

นายนีล ระบุว่า เรือหลายลำแสร้งทำเป็นเรือประมงบังหน้า ทั้งที่จริงกำลังปฏิบัติภารกิจตรวจการและสอดส่องชาติศัตรูคู่แข่งของจีน

เขาชี้ว่าในทางปฏิบัติเรือเหล่านี้สามารถทำงานเป็นปราการด่านหน้าหรือใช้ในการสอดส่องทางทหารได้

"ผมคิดว่าหากมีการตรวจสอบให้ลึกลงไป คุณจะพบว่าคนเหล่านี้ (ชาวประมงจากเจียงซู) อาจเป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังนี้

จีนไม่ใช่แค่ฝ่ายที่ค้นพบโดรนสอดแนมใต้น้ำ แต่ยังเป็นฝ่ายที่ใช้งานเทคโนโลยีนี้ด้วย

ในงานสวนสนามวาระครบรอบ 70 ปี วันชาติจีน ได้มีการอวดโฉม HSU001 ซึ่งเป็นยานใต้น้ำไร้คนขับ (UUV) ที่สามารถปล่อยโดรนใต้น้ำขนาดเล็กกว่าได้

5 เดือนก่อนหน้านั้น มีข่าวว่าชาวประมงอินโดนีเซียพบ UUV ซึ่งมีตัวหนังสือภาษาจีนกำกับอยู่ที่บริเวณหมู่เกาะรีเยา

แม้จะไม่มีการยืนยันที่มาอย่างชัดเจน แต่บรรดาผู้เชี่ยวชาญชี้ว่ามันคือส่วนหนึ่งของระบบตรวจการใต้น้ำที่มีเครือข่ายขนาดใหญ่ของจีน หรือที่เรียกว่า "กำแพงใต้น้ำของเมืองจีน"

The Chinese drone found in Indonesia was around two metres long

ที่มาของภาพ, Polres Bintan

คำบรรยายภาพ, อินโดนีเซียพบ UUV ความยาวประมาณ 2 เมตร ซึ่งมีตัวหนังสือภาษาจีนกำกับอยู่ที่บริเวณหมู่เกาะรีเยา

ดังนั้นยิ่งเทคโนโลยี UUV พัฒนาไปไกลเท่าใด ก็จะยิ่งมีชาวประมง ไม่ว่าจะเป็นชาวจีนหรืออินโดนีเซียได้พบเจอกับโดรนสอดแนมใต้น้ำมากขึ้นเท่านั้น

"พวกมัน (โดรน) ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจตราความปลอดภัยของกองทัพเรือที่มีความทันสมัยของชาติต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้" นายนีลกล่าว