อเมริกา-อิหร่าน : อิหร่านประกาศเดินหน้าเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ หลังเหตุสังหารนายพลสุเลมานี

ที่มาของภาพ, EPA
รัฐบาลอิหร่านประกาศฉีกสัญญาว่าด้วยการจำกัดการพัฒนานิวเคลียร์ที่ทำขึ้นเมื่อปี 2015 โดยระบุว่าอิหร่านจะไม่ทำตามข้อตกลงที่ให้จำกัดการเสริมสมรรถนะ การสะสมวัสดุเสริมสมรรถนะ รวมถึงการพัฒนาและการวิจัยด้านนิวเคลียร์อีกต่อไป
คำแถลงนี้มีขึ้นหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีในกรุงเตหะราน
การลอบสังหารนายพลคาเซ็ม สุเลมานี โดยสหรัฐอเมริกา ในกรุงแบกแดดของอิรักเมื่อเช้าวันที่ 3 ม.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านตึงเครียดมากขึ้น
มีรายงานว่าสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงแบกแดดถูกโจมตีเมื่อ5 ม.ค. แหล่งข่าวบอกกับบีบีซีว่า มีการยิงปืนมาในบริเวณที่สถานทูตตั้งอยู่ แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดขึ้นวันเดียวกันกับที่ชาวอิรักหลายแสนคนรวมตัวกันเพื่อรับศพของนายพลสุเลมานีที่ถูกส่งกลับประเทศ ก่อนที่พิธีศพจะจัดขึ้นอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ (7 ม.ค.)
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ย้ำหลายครั้งหลังเหตุสังหารว่า สหรัฐฯ จะตอบโต้ทันทีหากอิหร่านกระทำการใด ๆ เพื่อแก้แค้นต่อการตายของนายพลสุเลมานี เขาขู่ด้วยว่าการตอบโต้นั้นจะเป็นไปอย่างเต็มรูปแบบโดยไม่สนใจว่าจะทัดเทียมกับสิ่งที่อิหร่านทำหรือไม่
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์
ข้อตกลงว่าด้วยการจำกัดการพัฒนานิวเคลียร์ที่อิหร่านลงนามในปี 2015 แทบจะหมดสภาพแล้วนับตั้งแต่รัฐบาลของประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศถอนตัวจากข้อตกลงนี้เมื่อเดือน พ.ค. 2018 โดยอ้างว่าข้อตกลงที่ทำขึ้นในสมัยรัฐบาลบารัค โอบามานี้เป็น "ข้อตกลงที่ไม่ได้เรื่อง" แต่ประเทศอื่นที่ร่วมลงนาม ได้แก่ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส รัสเซีย จีน เยอรมนีและสหภาพยุโรปเชื่อมั่นว่าข้อตกลงนี้ยังศักดิ์สิทธิ์อยู่
สื่อทางการของรัฐบาลรายงานเมื่อวานนี้ว่า อิหร่านจะไม่ปฏิบัติตามข้อจำกัดต่าง ๆ ที่ระบุไว้ในข้อตกลงนิวเคลียร์ 2015 อีกต่อไป

ที่มาของภาพ, Getty Images
"อิหร่านจะเดินหน้าเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์อย่างไม่มีข้อจำกัด โดยจะกระทำบนพื้นฐานความจำเป็นด้านเทคนิค" แถลงการณ์ระบุ
อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ฉบับนี้ไม่ได้บอกชัดว่าอิหร่านถอนตัวออกจากข้อตกลงหรือไม่ และยังระบุด้วยว่าอิหร่านจะยังคงให้ความร่วมมือกับทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) ของสหประชาชาติต่อไป
แถลงการณ์กล่าวต่อไปว่า อิหร่านพร้อมจะกลับมาปฏิบัติตามขอตกลงหากว่าประเทศได้ประโยชน์จากข้อตกลงนี้ ซึ่งผู้สื่อข่าวที่ติดตามเรื่องนี้ตีความว่า อิหร่านกำลังพูดถึงการขายน้ำมันและการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ
อิหร่านต้องใช้เวลาแค่ไหนถึงจะสร้างระเบิดนิวเคลียร์ได้
อิหร่านยืนยันมาตลอดว่าโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของประเทศเป็นโครงการปรมาณูเพื่อสันติ แต่ข้อสงสัยว่าอิหร่านกำลังแอบพัฒนาระเบิดนิวเคลียร์ส่งผลให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ สหรัฐฯ และอียูประกาศคว่ำบาตรในปี 2010
ทำเนียบขาวของสหรัฐฯ เคยประเมินไว้ก่อนปี 2015 ว่าอิหร่านมียูเรเนียมเสริมสมรรถนะปริมาณมหาศาลและมีเครื่องหมุนเหวี่ยงอยู่เกือบ 20,000 เครื่อง ซึ่งมีศักยภาพที่จะผลิตระเบิดนิวเคลียร์ได้ 8-10 ลูก
ผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ ประเมินในเวลานั้นว่า ถ้าอิหร่านตัดสินใจจะสร้างระเบิดนิวเคลียร์ ก็อาจจะใช้เวลา 2-3 เดือนในการสะสมยูเรเนียมเสริมสมรรถนะเข้มข้น 90 เปอร์เซ็นต์ให้เพียงพอสำหรับสร้างอาวุธนิวเคลียร์
แต่ถ้าเป็นปัจจุบัน อิหร่านอาจใช้เวลาประมาณ 1 ปี หรืออาจเพียงครึ่งปีหรือไม่กี่เดือนถ้าต้องการยูเรเนียมเสริมสมรรถนะเข้มข้น 20 เปอร์เซ็นต์
นานาชาติมีปฏิกิริยาอย่างไร
ประเทศอื่น ๆ ที่ร่วมลงนามในข้อตกลงจำกัดการพัฒนานิวเคลียร์ 2015 ได้แก่ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส รัสเซีย จีน เยอรมนีและสหภาพยุโรป พยายามอย่างเต็มที่ที่จะทำให้ข้อตกลงฉบับนี้ยังคงมีผลอยู่ต่อไปหลังจากสหรัฐฯ ถอนตัวในปี 2018
นางอังเกลา แมร์เคิล นายกฯ เยอรมนี ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส และนายบอริส จอห์นสัน นายกฯ อังกฤษ ได้ออกแถลงการณ์ร่วมเรียกร้องให้อิหร่านยุติการกระทำใด ๆ ที่ละเมิดข้อตกลงดังกล่าว

ที่มาของภาพ, Reuters
"เราพร้อมที่จะเจรจากับทุกฝ่ายเพื่อปลดชนวนความรุนแรงและรักษาความมั่นคงในภูมิภาค" แถลงการณ์ร่วมของผู้นำ 3 ประเทศระบุ
ก่อนออกแถลงการณ์ฉบับนี้ นายจอห์นสันกล่าวว่า "เราจะไม่คร่ำครวญ" ต่อการเสียชีวิตของนายพลสุเลมานี ซึ่งเขาบรรยายว่าเป็น "ภัยคุกคามต่อผลประโยชน์ของเรา"










