อเมริกา-อิหร่าน : อิหร่านประกาศเดินหน้าเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ หลังเหตุสังหารนายพลสุเลมานี

Iranian President Hassan Rouhani (R) and the head of Iran nuclear technology organization Ali Akbar Salehi inspecting nuclear technology on the occasion of Iran National Nuclear Technology Day in Tehran, Iran, 9 April 2019

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, ประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานี ของอิหร่าน (ขวา) ขู่ว่าจะเดินหน้าเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ หากว่ายังคงถูกคว่ำบาตรต่อไปอีก

รัฐบาลอิหร่านประกาศฉีกสัญญาว่าด้วยการจำกัดการพัฒนานิวเคลียร์ที่ทำขึ้นเมื่อปี 2015 โดยระบุว่าอิหร่านจะไม่ทำตามข้อตกลงที่ให้จำกัดการเสริมสมรรถนะ การสะสมวัสดุเสริมสมรรถนะ รวมถึงการพัฒนาและการวิจัยด้านนิวเคลียร์อีกต่อไป

คำแถลงนี้มีขึ้นหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีในกรุงเตหะราน

การลอบสังหารนายพลคาเซ็ม สุเลมานี โดยสหรัฐอเมริกา ในกรุงแบกแดดของอิรักเมื่อเช้าวันที่ 3 ม.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านตึงเครียดมากขึ้น

มีรายงานว่าสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงแบกแดดถูกโจมตีเมื่อ5 ม.ค. แหล่งข่าวบอกกับบีบีซีว่า มีการยิงปืนมาในบริเวณที่สถานทูตตั้งอยู่ แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดขึ้นวันเดียวกันกับที่ชาวอิรักหลายแสนคนรวมตัวกันเพื่อรับศพของนายพลสุเลมานีที่ถูกส่งกลับประเทศ ก่อนที่พิธีศพจะจัดขึ้นอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ (7 ม.ค.)

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ย้ำหลายครั้งหลังเหตุสังหารว่า สหรัฐฯ จะตอบโต้ทันทีหากอิหร่านกระทำการใด ๆ เพื่อแก้แค้นต่อการตายของนายพลสุเลมานี เขาขู่ด้วยว่าการตอบโต้นั้นจะเป็นไปอย่างเต็มรูปแบบโดยไม่สนใจว่าจะทัดเทียมกับสิ่งที่อิหร่านทำหรือไม่

ข้าม X โพสต์
ยินยอมรับเนื้อหาจาก X

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด X โพสต์

ข้อตกลงว่าด้วยการจำกัดการพัฒนานิวเคลียร์ที่อิหร่านลงนามในปี 2015 แทบจะหมดสภาพแล้วนับตั้งแต่รัฐบาลของประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศถอนตัวจากข้อตกลงนี้เมื่อเดือน พ.ค. 2018 โดยอ้างว่าข้อตกลงที่ทำขึ้นในสมัยรัฐบาลบารัค โอบามานี้เป็น "ข้อตกลงที่ไม่ได้เรื่อง" แต่ประเทศอื่นที่ร่วมลงนาม ได้แก่ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส รัสเซีย จีน เยอรมนีและสหภาพยุโรปเชื่อมั่นว่าข้อตกลงนี้ยังศักดิ์สิทธิ์อยู่

สื่อทางการของรัฐบาลรายงานเมื่อวานนี้ว่า อิหร่านจะไม่ปฏิบัติตามข้อจำกัดต่าง ๆ ที่ระบุไว้ในข้อตกลงนิวเคลียร์ 2015 อีกต่อไป

คาเซ็ม สุเลมานี เป็นผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษคุดส์ สังกัดกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, คาเซ็ม สุเลมานี เป็นผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษคุดส์ สังกัดกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน

"อิหร่านจะเดินหน้าเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์อย่างไม่มีข้อจำกัด โดยจะกระทำบนพื้นฐานความจำเป็นด้านเทคนิค" แถลงการณ์ระบุ

อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ฉบับนี้ไม่ได้บอกชัดว่าอิหร่านถอนตัวออกจากข้อตกลงหรือไม่ และยังระบุด้วยว่าอิหร่านจะยังคงให้ความร่วมมือกับทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) ของสหประชาชาติต่อไป

แถลงการณ์กล่าวต่อไปว่า อิหร่านพร้อมจะกลับมาปฏิบัติตามขอตกลงหากว่าประเทศได้ประโยชน์จากข้อตกลงนี้ ซึ่งผู้สื่อข่าวที่ติดตามเรื่องนี้ตีความว่า อิหร่านกำลังพูดถึงการขายน้ำมันและการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ

อิหร่านต้องใช้เวลาแค่ไหนถึงจะสร้างระเบิดนิวเคลียร์ได้

อิหร่านยืนยันมาตลอดว่าโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของประเทศเป็นโครงการปรมาณูเพื่อสันติ แต่ข้อสงสัยว่าอิหร่านกำลังแอบพัฒนาระเบิดนิวเคลียร์ส่งผลให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ สหรัฐฯ และอียูประกาศคว่ำบาตรในปี 2010

คำบรรยายวิดีโอ, ทำไมสหรัฐฯ และอิหร่าน จึงเป็นศัตรูคู่แค้น

ทำเนียบขาวของสหรัฐฯ เคยประเมินไว้ก่อนปี 2015 ว่าอิหร่านมียูเรเนียมเสริมสมรรถนะปริมาณมหาศาลและมีเครื่องหมุนเหวี่ยงอยู่เกือบ 20,000 เครื่อง ซึ่งมีศักยภาพที่จะผลิตระเบิดนิวเคลียร์ได้ 8-10 ลูก

ผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ ประเมินในเวลานั้นว่า ถ้าอิหร่านตัดสินใจจะสร้างระเบิดนิวเคลียร์ ก็อาจจะใช้เวลา 2-3 เดือนในการสะสมยูเรเนียมเสริมสมรรถนะเข้มข้น 90 เปอร์เซ็นต์ให้เพียงพอสำหรับสร้างอาวุธนิวเคลียร์

แต่ถ้าเป็นปัจจุบัน อิหร่านอาจใช้เวลาประมาณ 1 ปี หรืออาจเพียงครึ่งปีหรือไม่กี่เดือนถ้าต้องการยูเรเนียมเสริมสมรรถนะเข้มข้น 20 เปอร์เซ็นต์

นานาชาติมีปฏิกิริยาอย่างไร

ประเทศอื่น ๆ ที่ร่วมลงนามในข้อตกลงจำกัดการพัฒนานิวเคลียร์ 2015 ได้แก่ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส รัสเซีย จีน เยอรมนีและสหภาพยุโรป พยายามอย่างเต็มที่ที่จะทำให้ข้อตกลงฉบับนี้ยังคงมีผลอยู่ต่อไปหลังจากสหรัฐฯ ถอนตัวในปี 2018

นางอังเกลา แมร์เคิล นายกฯ เยอรมนี ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส และนายบอริส จอห์นสัน นายกฯ อังกฤษ ได้ออกแถลงการณ์ร่วมเรียกร้องให้อิหร่านยุติการกระทำใด ๆ ที่ละเมิดข้อตกลงดังกล่าว

นายบอริส จอห์สัน

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, นายกรัฐมนตรีอังกฤษกล่าวในแถลงการณ์ว่า "เราจะไม่คร่ำครวญ" ต่อการเสียชีวิตของนายพลสุเลมานี

"เราพร้อมที่จะเจรจากับทุกฝ่ายเพื่อปลดชนวนความรุนแรงและรักษาความมั่นคงในภูมิภาค" แถลงการณ์ร่วมของผู้นำ 3 ประเทศระบุ

ก่อนออกแถลงการณ์ฉบับนี้ นายจอห์นสันกล่าวว่า "เราจะไม่คร่ำครวญ" ต่อการเสียชีวิตของนายพลสุเลมานี ซึ่งเขาบรรยายว่าเป็น "ภัยคุกคามต่อผลประโยชน์ของเรา"