ฟุตบอลอังกฤษ : 10 สุดยอดเหตุการณ์น่าจดจำในรอบทศวรรษ

ปี 2019 กำลังจะผ่านพ้นไปและนับเป็นการสิ้นสุดของทศวรรษ 2010 กองบรรณาธิการบีบีซีสปอร์ตได้รวบรวมเหตุการณ์เด่น ๆ ที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุดมาให้ผู้อ่านช่วยกันโหวตสุดยอดเหตุการณ์น่าจดจำในรอบทศวรรษของฟุตบอลอังกฤษ

ผลปรากฏว่าการได้แชมป์พรีเมียร์ลีกของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ได้รับเลือกเป็นอันดับหนึ่ง (38%) ตามด้วยลูกยิงของ เซร์คิโอ อกูเอโร ผู้ดับฝัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (29%) และลิเวอร์พูลพลิกกลับมาชนะทีมยักษ์ใหญ่อย่างบาร์เซโลนาและผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก (18%)

สำหรับเหตุการณ์ทั้ง 10 มีดังต่อไปนี้

1. ลูกจักรยานอากาศของ รูนีย์ ในเกมกับแมนฯ ซิตี้ (ปี 2011)

การทำประตูสุดสวยด้วยท่าจักรยานอากาศสำหรับนักฟุตบอลเป็นสิ่งที่น่าจดจำยิ่ง และหากมันเป็นการทำได้กับทีมคู่ปรับร่วมเมืองด้วยแล้ว ความพิเศษ ยิ่งจะดูทวีคูณขึ้นไปอีก

เฉกเช่นเดียวกับลูกจักรยานอากาศที่ เวย์น รูนีย์ ทำได้ในเกมกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในปี 2011 ซึ่งเป็นประตูชัยและเป็นประตูสำคัญ ที่ช่วยให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในปีนั้นไปครองได้สำเร็จ

2. กำเนิดวลี "Why always me?" (ปี 2011)

อีกหนึ่งเหตุการณ์สุดแสบของ มาริโอ บาโลเตลลี ดาวยิงทีมชาติอิตาลี เมื่อเขาเปิดเสื้อโชว์ข้อความ Why always me?-ทำไมต้องเป็มผมอยู่เรื่อย หลังยิงประตูช่วยให้ต้นสังกัด แมนฯ ซิตี้ ถล่มเอาชนะทีมคู่ปรับร่วมเมือง แมนฯ ยูไนเต็ด 6-1

ปีนั้นจบด้วยการที่เขาช่วยให้เรือใบสีฟ้าคว้าแชมป์ลีกไปครองได้สำเร็จ

3. ประตูของ อกูเอโร ช่วยแมนฯ ซิตี้ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรก (ปี 2012)

นี่เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่แฟนแมนฯ ซิตี้และแมนฯ ยูไนเต็ด จะจดจำไปอีกนาน กับประตูที่เซร์คิโอ อกูเอโร ดาวยิงเรือใบสีฟ้ายิงช่วยต้นสังกัดแซงกลับมาชนะควีนปาร์ค เรนเจอร์ 3-2 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ

ลูกนี้นอกจากจะเป็นประตูชัย มันยังเป็นประตูช่วยให้พวกเขาแซงคู่ปรับร่วมเมือง แมนฯ ยูไนเต็ด ขึ้นไปเถลิงแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ด้วยผลต่างประตูได้เสียที่มากกว่า

4. ซัวเรซจอมกัด (ปี 2013)

หลังจาก หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าลิเวอร์พูลถูกทำโทษด้วยการถูกแบน 8 เกม จากการแสดงอาการเหยียดสีผิวต่อ ปาทริค เอฟร่า กองหลังแมนฯ ยูไนเต็ด

ซัวเรซก็เรียกเสียงฮือฮาได้อีกครั้งด้วยการกัดเข้าที่แขนของ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช กองหลังเชลซี ซึ่งทำให้เขาถูกแบนอีกครั้ง เป็นจำนวนทั้งสิ้น 10 เกม

5. การวางมือของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน (ปี 2013)

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ถูกยกย่องให้เป็นยอดกุนซือคนหนึ่งในโลกฟุตบอล เขาตัดสินใจวางมือไปในปี 2013

สุนทรพจน์ของเขาซาบซึ้งจนแฟนแมนฯ ยูไนเต็ดหลายคนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ตลอดเกือบ 27 ปีของเขากับปีศาจแดง เขาพาทีมคว้าแชมป์ไปได้ถึง 38 แชมป์ กลายเป็นหนึ่งในสุดยอดทีมจากเกาะอังกฤษ

ดูเหมือนในปัจจุบันแฟนบอลปีศาจแดงหลายคนกำลังคิดถึงอดีตกุนซือผู้นี้

6. เจอร์ราร์ดลื่น (ปี 2014)

ปี 2014 นับว่าเป็นปีร้อนแรงของลิเวอร์พูลปีหนึ่งเลยก็ว่าได้ พวกเขาชนะต่อเนื่องถึง 11 เกม และกำลังขับเขี้ยวเพื่อลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกกับแมนฯ ซิตี้ อย่างสนุกสนาน

ทว่าเจอร์ราร์ดก็มาทำพลาดในเกมที่เปิดบ้านต้อนรับเชลซี

เขาเสียหลักลื่นล้ม ทำให้เดม บาบา ได้โอกาสกระชากบอลหนีเข้าไปยิงทำประตูให้เชลซีขึ้นนำ

ก่อนที่วิลเลียนในตำแหน่งกองกลางจะมายิงประตูที่ 2 ในครึ่งเวลาหลัง ตอกย้ำชัยให้กับเชลซี

การพ่ายแพ้เกมนี้เหมือนเป็นการดับฝันพวกเขาที่กำลังขับเขี้ยวตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกกับแมนฯ ซิตี้ในปีนั้น

7. ทีมสิงโตหญิงคว้าอันดับ 3 ฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก (ปี 2015)

ปี 2015 ถือเป็นปีที่ยอดเยี่ยมของวงการฟุตบอลหญิงในอังกฤษ เกมดาร์บี้แมทช์ระหว่างแมนฯ ยูไนเต็ดทีมหญิงและแมนฯ ซิตี้ทีมหญิง มีผู้ชมในสนามกว่า 30,000 คน เป็นอีกหนึ่งสถิติสูงสุดของวงการฟุตบอลหญิงอังกฤษ

ส่วนเกมอุ่นเครื่องระหว่างทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติอังกฤษกับทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติเยอรมนี มีคนดูในสนามถึง 77,000 คน

ขณะที่ผลงานของทีมหญิงอังกฤษในศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลกที่แคนาดา พวกเธอก็สามารถเอาชนะเยอรมนีได้เป็นครั้งแรกในรอบ 31 ปี พร้อมคว้าตำแหน่งที่สามกลับบ้าน

8. เทพนิยายเลสเตอร์ ซิตี้ (ปี 2016)

ไม่มีใครคาดคิดว่า เลสเตอร์ ซิตี้ จะก้าวขึ้นไปเป็นแชมป์ได้ พวกเขาเลื่อนชั้นขึ้นมาและเกือบจะต้องตกชั้นลงไปในปีเดียวกัน

ทว่าในอีกหนึ่งปีต่อมา ภายใต้การคุมทีมของกุนซือคนใหม่อย่าง เคลาดิโอ รานิเอรี ทีมกลับเล่นได้อย่างแข็งแกร่ง ต่อกรกับทีมยักษ์ใหญ่ได้สมศักดิ์ศรี

สุดท้ายแล้วพวกเขาเข้าป้ายคว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จด้วยการเก็บไป 81 แต้ม เหนือกว่าอันดับที่สองอย่างอาร์เซน่อลถึง 10 แต้ม สร้างเทพนิยายบทใหม่ให้กับสโมสร

9. อังกฤษชนะจุดโทษโคลมเบีย ศึกฟุตบอลโลก (ปี 2018)

ทีมชาติอังกฤษมีสถิติไม่สู้ดีนัก ในการดวลจุดโทษในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย โดยในการดวลจุดโทษ 3 ครั้งก่อนหน้านี้ พวกเขาไม่สามารถเอาชนะคู่แข่งได้เลย

และอีกเช่นเคย ในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย พวกเขาลงเตะกับทีมโคลอมเบีย เกมจบลงด้วยผลเสมอ 1-1 ต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ

แฟนบอลอังกฤษหลายคนต่างถอดใจ และคิดว่าทีมรักคงหยุดเส้นทางฟุตบอลโลกครั้งนี้ไว้เพียงรอบนี้อีกตามเคย

ทว่าพวกเขาคิดผิด ต้องขอบคุณการเซฟของ จอร์แดน พิคฟอร์ด ที่ช่วยให้อังกฤษลบอาถรรพ์เอาชนะการดวลจุดโทษได้สำเร็จเป็นครั้งแรก

10. ลิเวอร์พูลพลิกชนะบาร์เซโลน่า (ปี 2019)

เกมรอบรองชนะเลิศ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2018-19 ยอดทีมจากเกาะอังกฤษอย่างลิเวอร์พูลต้องโคจรมาเจอกับบาร์เซโลน่ายักษ์ใหญ่จากสเปน

เกมนัดแรกจบลงด้วยชัยชนะของบาร์ซ่าด้วยสกอร์ 3-0 แฟนบอลเจ้าบุญทุ่มวาดฝันถึงการคว้าถ้วยแชมป์ ขณะที่สาวกหงส์แดง พวกเขาหวังให้ทีมสร้างปาฏิหารย์ได้อีกครั้ง เหมือนกับในฤดูกาล 2004-05

ด้วยผลต่างถึง 3 ประตู ทฤษฏีแรกหากลูกทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ หวังที่จะเข้าชิงชนะเลิศ คือการยิง 4 ประตูและห้ามเสียแม้แต่ประตูเดียว

กูรูหลายคนต่างฟันธงว่าหมดหวัง

แต่แล้วในเกมชี้ชะตาในอีก 6 วันต่อมา ลิเวอร์พูลก็สร้างปาฏิหารย์ได้สำเร็จอีกครั้ง ดิว็อก โอริกี้ และ จอร์จิโอ ไวนาดุม กลายเป็นฮีโร่ทำคนละ 2 ประตู ช่วยให้หงส์แดงเปิดบ้านเอาชนะบาร์ซ่าไปได้ 4-0 พลิกเข้าไปสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จด้วยสกอร์รวม 4-3