You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ประท้วงฮ่องกง : สถานการณ์ที่โพลียูใกล้ยุติลง หลังตำรวจปิดล้อมเข้ม-เสบียงอาหารใกล้หมด
การเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยกับตำรวจปราบจลาจลภายในมหาวิทยาลัยฮ่องกงโพลีเทคนิค (โพลียู) ดำเนินเข้าสู่วันที่ 4 แล้วในวันนี้ (20 พ.ย.) และคาดว่าสถานการณ์ใกล้จะยุติลง หลังจากผู้ประท้วงเริ่มทยอยมอบตัวต่อทางการ เนื่องจากตำรวจยกระดับการปิดล้อมเข้มข้น และเสบียงอาหารในมหาวิทยาลัยเริ่มร่อยหรอลง
ตำรวจระบุว่า มีผู้ประท้วงราว 800-900 คนยอมออกจากพื้นที่โพลียู โดยในจำนวนนี้หลายร้อยคนเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี คาดว่าขณะนี้มีผู้ประท้วงยังเหลืออยู่ภายในอีกไม่กี่สิบคน
กลุ่มผู้ประท้วงเข้ายึดพื้นที่ในโพลียู ซึ่งตั้งอยู่ในย่านเกาลูน ตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และพยายามสกัดกั้นไม่ให้ตำรวจเข้าไปในพื้นที่ด้วยการจุดไฟและปาระเบิดเพลิงใส่
ด้านตำรวจได้ยกระดับมาตรการปิดล้อมมหาวิทยาลัยเพื่อกดดันให้ผู้ประท้วงที่อยู่ภายในมอบตัว โดยเข้าปิดล้อมถนนทุกสายรอบมหาวิทยาลัย และกระจายกำลังดักตามรั้ว สะพายลอย และตามท่อระบายน้ำของมหาวิทยาลัย หลังผู้ประท้วงบางส่วนพยายามหลบหนีออกจากพื้นที่ด้วยการใช้เชือกโรยตัวลงจากสะพานลอย และใช้ช่องทางหนีทางระบบท่อระบายน้ำของมหาวิทยาลัย
ตำรวจประเมินว่าน่าจะมีผู้ที่เหลืออยู่ภายในโพลียูไม่มากนัก ขณะที่ ส.ส.ฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยที่เข้าไปเยี่ยมกลุ่มผู้ประท้วงภายในมหาวิทยาลัยเมื่อวานนี้ เชื่อว่าเสบียงอาหารแทบไม่เหลือแล้ว
สำหรับผู้ประท้วงที่ยอมมอบตัวกับตำรวจต่างมีสภาพอิดโรย และได้รับบาดเจ็บ โดยบางคนมีบาดแผลที่ตา และล้มป่วยจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น
Hospital Authority ซึ่งกำกับดูแลสถานพยาบาลในฮ่องกงระบุว่า เมื่อวันที่ 19 พ.ย. มีผู้บาดเจ็บถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาล 325 คน โดยมีอายุระหว่าง 15-66 ปี หนึ่งในนั้นมีอาการสาหัส
มีผู้ประท้วงถูกจับกุมไปแล้วกี่คน
ตำรวจระบุว่า ได้จับกุมผู้ประท้วงไปแล้วประมาณ 1,100 คนจากทั้งด้านในและบริเวณโดยรอบโพลียู
ตำรวจทำประวัติเก็บข้อมูล เยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ไว้ แต่ไม่ได้ถูกควบคุมตัว
ส่วนผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไป อาจถูกตั้งข้อหาก่อจลาจล ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี ส่งผลให้ผู้ประท้วงบางคนติดอยู่ด้านในเพราะไม่กล้าออกมามอบตัว
ขณะเดียวกัน วุฒิสภาสหรัฐฯ ได้ผ่านร่างกฎหมายที่อาจถอดถอนฮ่องกงออกจากสถานะพิเศษทางการค้า หากฮ่องกงไม่ส่งเสริมประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน อย่างไรก็ตาม กระบวนการถอดถอนดังกล่าวจะต้องได้รับการอนุมัติจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ด้านจีนได้ออกมาประณามความเคลื่อนไหวดังกล่าวทันที พร้อมกล่าวหาสหรัฐฯ ว่าเข้าไปแทรกแซงเรื่องในฮ่องกงอย่าง "โจ่งแจ้ง"