You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
สื่อมวลชนกับราชวงศ์อังกฤษ ถามอย่างไรทำให้เจ้าชายแอนดรูว์ถูกมองว่า “เพลี่ยงพล้ำ”
การเสนอตัวเองของเจ้าชายแอนดรูว์ ให้สัมภาษณ์กับรายการโทรทัศน์ของบีบีซี เพื่อชี้แจงข้อกล่าวหาเรื่องเพศกลายเป็น "หายนะทางภาพลักษณ์" ของพระองค์ มากกว่าการลบล้างข้อกล่าวหา
เจ้าชายแอนดรูว์ ตกเป็นเป้าวิจารณ์อีกครั้งจากคำตอบของพระองค์เอง ที่ตรัสระหว่างประทานสัมภาษณ์พิเศษกับบีบีซีถึงกรณีอื้อฉาวที่ทรงไปเกี่ยวข้องกับนายเจฟฟรีย์ เอปสตีน นักการเงินทรงอิทธิพลที่ฆ่าตัวตายในเรือนจำ ระหว่างรอพิจารณาคดีค้าประเวณีเด็กหญิงเมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้เจ้าชายแอนดรูว์ ดยุคแห่งยอร์ก พระราชโอรสพระองค์ที่สองในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองแห่งสหราชอาณาจักร ทรงตกเป็นเป้าการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักมาแล้ว จากกรณีที่ยังทรงคบค้าสมาคมกับนายเอปสตีน หลังจากเขาได้ถูกตัดสินเมื่อปี 2008 ว่ามีความผิดฐานเป็นธุระจัดหาผู้เยาว์เพื่อการค้าประเวณี
พิธีกรซักเข้ม ตอกย้ำเรื่องเพศสัมพันธ์
ในรายการ นิวส์ไนต์ ของบีบีซี ที่ออกอากาศเมื่อ 16 พ.ย. เป็นครั้งแรกที่ เจ้าชายแอนดรูว์ พระชันษา 59 ปี ทรงตอบคำถามสื่อมวลชนในเรื่องนี้ โดย เอมิลี เมตลิส ผู้ดำเนินรายการหญิง ได้ซักถามพระองค์อย่างเข้มข้น และถามย้ำหลายครั้งในเรื่องที่ น.ส.เวอร์จิเนีย โรเบิร์ตส์ ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนนามสกุลเป็น จุฟเฟร ระบุว่าเธอถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์กับเจ้าชายแอนดรูว์ 3 ครั้ง ระหว่างปี 2001 ซึ่งตอนนั้นเธอมีอายุ 17 ปี และในปี 2002 ในกรุงลอนดอน นครนิวยอร์ก และที่เกาะส่วนตัวของนายเอปสตีนในทะเลแคริบเบียน โดยตามกฎหมายรัฐฟลอริดา ถือว่าในขณะนั้นเธอยังเป็นผู้เยาว์
ไปเสวยพิซซ่า
เมื่อปี 2015 พระนามของเจ้าชายแอนดรูว์ได้ปรากฏอยู่ในเอกสารของศาลในคดีที่ฟ้องร้องนายเอปสตีน ซึ่ง น.ส.โรเบิร์ตส์ เป็นหนึ่งในโจทก์ผู้ฟ้องร้อง
น.ส.โรเบิร์ตส์ ระบุว่า เธอมีเพศสัมพันธ์กับเจ้าชายแอนดรูว์ในวันที่ 10 มีนาคม 2001
ช่วงหนึ่งของการสัมภาษณ์ในรายการนิวส์ไนต์ พิธีกรได้ตั้งคำถามว่า พระองค์ได้ทรงไปเต้นรำที่ แทรมป์ ไนต์คลับในกรุงลอนดอนหรือไม่ เจ้าชายแอนดรูว์ตอบว่า "ไม่" ก่อนตรัสต่อไปว่า ในช่วงบ่ายของวันดังกล่าวทรงพาพระธิดาไปงานเลี้ยงที่ร้านพิซซ่า เอ็กซ์เพรส ในย่านโวกิง จากนั้นได้ประทับอยู่ที่พระตำหนักตลอดทั้งคืนโดยไม่ได้เสด็จออกไปไหน
เมตลิส ได้ซักพระองค์ต่อไปอีกว่า เหตุใดจึงทรงจำรายละเอียดสิ่งที่เกิดขึ้นในวันดังกล่าวได้มากมายขนาดนั้น เจ้าชายแอนดรูว์ ตรัสว่า การเสด็จไปที่ร้านพิซซ่าเอ็กซ์เพรส ถือเป็นเรื่องไม่ธรรมดาสำหรับพระองค์
คำถามที่ทรงถูกซักต่อไปคือว่า น.ส.โรเบิร์ตส์ จำได้อย่างแม่นยำว่า พระองค์มีพระเสโท (เหงื่อ) ทั่วร่างกาย และเธอได้ไปอาบน้ำกับพระองค์
ในจุดนี้เจ้าชายแอนดรูว์ ทรงปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงโดยตรัสว่า พระองค์มี "อาการทางพระวรกายที่ประหลาด" ซึ่งทำให้พระองค์ไม่มีเหงื่อ อาการดังกล่าวเกิดจากการที่พระวรกายของพระองค์หลั่งอะดรีนารีนมากเกินไปตอนที่ทรงถูกยิงระหว่างไปร่วมรบในสงครามหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ จึงทำให้พระวรกายของพระองค์ไม่สามารถหลั่งเหงื่อได้
ประเด็นเรื่องการเสด็จไปยังร้านพิซซ่าและเรื่องที่พระองค์ไม่สามารถหลั่งพระเสโทได้นั้นได้ถูกหยิบยกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์ทางโซเชียลมีเดีย มีผู้เข้าไปโพสต์ข้อความทางบัญชีทวิตเตอร์ของพิซซ่าเอ็กซ์เพรส ล้อเลียนสิ่งที่เจ้าชายแอนดรูว์ตรัสเกี่ยวกับร้านพิซซ่าดังกล่าว ขณะที่ นสพ.เดอะการ์เดี้ยน ได้ไปสอบถามพนักงานร้านพิซซ่า เอ็กซ์เพรส ในย่านโวกิง แต่พนักงานของร้านปฏิเสธที่จะตอบคำถามใด ๆ
ด้านหนังสือพิมพ์หัวสีของอังกฤษอย่างดิเอ็กซ์เพรสได้สอบถามผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังจากมหาวิทยาลัย คิงส์คอลเลจ ที่เห็นว่า การที่ร่างกายหลั่งอะดรีนารีนมากเกินไป น่าจะทำให้บุคคลหลั่งเหงื่อได้มากขึ้น มิใช่น้อยลง
ไม่เสียพระทัยที่ได้รู้จักนายเอปสตีน
ในระหว่างการสัมภาษณ์ เจ้าชายแอนดรูว์ ยังตรัสถึงมิตรภาพระหว่างพระองค์กับนายเอปสตีนว่า เกือบจะกลายเป็น "ปัญหาทางสุขภาพจิต" สำหรับพระองค์ อย่างไรก็ดี พระองค์ไม่ได้เสียพระทัยที่ได้รู้จักกับนายเอปสตีน เพราะ "ข้าพเจ้ามีโอกาสที่ได้เรียนรู้" จากเขาทั้งในเรื่องการค้าและธุรกิจ
เมื่อปี 2010 มีผู้ถ่ายภาพเจ้าชายแอนดรูว์ ขณะเสด็จออกจากบ้านพักหรูในนครนิวยอร์กของนายเอปสตีน หรือ 2 ปีหลังจากนายเอปสตีน ถูกตัดสินว่า มีความผิดฐานชักชวนผู้เยาว์ไปค้าประเวณี
ขณะที่คลิปวิดีโอซึ่งหนังสือพิมพ์เมลออนซันเดย์นำออกเผยแพร่ เผยให้เห็นดยุคแห่งยอร์กในบ้านพักหรูย่านแมนฮัตตันของนายเอปสตีน ในช่วงเวลาเดียวกัน
เจ้าชายแอนดรูว์ ทรงยอมรับกับ เอมิลี เมตลิส ผู้ดำเนินรายการของบีบีซีว่า ทรงเสียพระทัยกับการไปพำนักบ้านนายเอปสตีนในครั้งนั้น
"ข้าพเจ้ายังโกรธตัวเองไม่หาย เพราะมันไม่ใช่เรื่องเหมาะสมสำหรับสมาชิกราชวงศ์ เราพยายามปฏิบัติและรักษามาตรฐานสูงสุด และข้าพเจ้าทำให้ราชวงศ์ผิดหวัง"
พักบ้าน ผู้กระทำผิดทางเพศเพราะ "สะดวก"
เมื่อผู้ดำเนินรายการทูลถามถึงการตัดสินพระทัยไปพักอยู่ที่บ้านของผู้กระทำผิดทางเพศ เจ้าชายแอนดรูว์ ทรงตอบว่า "มันสะดวกที่จะไปพักที่นั่น" อย่างไรก็ดี พระองค์ปฏิเสธไม่รู้เห็นเรื่องที่มีการกล่าวหาว่า มีการจัดหาผู้เยาว์เข้าไปยังที่พักของนายเอปสตีน
"ข้าพเจ้าเคยคิดทบทวนเรื่องนี้มาหลายครั้ง และเมื่อได้ตกตะกอนความคิดทั้งหมด ก็ชัดเจนว่า มันเป็นสิ่งที่ผิด"
"แต่ตอนนั้น ข้าพเจ้ารู้สึกว่า มันไม่ใช่เรื่องผิดที่ทำเช่นนั้น และข้าพเจ้ายอมรับอย่างเต็มอกว่า การตัดสินใจของข้าพเจ้าในตอนนั้นมาจากนิสัยของข้าพเจ้าที่เป็นคนซื่อจนเกินไป"
ทรงพร้อมให้การภายใต้คำสาบาน
พิธีการรายการนิวส์ไนต์ ได้ถามพระองค์หลายครั้งเรื่องความสัมพันธ์กับนายเอปสตีน และ น.ส.โรเบิร์ตส์ รวมทั้งตั้งคำว่าทรงพร้อมให้การเรื่องที่ว่าไม่เคยมีสัมพันธ์ทางเพศกับ น.ส.โรเบิร์ตส์ ภายใต้คำสาบานหรือไม่ เจ้าชายแอนดรูว์ตรัสว่า "เมื่อสิ่งนั้นเกิดขึ้นจริง และหากทนายของพระองค์ถวายคำแนะนำดังกล่าว ก็พร้อม"
ด้านนายสเปนเซอร์ คูวิน ทนายความชาวสหรัฐฯ ผู้รับว่าความให้เหยื่อของนายเอปสตีน 3 คน บอกกับรายการทูเดย์ ซึ่งออกอากาศทางสถานีวิทยุเรดิโอ 4 ว่า "ทุกสิ่งที่พระองค์ตรัสในรายการสามารถนำไปใช้ซักค้านพระองค์ในศาลได้ทั้งสิ้น" นายคูวิน กล่าวด้วยว่า บุคคลที่ได้ไปที่บ้านพักของนายเอปสตีนถึง 3 ครั้ง ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ไม่รู้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น รวมทั้งเรื่องที่มีการจัดหาเด็กหญิงไปส่งที่นั่นด้วย
สาหัสสากรรจ์
นายดิกคีย์ อาร์บิเทอร์ อดีตเจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ประจำพระราชวังบักกิงแฮม ระบุว่า บทสัมภาษณ์ของเจ้าชายแอนดรูว์ที่ออกอากาสไปถือได้ว่า เป็นบทสัมภาษณ์ที่ "สาหัสสากรรจ์" และก่อให้เกิดคำถามว่า การประทานสัมภาษณ์ครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องหรือไม่ ใครเป็นผู้ตัดสินใจในเรื่องนี้
"พระองค์ทรงตัดสินพระทัยด้วยพระองค์เอง ได้ทรงปรึกษาหารือบุคคลใดในพระราชวังหรือไม่ ผมเดาเอาว่า ทรงตัดสินพระทัยจะประทานสัมภาษณ์เองโดยไม่ปรึกษาผู้ใด" นายอาบิเทอร์ ระบุ และกล่าวว่า ที่ปรึกษาด้านประชาสัมพันธ์คนใดก็ตามที่คิดอย่างมีเหตุมีผล จะไม่แนะนำให้พระองค์ยอมให้สัมภาษณ์เรื่องนี้เด็ดขาด
นายอาบิเทอร์เปรียบด้วยว่า ผลเสียหายจากการประทานสัมภาษณ์ครั้งนี้ "ไม่ใช่แค่รถเก๋งชนกันธรรมดา แต่มันรุนแรงขนาดรถบรรทุกชนกันก็ว่าได้" เขาเชื่อว่า จะมีผลต่อความสัมพันธ์ของพระองค์กับองค์กรการกุศลหลายแห่งที่ทรงร่วมงานอยู่
เสียหายหนัก
ขณะที่นายจอนนี เดย์มอนด์ ผู้สื่อข่าวสายราชสำนักของบีบีซี เห็นว่า บทสัมภาษณ์ในครั้งนี้ได้สร้าง "ความเสียหายอย่างมาก" ต่อเจ้าชายแอนดรูว์ และทรง "เสียโอกาสอย่างใหญ่หลวง" ที่จะแก้ต่างให้พระองค์เอง
แหล่งข่าวใกล้ชิดดยุคแห่งยอร์กเปิดเผยว่า ทรงยืนยันว่า การตัดสินใจให้สัมภาษณ์กับบีบีซีในครั้งนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้อง และพระองค์ต้องการจัดการเรื่องนี้อย่างซึ่งหน้า "ด้วยความซื่อสัตย์และถ่อมตน"