ประท้วง : มีอะไรที่เหมือนกันในการประท้วงที่ชิลี ฮ่องกง และเลบานอน

ที่มาของภาพ, AFP/Getty/Reuters
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์มานี้ มีการประท้วงใหญ่ ๆ และการชุมนุมเกิดขึ้นในหลายประเทศ ตั้งแต่เลบานอน สเปน เรื่อยไปจนถึงชิลี ฮ่องกงและไทย แม้จะมีสาเหตุ วิธี และเป้าหมาย แตกต่างกันออกไป แต่ดูเหมือนการประท้วงของผู้ชุมนุมซึ่งอยู่ห่างไกลกันคนละฟากฝั่งของโลกล้วนมีรากเหง้าที่คล้ายคลึงกัน
บีบีซีพาไปสำรวจประเด็นปัญหาที่นำพาผู้คนออกมารวมตัวกันบนท้องถนน
ความไม่เท่าเทียม
คนที่ออกมาชุมนุมส่วนใหญ่รู้สึกว่าความมั่งคั่งที่เกิดขึ้นในชาติเป็นสิ่งที่ไกลเกินเอื้อม ในหลายกรณีความเดือดร้อนของเกษตรกร การขึ้นราคาสินค้าและบริการ ได้กลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ชาวบ้านหมดความอดทน
ที่กรุงเทพฯ เครือข่ายชาวบ้านผู้ได้รับความเดือดร้อนในนามสมัชชาคนจนได้ออกมาชุมนุมนานถึง 18 วัน ตั้งแต่วันที่ 6-23 ตุลาคม 2562 เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาความเดือดร้อนจากการดำเนินโครงการพัฒนาและนโยบายของรัฐทั้งในเรื่องที่ดิน การก่อสร้างเขื่อน ปัญหาด้านการเกษตรและแรงงาน

ที่มาของภาพ, LILLIAN SUWANRUMPHA
ในแถลงการณ์หลายฉบับของสมัชชาคนจนที่ปักหลักอยู่ข้างทำเนียบรัฐบาลยังประณามการทำงานที่ล่าช้าของรัฐบาลและเรียกร้องต้องการ "ประชาธิปไตยที่กินได้ กับการเมืองที่เห็นหัวประชาชน" ปัญหาของสมัชชาคนจนไม่ใช่เรื่องใหม่แต่ยืดเยื้อยาวนานนับสิบปี ล่าสุดรัฐบาลปัจจุบันส่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไปเจรจาและรับปากจะแก้ไขปัญหา ทำให้ชาวบ้านยอมเดินทางกลับภูมิลำเนาไปก่อน
ที่เอกวาดอร์ ชนพื้นเมืองหลายพันคนพากันออกไปประท้วงตามท้องถนนเพราะแค้นเคืองที่ทางการยกเลิกการอุดหนุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรการรัดเข็มขัดที่ตกลงไว้กับกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟ ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง และจะทำให้ราคาค่าขนส่ง และอาหารปรับตัวตามมา
รัฐบาลเอกวาดอร์อ้างว่าราคาเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้น และค่าเงินของเอกวาดอร์ตกต่ำลงจึงต้องขึ้นค่าบริการรถสาธารณะ แต่ชาวบ้านเห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลทำคือการบีบคนจนให้หมดหนทาง
ผู้ชุมนุมปิดกั้นถนนหลายสาย บุกเข้าไปในอาคารรัฐสภาและปะทะกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ท้ายที่สุดรัฐบาลเอกวาดอร์เป็นฝ่ายถอย ต้องยอมคงการอุดหนุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ต่อไป
ที่ชิลีประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในละตินอเมริกาแต่ในเวลาเดียวกันก็เป็นหนึ่งในประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำสูงที่สุดโดยช่องว่างระหว่างคนยากจนและคนรวย ถือว่าห่างกันมากที่สุดในบรรดาสมาชิก 36 ประเทศขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจหรือโออีซีดี
แม้รัฐบาลชิลีจะยอมระงับแผนขึ้นค่าบริการรถไฟใต้ดินไว้ก่อนหลังจากผู้คนออกมาคัดค้าน แต่นั่นยังไม่พอที่จะหยุดยั้งความไม่พอใจที่สั่งสมมานานปีของชาวบ้านที่ต้องเผชิญกับราคาค่าบริการสาธารณูปโภคอื่น ๆ ที่ขึ้นสูง รวมทั้งปัญหาการเข้าถึงการรักษาพยาบาลและการศึกษา
ความไม่สงบในทำนองเดียวกันยังเกิดขึ้นที่เลบานอน แผนการเก็บภาษีจากการใช้บริการโทรศัพท์ผ่านวอทส์แอพ จุดประกายความไม่พอใจ ทำให้เกิดการประท้วงที่ลุกลามไปถึงเรื่องเศรษฐกิจ ความไม่เท่าเทียมและการคอร์รัปชัน

ที่มาของภาพ, Reuters
รัฐบาลเลบานอนที่อยู่ในสภาพหนี้ท่วมหัว พยายามหาทางปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินบริจาคจากองค์กรระหว่างประเทศ แต่คนทั่วไปเห็นว่าทั้งนโยบายทางเศรษฐกิจและการบริหารงานอย่างไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลคือต้นตอของปัญหาทั้งปวง
"เราไม่ได้มาประท้วงเพียงเพราะเรื่องวอทส์แอพ แต่มาเพราะทุกเรื่อง ทั้งราคาน้ำมัน อาหาร ขนมปัง" อับดุลลาห์ ผู้ประท้วงคนหนึ่งในกรุงเบรุตบอก
คอร์รัปชัน
ดูเหมือนเรื่องนี้จะเป็นหัวใจสำคัญของการประท้วงที่เกิดขึ้นในหลายภูมิภาค และเป็นประเด็นเกี่ยวเนื่องกับเรื่องของความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้น
ยกกรณีที่เลบานอน ผู้ประท้วงบอกว่าพวกตนกำลังเดือดร้อนจากผลพวงของวิกฤตเศรษฐกิจ แต่ในเวลาเดียวกันบรรดาผู้นำประเทศกลับใช้อำนาจในทางมิชอบสร้างความมั่งคั่งให้ตัวเอง ทั้งจากการรับสินบนและอนุมัติโครงการให้พวกพ้อง
ล่าสุดรัฐบาลเลบานอนได้อนุมัติโครงการปฏิรูปเศรษฐกิจซึ่งรวมถึงการลดเงินเดือนนักการเมืองเพื่อคุมสถานการณ์ความไม่พอใจให้สงบลง
ขยับไปที่อิรัก คนที่นั่นต้องการเห็นระบบการเมืองที่ก่อประโยชน์แก่ประชาชน ชาวอิรักไม่พอใจการแต่งตั้งบุคคลในรัฐบาลที่แบ่งโควต้ากันตามนิกายทางศาสนาหรือชาติพันธุ์ แทนที่จะเป็นไปเพราะความเหมาะสม

ที่มาของภาพ, EPA
ชาวอิรักที่ออกไปประท้วงอ้างว่าการตั้งรัฐบาลโดยวิธีดังกล่าวเป็นต้นเหตุของการใช้งบประมาณของรัฐเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง โดยที่ชาวบ้านแทบจะไม่ได้อะไร
การประท้วงที่มีสาเหตุเดียวกันนี้ยังเกิดขึ้นที่อียิปต์เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาเพื่อขับไล่ ประธานาธิบดีอับเดล ฟัตตาห์ อัล ซิซี ซึ่งถูกนักธุรกิจอียิปต์ที่ลี้ภัยอยู่ในสเปนออกมากล่าวหาว่าใช้เงินกองทุนของรัฐไปในทางมิชอบ และยังกล่าวหากองทัพว่าคอร์รัปชันด้วย
ปฏิรูปการเมือง
ในบางประเทศ ชาวบ้านที่ออกไปประท้วงไม่พอใจระบบการเมืองที่ทำให้ประเทศติดหล่ม

ที่มาของภาพ, Getty Images
การประท้วงคัดค้านร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปยังจีนทำให้ชาวฮ่องกงออกมาแสดงพลังต่อต้านจำนวนมาก จนเหตุการณ์ได้บานปลายกลายเป็นความรุนแรงหลายระลอก ส่งผลให้สภานิติบัญญัติฮ่องกงยอมเพิกถอนร่างกฎหมายดังกล่าว แต่ผู้ประท้วงยังเรียกร้องต้องการสิทธิออกเสียงเลือกตั้งทั่วไปโดยสมบูรณ์ กับขอให้มีคณะกรรมการอิสระมาไต่สวนเรื่องที่ตำรวจทำร้ายร่างกายผู้ประท้วง และให้นิรโทษกรรมผู้ประท้วงที่ถูกจับกุม
ล่าสุด นางแครี แลม ผู้ว่าการเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ออกมาเตือนว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของฮ่องกงน่าจะติดลบในปีนี้ โดยก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังออกมาเตือนว่าการประท้วงที่เกิดขึ้นซึ่งรบกวนทั้งภาคธุรกิจและท่องเที่ยวส่งผลให้การเติบโตไม่เป็นไปตามเป้าที่กำหนดไว้ระหว่าง 0-1 เปอร์เซ็นต์

ที่มาของภาพ, Getty Images
การประท้วงอาจส่งผลเสียชัดเจนต่อเศรษฐกิจของฮ่องกง แต่ได้จุดประกายความเคลื่อนไหวในทำนองเดียวกันที่บาร์เซโลนา
เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ศาลสเปนสั่งจำคุกนักการเมืองแกนนำแคว้นคาตาลูญญา 9 คน เป็นเวลา 9-13 ปี ฐานปลุกระดมมวลชนในการลงประชามติแยกแคว้นคาตาลูญญา เป็นเอกราชจากสเปนเมื่อสองปีที่แล้ว ทำให้ประชาชนจำนวนมากออกมาประท้วงคำตัดสินของศาล ผู้ประท้วงส่งข้อความทางโทรศัพท์โดยมีการเข้ารหัส ชวนกันไปรวมตัวที่สนามบินในนครบาร์เซโลนา
สื่อสเปนรายงานว่าเยาวชนที่เดินทางไปสนามบินร้องตะโกนกันว่า "เราจะทำเหมือนที่ฮ่องกง" ขณะที่เอเอฟพีรายงานว่าผู้ประท้วงแจกจ่ายแผ่นพับที่ทำขึ้นในฮ่องกงอธิบายรายละเอียดว่าผู้ประท้วงสามารถป้องกันตัวเองจากแก๊สน้ำตาและรถฉีดน้ำของตำรวจได้อย่างไร
การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ

ที่มาของภาพ, EPA
แน่นอนว่าการประท้วงที่ได้เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ต่างมีความเกี่ยวเนื่องกับปัญหาสิ่งแวดล้อมการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ กลุ่มเอ็กซ์ติงก์ชัน รีเบลเลียน (Extinction Rebellion) ออกมาเคลื่อนไหวในหลายพื้นที่ทั่วโลก ตั้งแต่สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร เยอรมนี สเปน ออสเตรีย ฝรั่งเศส และนิวซีแลนด์
เจน มอร์ตัน นักเคลื่อนไหวคนหนึ่งของกลุ่ม บอกว่า "ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการขัดขืน จนกว่ารัฐบาลจะยอมประกาศให้เรื่องสภาพอากาศและนิเวศวิทยาเป็นเรื่องฉุกเฉินและลงมือทำอะไรเพื่อปกป้องพวกเรา"

ที่มาของภาพ, Reuters
ขณะที่เยาวชนนับล้านคนทั่วโลกได้แรงบันดาลใจจาก เกรียตา ทุนแบร์ย นักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมชาวสวีเดนวัย 16 ปี ที่ริเริ่มการหยุดเรียนประท้วงปัญหาโลกร้อนบริเวณด้านหน้ารัฐสภาสวีเดนจนเป็นที่รู้จัก และกลายเป็นผู้นำการเคลื่อนไหวต่อต้านปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจนได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปีนี้
"เราโดดเรียนเพื่อมาสอนบทเรียนให้พวกคุณ" คือข้อความหนึ่งที่เยาวชนสื่อถึงผู้ใหญ่เรียกร้องให้สนใจแก้ปัญหาโลกร้อนเพื่ออนาคตของลูกหลาน









