You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
เบร็กซิท : อียู อนุมัติการขยายเส้นตายแบบ "ยืดหยุ่น" ให้สหราชอาณาจักรไปเป็นวันที่ 31 ม.ค.ปีหน้า
สหภาพยุโรป (อียู) เห็นชอบอนุมัติขยายเส้นตายเบร็กซิทแบบ "ยืดหยุ่น" ให้แก่สหราชอาณาจักรไปเป็นวันที่ 31 ม.ค.ปีหน้า
ขณะเดียวกันสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหราชอาณาจักรจะลงมติในวันนี้ (28 ต.ค.) ว่าจะสนับสนุนข้อเรียกร้องของนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ให้ยุบสภาวันที่ 6 พ.ย. และจัดการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 12 ธ.ค.นี้หรือไม่
นายโดนัลด์ ทุสก์ ประธานสภายุโรป ทวิตข้อความว่าอียูอนุมัติให้ขยายเส้นตายเบร็กซิทออกไปอีก 3 เดือน จากเดิมที่ 31 ต.ค.นี้ ไปเป็นวันที่ 31 ม.ค.ปี 2020 โดยมีทางเลือกที่ยืดหยุ่นให้สหราชอาณาจักรสามารถออกจากอียูได้เร็วกว่านั้นหากสามารถบรรลุข้อตกลงเบร็กซิทกับอียูได้
นอกจากนี้ ในร่างเอกสารที่จะเสนอต่อเอกอัครราชทูตอียูจะกำหนดพันธสัญญาว่าจะไม่สามารถนำข้อตกลงการถอนตัวออกจากอียูกลับมาเจรจาใหม่ได้อีกในอนาคต
ก่อนหน้านี้ อียูได้เห็นพ้องการขยายเส้นตายเบร็กซิทให้สหราชอาณาจักร หลังจากนายจอห์นสัน จำต้องไปขอขยายกรอบเวลาดังกล่าวตามมติของสภา แต่ยังไม่มีการระบุเส้นตายใหม่ที่ชัดเจน
เมื่อชาติสมาชิกอียูอนุมัติคำร้องที่ขอขยายกรอบเวลาดังกล่าวไป 3 เดือน นายกรัฐมนตรีจอห์นสันจะต้องยอมรับมันภายใต้เงื่อนไขของกฎหมายที่เรียกว่า พ.ร.บ. เบนน์ (Benn Act) ที่ ส.ส.ผลักดันให้ผ่านสภาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเบร็กซิทแบบไร้ข้อตกลง
สำหรับญัตติเสนอให้จัดการเลือกตั้งใหม่ของนายจอห์นสันนั้น จะต้องได้รับเสียงสนับสนุน 2 ใน 3 จาก ส.ส. ซึ่งหลายฝ่ายคาดว่าน่าจะการยากที่ญัตตินี้จะผ่านความเห็นชอบของสภาโดยที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคเลเบอร์ ฝ่ายค้าน
โดยมีการคาดหมายว่า นายกรัฐมนตรีจอห์นสันจะไม่ได้รับการสนับสนุนให้จัดการเลือกตั้งใหม่ตามวันที่เขาต้องการ โดยนายเจเรมี คอร์บิน หัวหน้าพรรคเลเบอร์ ระบุว่าจะไม่สนับสนุนข้อเรียกร้องจัดการเลือกตั้งใหม่วันที่ 12 ธ.ค.จนกว่าความเสี่ยงเรื่องเบร็กซิทแบบไร้ข้อตกลงจะหมดไป
ขณะที่พรรคสกอตทิชเนชั่นแนล (SNP) ระบุว่าจะสกัดความพยายามจัดการเลือกตั้งใหม่ของรัฐบาล โดยพรรค SNP และพรรคลิเบอรัลเดโมแครต มีแผนจะใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้งของสหราชอาณาจักร หรือ Fixed-term Parliaments Act ให้จัดการเลือกตั้งวันที่ 9 ธ.ค.ซึ่งจะอยู่ภายใต้เงื่อนไขเส้นตายเบร็กซิทที่จะขยายไปเป็นวันที่ 31 ม.ค.