You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
รัฐพิธีพระราชดำรัสสมเด็จพระราชินีนาถ แห่งอังกฤษ(Queen's Speech) คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร
โดย ทอม เอดจิงตัน
บีบีซีนิวส์
รัฐพิธีพระราชดำรัสสมเด็จพระราชินีนาถ หรือ Queen's Speech มีขึ้นในวันนี้ (14 ต.ค.) หลังจากพักการประชุมสภาไป 3 วัน
แท้จริงแล้ว "พระราชดำรัส" ถูกเขียนขึ้นโดยคณะรัฐมนตรี และไม่บ่อยนักในประวัติศาสตร์การเมืองอังกฤษที่สภาผู้แทนราษฎรจะลงมติไม่เห็นชอบเนื้อหาในพระราชดำรัสนี้
รัฐพิธีนี้คืออะไรกันแน่ และส่งผลกระทบจะร้ายแรงแค่ไหนหากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลงมติไม่เห็นชอบ
รัฐพิธีพระราชดำรัสสมเด็จพระราชินีนาถคืออะไร
พระราชดำรัสนี้ไม่ใช่สิ่งที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ของอังกฤษทรงเขียนขึ้น แต่เขียนโดยรัฐบาลเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงทิศทางการบริหารประเทศในปีนี้ สรุปสั้น ๆ คือเป็นรายชื่อร่างกฎหมายฉบับต่าง ๆ ที่รัฐบาลหวังว่าจะได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร
นี่เป็นส่วนหนึ่งของพิธีเปิดการประชุมสภาอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของสมัยประชุมใหม่ของสภา
พิธีการจะเริ่มต้นด้วยสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เสด็จจากพระราชวังบักกิงแฮมไปยังอาคารรัฐสภาโดยรถม้า
เจ้าหน้าที่ประจำสภาขุนนางในตำแหน่งที่เรียกกันว่า Black Rod จะเป็นผู้ส่งสัญญาณเรียกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้มาเข้าร่วมพิธี แต่เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวจะถูกปิดประตูใส่หน้าไม่ให้เข้าไปในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร สิ่งนี้เป็นสัญลักษณ์แสดงว่าสภาผู้แทนราษฎรเป็นอิสระไม่ขึ้นตรงต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
ในพระราชดำรัส สมเด็จพระราชินีนาถจะทรงกล่าวถึงร่างกฎหมายฉบับต่าง ๆ ที่รัฐบาลหวังว่าจะได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา ตามธรรมเนียมแล้ว พระมหากษัตริย์จะทรงกล่าวต่อหน้าสภาผู้แทนราษฎรและสภาขุนนาง
โดยปกติแล้วจะมีการจัดพิธีนี้ทุกปี แต่ครั้งล่าสุดที่คือเมื่อเดือน มิ.ย. ปี 2017 เนื่องจากนางเทรีซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษคนที่แล้ว ต้องการให้สมัยการประชุม มีระยะเวลานาน 2 ปี เพื่อให้ความสำคัญกับประเด็นเบร็กซิท
ใครเขียนพระราชดำรัส
คณะรัฐมนตรีจะเป็นผู้เขียนพระราชดำรัส แต่สมเด็จพระราชินีนาถทรงมีพระราชดำรัสจากบัลลังก์ของสภาขุนนาง ความยาวขึ้นอยู่กับจำนวนร่างกฎหมายและคำประกาศอื่น ๆ อาทิ เป้าหมายด้านนโยบายการต่างประเทศ แต่โดยปกติแล้วจะมีความยาวราว 10 นาที
คนอื่นประกาศแทนได้ไหม
สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงเป็นองค์พระประมุขในพิธีมาแล้ว 64 ครั้ง เว้นแต่ในปี 1959 และปี 1963 ที่ทรงพระครรภ์ ในกรณีนั้น ๆ จะเป็นลอร์ด ชานเซลเลอร์ (ปัจจุบัน เป็นชื่อตำแหน่งที่รัฐมนตรีถือควบคู่กับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แต่ในอดีตคือตำแหน่งประธานสภาขุนนางและฝ่ายตุลาการ)
จะมีการลงมติไหม
มี
ไม่กี่ชั่วโมงหลังพระราชดำรัส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะเริ่มถกเถียงในตัวเนื้อหา หลังจาก ส.ส. 2 คนกล่าวเกริ่นนำแล้ว นายกรัฐมนตรีจะพยายามโน้มน้าว "ขาย" นโยบายต่าง ๆ กับสภาผู้แทนราษฎร
จากนั้น ผู้นำฝ่ายค้านจะมีโอกาสได้กล่าวตอบโต้ และ ส.ส. คนอื่นสามารถมีส่วนร่วมในการถกเถียงได้
โดยปกติแล้ว การพูดคุยถกเถียงนี้ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ "Humble Address" จะดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลา 5 วัน และจะมีการลงมติเห็นชอบในช่วงท้าย
โดยปกติแล้ว มองกันว่าการลงมตินี้ถือเป็นพิธีเชิงสัญลักษณ์ เนื่องจากไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยที่สภาผู้แทนราษฎรจะลงมติไม่เห็นชอบ
จะเกิดอะไรขึ้นหากสภาผู้แทนราษฎรไม่เห็นชอบ
การแพ้ในการลงมติหมายความว่า ส.ส. ไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายของรัฐบาล ตั้งแต่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมา นายบอริส จอห์นสัน แพ้การลงมติในสภาผู้แทนราษฎรไป 7 ครั้งติดต่อกันแล้ว ขณะนี้ หาก ส.ส. ฝ่ายค้านทั้งหมดที่มีอยู่ตอนนี้ลงมติไม่เห็นด้วย รัฐบาลจะแพ้ 45 คะแนนด้วยกัน
นายจอห์นสันไม่จำเป็นต้องลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหากแพ้การลงมติ แต่จะต้องเผชิญแรงกดดันอย่างสูง
นอกจากนี้ การแพ้ในการลงมติก็ไม่ได้หมายความว่าต้องจัดให้มีการเลือกตั้งก่อนกำหนด อย่างไรก็ดี ฝ่ายค้านอาจรู้สึกว่าต้องตอบโต้โดยการเสนอญัตติไม่ไว้วางใจ
หรือไม่เช่นนั้น รัฐบาลก็อาจจะประกาศให้มีการเลือกตั้งก่อนกำหนด แต่ 2 ใน 3 ของจำนวน ส.ส. ทั้งหมดจะต้องลงมติเห็นชอบด้วย
รัฐบาลเคยแพ้การลงมติพระราชดำรัสไหม
ครั้งสุดท้ายที่รัฐบาลแพ้ในการลงคะแนนเป็นเมื่อเดือน ม.ค. 1924 สมัยของสแตนลีย์ บอล์ดวิน นายกรัฐมนตรีจากพรรคคอนเซอร์เวทีฟ หลังเขาเสนอโนบายผ่านพระราชดำรัสของสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 5 แม้จะเพิ่งเสียเสียงข้างมากในสภาหลังจากการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนก่อนหน้านั้น
ในเวลาต่อมา นายบอล์ดวินลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลพรรคเลเบอร์ซึ่งมีเสียงข้างน้อยก็เข้ารับหน้าที่บริหารประเทศต่อแทน