"จากแค่ติดเกม ลูกชายผมกลายเป็นติดการพนันได้ยังไง"

สำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติ หรือ เอ็นเอชเอส (NHS) ในสหราชอาณาจักร เปิดศูนย์รักษาการติดเกมและการพนันเป็นครั้งแรกหลังจากรายงานของคณะกรรมาธิการว่าด้วยการพนัน (Gambling Commission) ของสหราชอาณาจักร พบว่าเด็กอายุ 11-16 ปี 55,000 คนในสหราชอาณาจักรเคยมีปัญหาติดการพนัน
สำหรับเด็กบางคน ปัญหาติดการพนันเริ่มต้นจากการเล่นเกมออนไลน์
เบ็คกี มิลลิกัน ผู้สื่อข่าวบีบีซีได้พูดคุยกับพ่อของเด็กคนหนึ่งที่เข้ารับการรักษาการติดการพนัน
"ผมไม่เคยคิดเคยฝันเลยว่าการเล่นเกมจะนำไปสู่การติดการพนันได้"
สตีฟนั่งอยู่ที่ม้านั่งที่สวนของโบสถ์แห่งหนึ่ง เขาตอบตกลงคุยกับฉันเรื่องปัญหาติดการพนันของลูกชาย เขารู้สึกวิตกกังวลเพราะไม่เคยให้สัมภาษณ์มาก่อน
ขณะนี้ ลูกชายวัย 20 กว่าปีของเขากำลังพักฟื้นและเริ่มหายดีแล้ว "แต่เราก็ค่อยดูกันเป็นวัน ๆ ไป"
"สามปีที่ผ่านมาแย่มาก ไม่อยากให้ใครต้องมาเจอเรื่องแบบเราเลย ตอนรู้ว่าลูกชายติดการพนันครั้งแรก เราไม่รู้จะทำยังไงเลย"
สตีฟเล่าให้ฟังว่า มีอยู่คืนหนึ่งลูกชายเสียเงินที่ทำงานมาทั้งสัปดาห์ภายในเวลาไม่กี่นาที
เขาทำอย่างที่พ่อแม่คนอื่น ๆ มักจะทำกันคือช่วยจ่ายเงินล้างหนี้ให้ลูก และหวังว่านั่นจะเป็นครั้งสุดท้าย แต่ก็ไม่เป็นเช่นนั้น
ฉันเล่าให้สตีฟฟังว่าได้ไปพูดคุยกับพ่อแม่คนอื่นที่ลูกก็มีปัญหาเรื่องนี้เช่นกัน
"เราคิดว่ามันเป็นแค่การออกนอกลู่นอกทางเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างที่เด็กทำกัน" พ่อคนหนึ่งเล่าให้ฟัง และสตีฟก็คิดแบบนั้นเช่นกันในตอนแรก
เขาและภรรยารู้ว่าลูกชอบเล่นพนันบ้างเป็นครั้งคราว แต่ก็ไม่ได้คิดว่ามีอะไรผิดปกติ
แต่หนึ่งปีผ่านไป เขาเพิ่งมารู้ว่าลูกชายเอาเงินคนอื่นมาเล่นพนันและเสียเงินไปเป็นจำนวนมาก
"เขาเล่นรูเล็ตต์บนเว็บไซต์ และจากนั้นสถานการณ์ก็แย่ลงเรื่อย ๆ" สตีฟเล่า
สตีฟเริ่มตระหนักว่านี่เป็นปัญหาร้ายแรง เขาและภรรยาไม่รู้จะทำอย่างไร และก็เริ่มเก็บตัว ไม่ออกไปพบปะเพื่อนฝูงเพราะไม่รู้ว่าเพื่อนจะคิดอย่างไร
ปีที่แล้ว เขาและภรรยาเริ่มไปร่วมการพบปะเพื่อการบำบัดสำหรับครอบครัวเด็กที่ติดเกม และในปีนี้ลูกชายพวกเขาก็เริ่มเข้ารับการรักษาแล้ว
หลังจากศึกษาค้นคว้าอยู่ 2-3 เดือน สตีฟเริ่มเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้นและคิดว่าต้นตอของปัญหาเริ่มตอนลูกชายอายุ 12-13 ปี ที่เขาหมกมุ่นเล่นเกมออนไลน์ โดยเฉพาะเกมฟุตบอล
สตีฟเล่าว่าลูกชายจะหมกตัวอยู่ในห้องหลายชั่วโมงติดต่อกัน เขาไม่เข้าใจว่าเกมเล่นอย่างไร และก็ไม่รู้ด้วยว่ามันใช้เทคโนโลยีอะไรบ้าง

"เราต่างก็อยากจะมีชีวิตเรียบง่าย เงียบ ๆ บางทีพ่อแม่ก็ขี้เกียจ เขาเล่นเกมอยู่ข้างบน ผมก็ไม่ได้คิดว่ามันจะมีอะไรเสียหาย"
แต่ตอนนี้สตีฟเชื่อว่า เกมฟุตบอลส่งเสริมพฤติกรรมต่าง ๆ เช่น การใช้เวลาหลายชั่วโมงในโลกออนไลน์ ซึ่งจะนำไปสู่การติดการพนันในที่สุด
สตีฟบอกว่าเกมจะชักชวนให้ลูกชายเขาซื้อสินค้าเสริม เช่น ซื้อตัวผู้เล่น คนเล่นเกมจะไม่รู้เลยว่าที่ซื้อไปจะได้ผู้เล่นคนไหน สตีฟบอกว่า การลุ้นนี้มีความคล้ายคลึงกับการเล่นการพนัน และเด็กที่เล่นเกมออนไลน์มาก ๆ อย่างลูกเขามีความเสี่ยงกลายมาติดพนันในภายหลัง
เขาบอกว่า มันไม่สำคัญเลยว่าในเกมจะเป็นการจ่ายเงินจริงหรือเงินปลอม
ดร.เฮนริเอตตา บาวเด็น-โจนส์ จิตแพทย์ที่ศูนย์รักษาใหม่ของสำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติแห่งนี้ บอกว่าขณะนี้ ยังไม่ได้มีข้อสรุปว่ามีความเชื่อมโยงระหว่างการพนันและการเล่นเกมหรือไม่ และประเด็นนี้ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่
"ในประเทศนี้ เรายังมีความรู้เรื่องการเสพติดทั้งสองประเภทนี้ (เกมและการพนัน) ของเด็กน้อยมาก เราต้องลงพื้นที่เพื่อพูดคุยและทำความเข้าใจพวกเขา จากนั้นก็ค่อยทำงานร่วมกับ ส.ส. นักการเมือง และเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุข เพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมที่พวกเขาอาศัยอยู่" ดร.บาวเด็น-โจนส์ บอกกับบีบีซี
หลังจากช่วงเวลาที่ยากลำบาก ตอนนี้สตีฟตัดสินใจลาออกจากงานสอนหนังสือและก่อตั้งองค์กรการกุศล GamFam เพื่อช่วยเหลือครอบครัวที่กำลังเผชิญสถานการณ์คล้าย ๆ กัน
ไม่ว่าปัญหาจะซับซ้อนแค่ไหน สตีฟบอกว่าพ่อแม่ต้องรับรู้ตลอดว่าลูกกำลังทำอะไรบนโลกออนไลน์ ต้องรับบทเป็นผู้เชี่ยวชาญเพื่อช่วยปกป้องลูก
"ค้นคว้าหาข้อมูล กำหนดเวลาที่ครอบครัวจะใช้ร่วมกัน และเฝ้าดูอยู่ตลอดว่าลูกกำลังทำอะไร และที่สำคัญที่สุด อย่าใส่ข้อมูลบัตรเดบิตหรือเครดิตไว้ในเครื่อง"
สตีฟบอกว่า บริษัทผู้ผลิตมักจะโฆษณาว่าเกมฟรี แต่จริง ๆ แล้วสินค้าเสริมในเกมต้องเสียเงิน และบางคนมารู้ตัวอีกทีก็ตอนเสียเงินซื้อไปแล้ว

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ส.ส. ที่เป็นสมาชิกคณะกรรมการด้านดิจิทัล วัฒนธรรม สื่อ และกีฬา ของสหราชอาณาจักร ออกมาแนะนำว่า การขายสินค้าเสริมในเกมแบบที่ผู้เล่นต้องลุ้นว่าจะได้อะไรควรถูกนิยามว่าเป็นการพนันรูปแบบหนึ่ง
เวส ไฮมน์ ประธานบริหารสมาคมการพนันทางไกล (Remote Gambling Association) บอกว่า กระบวนการที่เด็กจะสามารถเข้าเล่นการพนันออนไลน์ทำยากมาก เขาบอกอีกด้วยว่า มีกฎหมายห้ามโฆษณาการพนันใกล้โรงเรียน หรือการโฆษณาที่มุ่งชักชวนคนที่อายุต่ำกว่า 25 ปี
พนันเป็นเรื่องปกติ
อย่างไรก็ตาม สตีฟ จินนิส จาก Ipsos Mori บริษัทวิจัยการตลาด บอกกับบีบีซีว่า การวิจัยโดยใช้กลุ่มตัวอย่างพบว่าเด็กและคนหนุ่มสาวคิดว่าบางแง่มุมของโฆษณาชวนเล่นการพนันที่มีให้พบเห็นอยู่มีความน่าดึงดูด
สจ๊วต เคนนี ผู้ก่อตั้งบริษัทการพนัน Paddy Power ซึ่งลาออกไปเมื่อปี 2016 เนื่องจากเห็นว่าบริษัทล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาการติดพนัน บอกว่าโฆษณาทำให้การพนันกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับเด็ก และมันเกือบจะเป็นส่วนหนึ่งของการดูฟุตบอลไปแล้ว
"นี่เป็นเรื่องอันตราย เพราะว่ามีการโฆษณาโดยใช้คนดัง ...เป็นธรรมดาที่เด็กจะคิดว่าการพนันและฟุตบอลเป็นเรื่องเดียวกัน"
สตีฟบอกว่า ตอนนี้สถานการณ์ในครอบครัวเขาดีขึ้นแล้ว ลูกชายเขาเล่นการพนันครั้งที่แล้วเมื่อเดือน ก.พ. พวกเขาไม่รู้สึกอับอายกับสิ่งที่เกิดขึ้นอีกต่อไป แต่ไม่อยากบอกชื่อจริงกับบีบีซีก็เพื่อปกป้องลูกชาย
เขาหวังว่าองค์กรการกุศลเขาจะได้ไปทำกิจกรรมตามโรงเรียนต่าง ๆ และได้พูดคุยกับพ่อแม่เด็กนักเรียนด้วย
เขาเชื่อว่าหากผู้ใหญ่ไม่จัดการกับปัญหานี้ นี่จะกลายเป็น "โรคระบาด" ที่จะลุกลามเกินแก้ไข
"สำหรับผม ถ้าไม่ได้ทำสิ่งนี้ตอนนี้ก็คงไม่มีโอกาสได้ทำอีก ผมรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ต้องทำ ผมต้องพูดถึงเรื่องนี้และคอยช่วยเหลือพ่อแม่คนอื่น ๆ"








