70 ปี สาธารณรัฐประชาชนจีน : เซ็นเซอร์ ติดธง ตรวจค้น เตรียมฉลองวันชาติ

ที่มาของภาพ, EPA
ไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์จากนี้ จีนจะเตรียมเฉลิมฉลองการก่อตั้งประเทศเป็นสาธารณรัฐครบรอบ 70 ปี แบบยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ
หลายสัปดาห์มาแล้วที่ทางการดำเนินมาตรการเพื่อความมั่นคงอย่างเข้มงวดทั้งในกรุงปักกิ่งและบนโลกออนไลน์ เพื่อให้วันพิเศษนี้เป็นไปอย่างราบรื่น
อย่างไรก็ดี คาดว่าการชุมนุมประท้วงในฮ่องกงจะยกระดับขึ้น และนี่อาจจะเป็นจุดด่างพร้อยในช่วงเวลาสำคัญของจีนได้
สำคัญอย่างไร
จีนยุคใหม่ถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 1 ต.ค. 1949 หลังจากขบวนการคอมมิวนิสต์ภายใต้การนำของ เหมา เจ๋อตุง ชนะสงครามการเมืองได้ ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

ที่มาของภาพ, EPA
มีการเฉลิมฉลองทุกปี แต่คาดกว่าในโอกาสครบรอบ 70 ปี จะมีการจัดงานยิ่งใหญ่กว่าทุกครั้งที่เคยมีมา นี่เป็นการเฉลิมฉลองวันครบรอบในฐานะมหาอำนาจโลกครั้งแรก เป็นประเทศที่ระบบเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกเกือบเทียบเท่าสหรัฐฯ เทียบกับเมื่อ 10 ปีก่อนที่ประเทศเพิ่งกำลังสร้างเนื้อสร้างตัว
จะได้เห็นอะไร
การเฉลิมฉลองหลักจะมีขึ้นที่กรุงปักกิ่ง จะมีการเดินสวนสนามโชว์อาวุธที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัย ตามด้วยการเดินขบวนของประชาชนทุกหมู่เหล่า
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ผู้นำที่ถือว่าทรงอิทธิพลที่สุดตั้งแต่ เหมา เจ๋อตุง จะกล่าวสุนทรพจน์ต่อหน้าประชาชน คาดว่าเขาจะพูดถึงการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน สิ่งที่ผู้นำจีนผู้นี้พูดอาจเผยให้เห็นทิศทางที่ประเทศจะดำเนินไปในอนาคต
การเฉลิมฉลองอย่างเป็นทางการของจีนล้วนถูกวางแผนมาโดยละเอียดทั้งสิ้น และความสำเร็จของงานนี้สำคัญต่อรัฐบาลมาก
สิ่งที่ทำได้และห้ามทำ
การเดินขบวน ซึ่งเปิดให้แขกที่ได้รับเชิญเท่านั้นเข้าร่วม จะจัดบริเวณจัตุรัสเทียนอันเหมิน เจ้าหน้าที่จะควบคุมการเข้า-ออกบริเวณนั้นอย่างเข้มงวด
ที่จริง ก็มีการปิดล้อมบริเวณนี้มาแล้วช่วงซ้อมเดินขบวน โรงแรมบริเวณรอบ ๆ จัตุรัสเทียนอันเหมิน แจ้งกับแขกที่เข้าพักว่าพวกเขาห้ามออกจากโรงแรม หรือห้ามเข้ามาหากอยู่ข้างนอก เป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อวัน ทำให้เกิดความวุ่นวายและแขกหลายคนต้องจองโรงแรมกันใหม่

ที่มาของภาพ, EPA
ร้านค้า-ร้านอาหารบริเวณใจกลางจัตุรัสปิดลงชั่วคราว หรือไม่ก็ลดเวลาให้บริการ สถานีรถไฟใต้ดินบางแห่งก็ปิดตัวลงชั่วคราว
มีการตรวจค้นผู้โดยสารที่นั่งรถไฟเข้ามายังกรุงปักกิ่งบ่อยครั้ง และก็มีการตรวจยานพาหนะที่มุ่งเข้าสู่เมืองหลวงอย่างเข้มงวดด้วย
ในวันครบรอบ จะมีการปิดล้อมและรักษาความปลอดภัยจัตุรัสเทียนอันเหมินอย่างเข้มงวด ผู้อยู่อาศัยบริเวณนั้นต้องมีหลักฐานยืนยันตัวตนถึงจะผ่านเข้าไปได้
เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีแดดออกจ้า ความสว่างตลอดงานในเมืองที่ขึ้นชื่อว่ามีมลพิษสูงมาก โรงเผาถ่านหินและพื้นที่ก่อสร้างหลายแห่งในเมืองและรอบ ๆ ถูกสั่งให้หยุดทำการในช่วงนั้น
นอกจากนี้ ยังมีการสั่งห้ามไม่ให้มีการบินในระดับต่ำ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินเล็ก โดรน ลูกโป่ง หรือแม้กระทั่งการแข่งบินนกพิราบ
เซ็นเซอร์ทุกอย่าง
รอบใจกลางเมือง ธงชาติโบกสะบัดไปทุกที่ มีอาสาสมัครที่ช่วยกันจับตามองท้องถนน คนในพื้นที่บอกกับบีบีซีว่าพวกเขาถูกคนเหล่านั้นเข้ามาถามหลังจากคุยกับคนต่างชาติ ชาวจีนคนหนึ่งเล่าว่าอาสาสมัครเข้ามาถามว่า "คนต่างชาติพวกนั้นคือใคร พวกเขามาที่นี่ทำไม"

ที่มาของภาพ, Getty Images
ในโลกออนไลน์ก็เช่นกัน เว็บไซต์เว่ย โป๋ บอกว่าบริษัทกำลังลบเนื้อหาที่ "บิดเบือน" และ "ดูหมิ่น" ประวัติศาสตร์ของประเทศ
จากที่นักข่าวในจีนต้องรายงานตามกรอบที่ทางการกำหนดอยู่แล้ว นับจากเดือน ต.ค. เป็นต้นไป พวกเขาต้องผ่านการสอบเพื่อพิสูจน์ว่ามีความรู้เรื่องหลักการคำสอนของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่ปรากฏในข้อเขียน "ความคิดของสี จิ้นผิง ว่าด้วยสังคมนิยมแบบจีนสำหรับยุคใหม่" ซึ่งบรรจุลงเป็นหลักการสำคัญในธรรมนูญแล้ว
หากพวกเขาผ่านการสอบก็จะได้ใบรับรองเป็นนักข่าว
เดวิด แบนเดอร์สกี จาก China Media Watch บอกกับบีบีซีว่า "นี่เป็นการย้ำถึงสารและความเข้าในระหว่างนักข่าวว่า เหนือสิ่งอื่นใด พวกเขาทำงานเพื่อพรรคคอมมิวนิสต์จีน"
ดังนั้น ไม่ใช่พิธีการเท่านั้นที่จะถูกวางแผนอย่างขั้นตอน การรายงานข่าวในประเทศก็จะถูกควบคุมอย่างเข้มงวดด้วย
ฮ่องกง
แม้ว่าจีนจะตั้งใจจัดงานให้ยิ่งใหญ่แค่ไหน มีความเป็นไปได้ที่ความสนใจจะมุ่งไปที่ฮ่องกง ทุกวันชาติ จะมีการประท้วงต่อต้านจีนในฮ่องกงอยู่แล้วแต่คราวนี้พวกเขารู้ว่าโลกกำลังจับจ้องอยู่

ที่มาของภาพ, AFP
การประท้วงต่อต้านรัฐบาลในฮ่องกงดำเนินต่อเนื่องมาหลายเดือนแล้วและก็ดูจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่ตำรวจใช้แก๊สน้ำตา ฝ่ายผู้ประท้วงก็บุกเข้าไปในอาคารรัฐสภา
วันที่ 1 ต.ค. การเฉลิมฉลองโดยทางการฮ่องกงจะไม่ประเจิดประเจ้อนัก มีการสั่งเลิกการจุดพลุเฉลิมฉลอง เพื่อลดความเสี่ยงปะทะ ในขณะที่ผู้ชุมนุมเตรียมยกระดับการประท้วงขึ้นอีก มีการวางแผนเดินขบวนวันที่ 1 ต.ค. ที่ใจกลางฮ่องกงแล้วโดยให้ทุกคนใส่ชุดดำ
รอยยิ้มและการเฉลิมฉลองในกรุงปักกิ่งคงต้องแข่งขันหาพื้นที่สื่อกับรูปภาพแก๊สน้ำตาและผู้ประท้วงหนุ่มสาวที่โกรธเกรี้ยวในฮ่องกง








