เบร็กซิท : กลไกในระบบรัฐสภาของสหราชอาณาจักรมีบทบาทอย่างไรในวิกฤติเบร็กซิท

    • Author, คริสตีนา เจ. ออร์กาซ
    • Role, บีบีซีแผนกภาษาสเปน

การเมืองอังกฤษที่กำลังวุ่นวายมีสาเหตุมาจากอะไร เหตุใดความพยายามที่จะพาประเทศออกจากสหภาพยุโรป (อียู) โดยนายกรัฐมนตรีสองคนจึงโดนสภาผู้แทนราษฎรของสหราชอาณาจักรขัดขวางครั้งแล้วครั้งเล่า

นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ตัดสินใจสั่งพักการประชุมสภาผู้แทนราษฎรก่อนหน้าเส้นตายเบร็กซิทวันที่ 31 ต.ค. แต่แล้วศาลสูงสุดก็พิพากษาชี้ขาดเมื่อวานนี้ (25 ก.ย.) ว่าเขาทำผิดกฎหมาย และถือเป็นโมฆะ

เบร็กซิทเป็นปัญหาใหญ่ที่ดูยุ่งยากเข้าไปอีกเมื่อต้องผ่านกระบวนการที่ซับซ้อนของระบบการเมืองอังกฤษซึ่งต่างจากประเทศอื่นแม้เป็นระบบรัฐสภาเช่นกัน

มาดูกันว่าการเมืองอังกฤษมีกลไกการทำงานอย่างไร และสถาบันต่าง ๆ ได้แก่ สภาผู้แทนราษฎร สภาขุนนาง รัฐบาล ศาลสูงสุด และพระมหากษัตริย์ มีหน้าที่อย่างไร

พึ่งกันและกัน

สมเด็จพระราชินี, สภาผู้แทนราษฎร หรือสภาล่าง, สภาขุนนาง, นายกรัฐมนตรี, ผู้พิพากษา… ทั้งหมดนี้เป็นส่วนประกอบของระบบการเมืองที่มีลักษณะเฉพาะไม่เหมือนประเทศอื่น

สหราชอาณาจักรปกครองโดยระบบรัฐสภาที่อิงแอบกับสถาบันกษัตริย์ นั่นหมายความว่าจะไม่มีฝ่ายใดทำงานได้โดยไม่พึ่งกันและกัน

แต่ในการเลือกตั้ง ผู้คนในสหราชอาณาจักรเลือกเพียงสมาชิกผู้แทนราษฎรเท่านั้น สมาชิกแต่ละคนเป็นตัวแทนจากเขตเลือกตั้งทั้งหมด 650 เขต

บัตรเลือกตั้งต่างจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีตรงที่ไม่มีชื่อหัวหน้าของแต่ละพรรค พรรคการเมืองหรือพรรคร่วม ที่ได้จำนวน ส.ส. มากที่สุดจะได้เป็นผู้เลือกนายกรัฐมนตรี

ด้วยความที่ผู้ชนะคือพรรค ไม่ใช่ตัวบุคคล หากมีเหตุให้นายกรัฐมนตรีคนนั้น ๆ ต้องออกจากตำแหน่ง ไม่ว่าจะเพราะป่วย ลาออก หรือลูกพรรคไม่ไว้วางใจอีกต่อไป พรรครัฐบาลก็สามารถเสนอชื่อนายกคนต่อไปได้เลยโดยไม่ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ อย่างที่เห็นจากกรณีของบอริส จอห์นสัน หลัง เทรีซา เมย์ ลาออก

สภาผู้แทนฯ

ชื่อเต็ม ๆ ของสภาผู้แทนราษฎร หรือสภาล่าง คือ The Honourable Commons of the United Kingdom of Great Britain and Northern Ireland in Parliament assembled นอกจากมีหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลแล้ว สภาผู้แทนฯ ยังมีหน้าที่อนุมติงบประมาณ และบัญญัติกฎหมาย อีกด้วย

สภาขุนนาง

สภาขุนนางเทียบเท่ากับสมาชิกวุฒิสภาในหลาย ๆ ประเทศ ทำงานเสริมกับสภาผู้แทนฯ

รอส เทย์เลอร์ นักวิจัยจากวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์แห่งลอนดอน (London School of Economic) อธิบายว่า สมาชิกสภาขุนนางส่วนใหญ่จากทั้งหมด 814 คน ได้รับการแต่งตั้งแบบตลอดชีวิตอิงจากความสามารถ หรือเป็นรางวัลจากการทำงานเพื่อรัฐ แต่ 92 จากจำนวนนั้นเป็นเรื่องของสายเลือด หมายความว่าพวกเขาได้เป็นสมาชิกเพราะว่าบรรพบุรุษเป็นขุนนาง

สภาขุนนางสามารถเสนอแก้ไขกฎหมายได้ แต่ไม่สามารถขัดขวางร่างกฎหมายที่ส่งต่อมาจากสภาผู้แทนฯได้ ตัวอย่างคือตอนที่ผ่านกฎหมายเบร็กซิทเมื่อ มี.ค. 2017

สภาขุนนางเสนอให้แก้ไขสองประเด็นด้วยกันเพื่อให้แน่ใจว่าสิทธิของคนจากสหภาพยุโรปที่อาศัยอยู่ในสหราชอาณาจักรได้รับการคุ้มครอง และให้รัฐสภาเป็นผู้ตัดสินใจคนสุดท้ายที่จะเห็นด้วยหรือไม่ยอมรับข้อตกลงออกจากสหภาพยุโรป

อย่างไรก็ดี สภาผู้แทนฯ ปฏิเสธข้อเสนอเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น และก็ยืนยันใช้ร่างกฎหมายแรก

สถาบันกษัตริย์

ประมุขของสหราชอาณาจักรคือพระมหากษัตริย์ และเป็นการสืบทอดตำแหน่งโดยสายเลือด

พระมหากษัตริย์คนปัจจุบันคือ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สอง

ระบอบการปกครองของสหราชอาณาจักรเป็นแบบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หมายความว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแต่ไม่ได้ปกครอง ไม่เข้าไปมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องการเมือง เป็นเพียงประมุขของรัฐในเชิงสัญลักษณ์ เป็นผู้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีแต่ไม่ได้เป็นผู้เลือกมา

เมื่อพรรคหนึ่งได้เสียงส่วนมากในสภาผู้แทนฯ หัวหน้าพรรคก็จะเดินทางไปยังพระราชวังบักกิงแฮมเพื่อเสนอตัวเป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อทำงานให้สมเด็จพระราชินี

รัฐบาล

โดยธรรมเนียม คณะรัฐมนตรีมากจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสภาขุนนาง อาจจะมาจากพรรคเดียวกันก็ได้ หรือหลายพรรคหากเป็นพรรคร่วม

รัฐมนตรีแต่ละคนรับผิดชอบในแต่ละภาคส่วนไป เมื่อว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา สาธารณสุข หรือความมั่นคงประเทศ เป็นต้น

ทิม เดอร์แรนต์ นักวิเคราะห์อาวุโสจากสถาบันเพื่อรัฐบาล (Institute for Government) อธิบายว่า รัฐมนตรีเหล่านี้จะได้รับการสนับสนุนจากข้าราชการซึ่งไม่ฝักฝ่ายใดทางการเมืองและทำงานให้กับคณะรัฐมนตรีชุดใดก็ตามที่ได้รับการเลือกตั้ง

ศาลสูงสุด

ศาลสูงสุดแห่งสหราชอาณาจักรเพิ่งก่อตั้งอย่างเป็นทางการมาเมื่อ 10 ปีก่อน ประกอบไปด้วยผู้พิพากษาทั้งหมด 12 คน มีอำนาจในการพิพากษาประเด็นพิพาททางกฎหมายที่ใหญ่ที่สุด และเป็นระบบตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจด่านสุดท้ายสำหรับกฎหมายและรัฐธรรมนูญของสหราชอาณาจักร

ศาลสูงจะรับพิจารณาประเด็นที่คิดว่าเป็นเรื่องสำคัญจริง ๆ เพื่อพิพากษาว่ากฎหมายในสหราชอาณาจักรควรถูกตีความและนำไปประยุกต์ใช้อย่างไร

ศาลสูงสุดตั้งอยู่ตรงข้ามอาคารรัฐสภา เป็นสถานที่ตั้งที่สะท้อนความหมายในเชิงสัญลักษณ์ว่า ในขณะที่รัฐสภาเป็นผู้บัญญัติกฎหมาย ศาลสูงสุดคอยตรวจสอบว่ากฎหมายนั้น ๆ มีความเที่ยงธรรมหรือไม่