ซ้อมทรมาน : วิธีสอบปากคำเข้มข้น

ที่มาของภาพ, Getty Images
การเสียชีวิตของผู้ต้องสงสัยในคดีความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้รายล่าสุด ไม่เพียงก่อให้เกิดคำถามถึงความปลอดภัยของผู้ต้องสงสัยขณะอยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงรายล่าสุด แต่ยังได้จุดประเด็นเรื่องการซ้อมทรมานให้กลับมาเป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงอีกครั้ง และทำให้นายกรัฐมนตรีต้องออกมายืนยันว่า กรณีของนายนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ชาว จ.ปัตตานี นี้ ไม่มีการซ้อมทรมานเกิดขึ้น
แม้จะเป็นเรื่องที่มีข้อห้ามอย่างเด็ดขาดภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ แต่การซ้อมทรมานเป็นเรื่องที่ยังเกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก ตั้งแต่ประเทศโลกเสรีอย่างสหรัฐฯ ที่วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ เองเคยออกมาประณามวิธีการสอบปากคำแบบเข้มข้นที่สำนักข่าวกรองกลางของสหรัฐฯ หรือซีไอเอ นำมาใช้หลังเกิดเหตุการณ์ 11 กันยายน ไปจนถึงชาติในแอฟริกาอย่างบุรุนดี ที่อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองเป็นผู้เปิดเผยกับบีบีซีเองว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงของประเทศได้เปิดสถานที่กักขังและซ้อมทรมานเพื่อปิดปากกลุ่มผู้เห็นต่างทางการเมือง
ในไทยเองเคยมีคดีความที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องทำนองนี้และเป็นเหตุให้กระทรวงกลาโหมต้องจ่ายเงินชดเชยแก่ผู้ต้องสงสัยและถูกทำร้ายร่างกายมาแล้ว โดยเหตุเกิดที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี นอกจากนี้นักสิทธิมนุษยชนไทยที่นำข้อมูลการกล่าวหาเรื่องซ้อมทรมานในภาคใต้มาเปิดเผย ก็เคยถูกกองทัพฟ้องร้อง แต่ถอนฟ้องในภายหลัง
เทคนิคการสอบปากคำเข้มข้นใช้ได้ผลไหม
รายงานที่คณะกรรมาธิการวิสามัญด้านข่าวกรอง ของวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ จัดทำเกี่ยวกับวิธีการสอบปากคำแบบเข้มข้นที่ซีไอเอนำมาใช้หลังเกิดเหตุการณ์ 11 กันยายนนั้น มีรายละเอียดส่วนหนึ่งระบุว่า เทคนิคที่ใช้ในการสอบปากคำ เช่น การให้อดนอนเป็นเวลานาน การทรมานให้สำลักน้ำ ทุบตี และทำให้อับอาย เป็นวิธีการที่โหดร้ายและใช้ไม่ได้ผล

ที่มาของภาพ, Getty Images
อย่างไรก็ดี อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช อ้างว่า เทคนิคที่ซีไอเอนำมาใช้สามารถป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายและปกป้องชีวิตผู้คนไว้ได้ และยืนกรานว่า "รัฐบาลไม่ได้ซ้อมทรมานผู้ใด"
แต่นายบารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในขณะนั้นประณามวิธีการสอบสวนของซีไอเอว่าเป็น "ห้วงแห่งความเจ็บปวดและมืดมน" ในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ทั้งยังได้ลงนามในคำสั่งพิเศษของประธานาธิบดีห้ามไม่ให้ใช้วิธีสอบสวนด้วยวิธีนี้อย่างเด็ดขาด
ทรมานทำให้สำลักน้ำทำอย่างไร
วิธีสอบปากคำเข้มข้นวิธีการหนึ่งที่มีการพูดกันว่าถูกนำมาใช้บ่อยคือการทรมานทำให้สำลักน้ำ วิธีนี้ทำโดยการให้ผู้ถูกคุมขังถูกมัดโดยทำให้ร่างกายอยู่ในลักษณะลาดเอียง ปลายเท้าอยู่เหนือศีรษะ หรือถูกมัดห้อยหัว มีผ้าปิดคลุมใบหน้า หรืออุดไว้ในปาก บางครั้งมีการใช้แผ่นฟิล์มพลาสติกร่วมด้วย

ที่มาของภาพ, AFP
จากนั้นจะราดน้ำลงบนใบหน้าเพื่อให้เข้าไปทางจมูกและปาก ซึ่งจะทำให้ผู้ที่ถูกทรมานไอ สำลักเกือบจะทันทีเพราะน้ำไหลเข้าไปในปอด ในขณะที่ร่างกายเริ่มรู้สึกเหมือนกำลังจมน้ำ ผู้ถูกทรมานจะมีอาการตื่นตกใจ ดิ้นและชักกระตุก การทรมานด้วยวิธีนี้สามารถทำให้สมองได้รับความเสียหาย กระดูกหักและส่งผลต่อสภาพจิต
แม้ซีไอเอจะใช้วิธีสอบปากคำเข้มข้นเป็นเวลานานหลายปี แต่ไม่เป็นที่ชัดเจนว่ามีผู้ถูกคุมขังมากน้อยเพียงใดที่ถูกสอบปากคำด้วยวิธีนี้ และเชื่อกันว่า มีผู้ที่ถูกทรมานทำให้สำลักน้ำเพียงสามคน
อดีตเจ้าหน้าที่ซีไอเอบอกบีบีซีว่า นายอาบู สุเบย์ดาห์ ชาวปาเลสไตน์ที่เกิดในซาอุดีอาระเบีย และเชื่อกันว่า เขาเป็นหนึ่งสมาชิกระดับสูง ในเครือข่ายผู้ก่อการร้ายของนายโอซามา บิน ลาเดน เป็นหนึ่งในนั้น และเขายอม "เปิดปาก" หลังถูกทำให้สำลักน้ำเพียงครึ่งนาที แต่นายสุเบย์ดาห์ บอกในภายหลังว่า เขาแต่งเรื่องขึ้นเพื่อทำให้ผู้สอบสวนพอใจ

ที่มาของภาพ, Getty Images
รายงานของซีไอเอระบุด้วยว่านายสุเบย์ดาห์ถูกขังอยู่ในกล่องขนาดใกล้เคียงกับโลงศพ เป็นเวลาทั้งสิ้น 266 ชั่วโมง และถูกขังอยู่ในกล่องที่มีขนาดเล็กกว่านั้น อีก 29 ชั่วโมง
รายงานยังพูดถึงการบังคับให้อดนอนมากถึง 180 ชั่วโมง ถูกจับให้อยู่ในท่าทางที่ทรมาน สร้างความเจ็บปวดที่อวัยวะเพศ และทำให้อับอาย
เมื่อปี 2009 นสพ.นิวยอร์กไทมส์ เผยแพร่บันทึกฉบับหนึ่งของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ที่มีข้อมูลว่า ถูกซีไอเอทำให้สำลักน้ำ 83 ครั้ง ขณะที่นายคาลิด ชีค โมฮัมเหม็ด ซึ่งวางแผนก่อเหตุโจมตี 9/11 โดนไป 183 ครั้ง ส่วนอีกคนหนึ่งที่ถูกทำให้สำลักน้ำคือนายอับเด อัล ราฮิม อัล นาชิรี ที่ถูกกล่าวหาว่า อยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีเรือรบยูเอสเอสโคลของกองทัพเรือสหรัฐฯ เมื่อปี 2000
กระบวนการสอบสวนอื้อฉาวของซีไอเอนี้เกิดขึ้นที่ "คุกลับ" ของสหรัฐฯ ทั่วโลก










