ซาร่า : ตอบสนองลูกค้าทันใจ แต่ถูกสงสัยเรื่องความเป็นธรรมและความยั่งยืนของโลก

ที่มาของภาพ, Zara
- Author, ปริยา พาเทล
- Role, ผู้สื่อข่าวธุรกิจ บีบีซี
ฉันเห็นแต่จุดเต็มไปหมด โดยเฉพาะลายจุดดำบนชุดเดรสพื้นขาว ผู้หญิงสามคนที่เดินผ่านฉันไประหว่างที่กำลังนั่งอยู่หน้าคาเฟ่ตลอดครึ่งชั่วโมง ต่างสวมใส่ชุดอันเป็นเอกลักษณ์พวกนี้
ฉันรู้ว่าเสื้อผ้าพวกนี้มาจาก "ซาร่า" ที่ฉันเคยไปลองที่ร้าน และตอนนี้ฉันเห็นชุดเดรสลายจุดในทุกที่
นี่เป็นคอลเล็กชั่นของฤดูร้อน หนึ่งในแฟชั่นของ "ซาร่า" ที่ฮิตมากจนมีแฟน ๆ สร้างแฮชแท็กในอินสตาแกรมแชร์ภาพชุดที่พวกเธอสวมใส่
หากดูที่ความสำเร็จและขนาดของบริษัทแล้วก็ยากจะเข้าใจได้ว่าซาร่าทำอย่างไร ไม่ซื้อโฆษณา ทำการตลาดเล็กน้อย แถมหัวเรือใหญ่ที่ได้รับการจัดอันดับว่าเป็นผู้บริหารที่ผลงานดีที่สุดในโลกก็ไม่เคยให้สัมภาษณ์ครั้งใหญ่ ๆ กับสื่อใดจนกระทั่งตอนนี้
ปาโบล อิสลา ประธานกรรมการของซาร่า เพิ่งจะวางแผนอนาคตของบริษัทไป และเผยว่าแบรนด์กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัลและความยั่งยืน แต่ความยั่งยืนนี้จะเป็นไปได้จริงหรือ เมื่อธุรกิจแฟชั่นในภาพรวมต่างกำลังยื้อแย่งให้ลูกค้าควักกระเป๋าจ่ายเงินเพื่อแฟชั่นให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
ธุรกิจและกำไร เป้าหมายที่ไม่ขัดแย้งกัน
ปาโบล อิสลา ประธานกรรมการกล่าวที่สำนักงานซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของสเปนว่า ซาร่าและอินดิเท็กซ์ (Inditex) บริษัทแม่ กำลังมีเป้าหมายด้านความยั่งยืน
"ความยั่งยืนและผลกำไรเป็นสิ่งที่ไม่ขัดแย้งกันสำหรับบริษัท"

ที่มาของภาพ, Zara
"ปีหน้า ร้านค้าของเราทั่วโลกจะบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ เราจะลดการใช้พลังงานและน้ำให้น้อยลง ถ้าคุณลดการใช้พลังงานให้ได้น้อยลงกว่า 20% นั่นแปลว่าได้กำไรมาแล้ว"
ความจริงแล้ววิธีการทำธุรกิจในตัวมันเองจะเป็นตัวบ่งชี้ว่า ใส่ใจกับเป้าหมายความยั่งยืนแค่ไหน อิสลาบอกว่า ซาร่าทำโดยการสต็อกสินค้าในคลังไม่เยอะมาก ซึ่งนั่นหมายถึงร้านขายปลีกจะสามารถลดเสื้อผ้าเหลือทิ้งและหลีกเลี่ยงการลดราคาเสื้อผ้าจำนวนมาก ๆ
ในการเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ซาร่า มีแผนกที่วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากผู้จัดการร้านค้าแต่ละแห่ง พวกเขาใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการตัดสินใจจำนวนการผลิตในแต่ละสัปดาห์ โรงงานของซาร่าจะผลิตเสื้อผ้าเฉพาะจำนวนที่พวกเขาจะขายเท่านั้น
เสื้อผ้าส่วนมากของซาร่าผลิตในประเทศสเปนหรือประเทศใกล้เคียง เช่น โปรตุเกส โมร็อกโก และตุรกี

ที่มาของภาพ, SOPA Images
สัมพันธ์ระยะยาว
หนึ่งในโรงงานผลิตเสื้อผ้าผู้หญิงของซาร่า ตั้งอยู่ถัดไปจากสำนักงานนี้เอง ที่ตั้งแบบนี้เป็นเรื่องของความรวดเร็วที่ช่วยให้แบรนด์ผลิตสินค้าที่กำลังอยู่ในเทรนด์ส่งเข้าช็อปได้ก่อนคู่แข่ง
อย่างไรก็ตาม บางครั้งก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถควบคุมมาตรฐานการผลิตได้ตลอด เมื่อสองปีที่แล้ว ลูกค้าซาร่าในตุรกีเจอกระดาษโน้ตในเสื้อผ้าที่เขียนข้อความว่าพวกเขาไม่ได้รับค่าจ้าง และร้องขอให้ลูกค้าเรียกร้องซาร่ายกระดับมาตรฐานการทำงานที่ดีขึ้น
เมื่อถามเรื่องนี้กับประธานซาร่า อิสลาตอบว่า การทำงานกับซัพพลายเออร์นั้นเรียกได้ว่าเป็น "วิวัฒนาการ" สิ่งสำคัญที่สุดคือการมีความสัมพันธ์ในระยะยาวกับซัพพลายเออร์ เมื่อต้องการคุมมาตรฐานการผลิต
แฟชั่น เรฟโวลูชั่น (Fashion Revolution) องค์กรอิสระตรวจสอบธรรมาภิบาลธุรกิจเสื้อผ้า กล่าวว่า ซาร่าต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับที่มาของเสื้อผ้าที่ผลิตมากกว่านี้เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบต่อมาตรฐานการผลิต
"อินดิเท็กซ์ เจ้าของซาร่าเป็นหนึ่งในหลายแบรนด์แฟชั่นชั้นนำ ที่ยังไม่เปิดเผยบัญชีรายชื่อโรงงานผู้ผลิต" ผอ. นโยบายขององค์กรแฟชั่น เรฟโวลูชั่น ระบุ ส่วนแบรนด์อื่น ๆ ยอมเปิดเผยบ้างแล้ว และการทำแบบนี้ก็ไม่ได้ทำให้ความสามารถในการแข่งขันในตลาดของพวกเขาลดลง
พลาสติกรีไซเคิล
กลับไปที่สำนักงานของซาร่า บีบีซีได้มีโอกาสไปที่ร้านต้นแบบที่ถูกอย่างถูกจัดวางอย่างดี แต่ไม่มีนักช็อป เพราะซาร่าใช้ที่นี่เป็น ที่ทดสอบบรรยากาศของร้านว่าจะออกมาเป็นแบบใด และให้ความรู้สึกเมื่ออยู่ในร้านอย่างไร นั่นรวมถึงการจัดแสงและการแสดงสินค้า
จุดประสงค์ก็เพื่อลดเสื้อผ้าเหลือทิ้งในร้านให้เป็นศูนย์ บรรจุภัณฑ์สำหรับเสื้อผ้าทำจากกระดาษและพลาสติกรีไซเคิล ซึ่งซาร่าบอกว่า การรีไซเคิลเป็นแนวคิดหลักของเสื้อผ้าเช่นกัน

ที่มาของภาพ, Zara
ซาร่าร่วมทำวิจัยกับมหาวิทยาลัยเอ็มไอที เพื่อหาวิธีผลิตเสื้อผ้าที่ใช้วัสดุจากพลาสติกรีไซเคิล ผู้สื่อข่าวบีบีซีได้ลองสัมผัสเนื้อผ้าของเสื้อผ้ารุ่นล่าสุดที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล มันให้ความรู้สึกนุ่มเหมือนผ้าไหม
ผู้บริหารซาร่าบอกว่า ซาร่าและบริษัทในเครือจะเปลี่ยนไปไปใช้เส้นใยเสื้อผ้าที่เป็นออร์แกนิกและรีไซเคิล 100% ให้ได้ภายในปี 2025 ไม่ว่าจะเป็นเส้นใยคอตตอน ลินิน โพลีเอสเตอร์
ในการเปลี่ยนแปลงนี้องค์กรแฟชั่น เรฟโวลูชั่น บอกว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ซาร่าพยายามนำเส้นใยที่มีความยั่งยืนมาใช้ แต่ประเด็นสำคัญเป็นเรื่องเกี่ยวกับปริมาณของเสื้อผ้าที่ผลิต
แค่แบรนด์อินดิเท็กซ์ ยี่ห้อเดียว ผลิตเสื้อผ้าในปี 2017 มากถึง 1.5 พันล้านชิ้น ถึงแม้จะใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่การผลิตจำนวนมาก ๆ เช่นนี้ในแต่ละปีนั้นไม่ใช่ความยั่งยืนต่อโลก

ที่มาของภาพ, LightRocket / Getty Images
ปริมาณเสื้อผ้าที่เราซื้อใส่จะเป็นตัวบอกถึงการเติบโตของอุตสาหกรรมแฟชั่น รวมทั้งการเปลี่ยนเทรนด์ความนิยมในเวลาอันสั้น ดังเช่นตัวเลขของผู้คนในสหราชอาณาจักร ซึ่งใช้เสื้อผ้าจำนวนมากที่สุดในยุโรป มากถึงปีละ 27.6 กิโลกรัมต่อปี ต่อคน
การตัดสินใจของลูกค้า
นักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมบอกว่า วิธีที่จะจัดการกับความยั่งยืนในแฟชั่นให้เกิดขึ้นคือการผลิตให้น้อยและขายให้น้อยลง แต่ซาร่าและอินดิเท็กซ์จะทำได้หรือไม่ เมื่อยังต้องทำยอดขาย
"ทุกอย่างเป็นการตัดสินใจของลูกค้าว่าจะซื้อสินค้ามากน้อยแค่ไหน" ประธานซาร่าระบุ และเสริมว่า ความรับผิดชอบของบริษัทคือการดูแลการผลิตด้วย "วิธีที่ยั่งยืน"
"ลูกค้าแต่ละคนมีอิสระตัดสินใจว่าจะซื้อกี่ตัว เขาหรือเธอจะซื้อเวลาไหน ใครจะจ่ายเงินเข้าร้านอาหารหรือซื้อเสื้อผ้า มันเป็นเสรีภาพที่แต่ละคนมี"
"ควรหรือไม่ควร" ไม่ใช่เรื่องใหม่ของการถกเถียง แล้วควรจะเป็นอย่างไหน หากว่าตามประธานบริษัทซาร่าที่บอกว่า สุดท้ายความยั่งยืนอยู่ที่ตัวลูกค้า
ขณะเดียวกัน ซาร่าระบุว่าจะทำทุกวิธีที่ทำได้เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและเพื่อของลูกค้า









