การคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่ออิหร่าน อย่างไรบ้าง
สหรัฐฯ ระบุว่า การคว่ำบาตรต่ออิหร่าน มีเป้าหมายไปที่รัฐบาล แต่นี่คือ 5 เรื่องที่แสดงให้เห็นว่า การคว่ำบาตรส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของชาวอิหร่านอย่างมาก
1. ยารักษาโรค
ยามีราคาแพงขึ้น และหาซื้อได้ยากขึ้น การคว่ำบาตร ไม่ควรใช้กับผลิตภัณฑ์ด้านการแพทย์ แต่ผู้จำหน่ายยาบางรายปฏิเสธการขายยาให้อิหร่าน เพื่อรักษาความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนยาในอิหร่าน หลายพันชีวิตตกอยู่ในความเสี่ยง ผู้ป่วยโรคมะเร็ง โรคลมชัก หรือโรคเลือดไหลไม่หยุด ต่างต้องการยารักษา
อิหร่านไม่สามารถผลิตยาเหล่านี้เองได้ เพราะประสบความยุ่งยากในการนำเข้าส่วนผสมที่สำคัญ แต่รัฐบาลสหรัฐฯ กล่าวหาว่าเป็นเพราะการทุจริตและการบริหารประเทศที่ผิดพลาด
2.เครื่องบิน
เครื่องบินของอิหร่านเก่ามาก ยังเป็นรุ่นที่มีที่เขี่ยบุหรี่อยู่บนที่พักแขน ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตกว่า 2,000 คน จากเหตุร้ายทางอากาศที่มีเครื่องบินอิหร่านเข้าไปเกี่ยวข้อง
ตลอดเวลา 40 ปี สายการบินในอิหร่านเผชิญความลำบากในการดูแลฝูงบินเพราะการคว่ำบาตรทางการค้าที่บังคับใช้ตั้งแต่ปี 1979 หลังเหตุวิกฤตตัวประกันที่สถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงเตหะราน ต่อมา อิหร่านถูกคว่ำบาตรเพิ่มเติม สืบเนื่องจากโครงการนิวเคลียร์ แต่ตามข้อตกลงระหว่างประเทศที่ลงนามในปี 2015 อิหร่านเห็นชอบที่จะจำกัดกิจกรรมนิวเคลียร์
โบอิงและแอร์บัสตกลงจะขายเครื่องบินใหม่เกือบ 200 ลำให้อิหร่าน ทว่า 3 ปีต่อมา มีการส่งมอบเครื่องบินให้อิหร่านเพียงไม่กี่ลำเท่านั้น ก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะถอนตัวออกจากข้อตกลงดังกล่าว

3.หมึกและกระดาษ
อิหร่านขาดแคลนหมึก และราคากระดาษที่นำเข้ามาเพิ่มขึ้น 3 เท่า นับตั้งแต่สหรัฐฯ ถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ ส่งผลกระทบต่อหนังสือพิมพ์และสำนักพิมพ์ต่าง ๆ หนังสือพิมพ์ที่อยู่มานานมีจำนวนหน้าลดลงมาก ด้วยการควบคุมที่เข้มข้นด้านเสรีภาพสื่อในอิหร่าน ผู้สื่อข่าวและเจ้าของสำนักพิมพ์หลายคนบอกว่าสถานการณ์เช่นนี้ทำให้เป็นเรื่องยากยิ่งขึ้นที่จะตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล
4.เนื้อสัตว์
เนื้อแดง 1 กิโลกรัม กลายเป็นสินค้าหรูเกินเอื้อมในอิหร่าน ก่อนการคว่ำบาตรรอบใหม่ ราคาเนื้อแดงอยู่ที่ 10 ดอลลาร์ต่อกิโลกรัม ตอนนี้ ราคาพุ่งไปกว่า 2 เท่าตัว
การคว่ำบาตรทำให้อิหร่านนำเข้าอาหารได้ลำบากขึ้น ประชาชนจำนวนมากจำต้องลดการบริโภคเนื้อสัตว์ลง ร้านอาหารเกือบ 1 ใน 4 ในกรุงเตหะราน ต้องปิดตัวลง ต้องนำระบบจัดสรรปันส่วนกลับมาใช้อีกครั้ง นับตั้งแต่สงครามอิหร่าน-อิรัก ในช่วงทศวรรษ 1980
5. แอปฯ ในโทรศัพท์
ชาวอิหร่านใข้สมาร์ตโฟนในการจองแท็กซี่และบริการส่งอาหาร แต่ว่าบริษัทเทคโนโลยีต่างชาติหลายราย เช่น อูเบอร์ ไม่ดำเนินธุรกิจในอิหร่าน
ผู้พัฒนาแอปฯ ในอิหร่าน จึงต้องสร้างแอปฯ ของตัวเองขึ้นมา อย่าง Snapp แต่คนใช้ไอโฟนก็ไม่สามารถดาวน์โหลดได้จากแอปสโตร์ เพราะว่าไม่รองรับแอปฯ ที่สร้างขึ้นในประเทศที่ถูกห้ามทำการค้าขาย
รัฐบาลอิหร่านและสหรัฐฯ ต่างกล่าวหากันและกัน เกี่ยวกับการคว่ำบาตร แต่ผู้ที่รับรู้ได้ถึงแรงกดดันก็คือชาวอิหร่านทั่วไป


