จับตา 5 ประเด็นร้อนที่อาจพาขัดแย้งขณะโดนัลด์ ทรัมป์ ปธน.สหรัฐ เยือนสหราชอาณาจักร

ที่มาของภาพ, AFP
โดย เจมส์ แลนเดล
ผู้สื่อข่าวบีบีซีด้านการทูต
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เดินทางไปถึงสหราชอาณาจักรแล้ว ตลอดระยะเวลา 3 วันต่อจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ จะได้รับการต้อนรับทั้งจากทั้งราชวงศ์อังกฤษและนักการเมือง และเขาจะเข้าร่วมพิธีรำลึกครบรอบ 75 ปี วันดี-เดย์ (D-day) หรือเหตุการณ์ที่ฝ่ายสัมพันธมิตรยกพลขึ้นบกที่นอร์มังดี (Normandy)
แต่หากมองข้ามพิธีรีตองอันแสนพิถีพิถันเบื้องหน้า เราจะเห็นถึงความแตกต่างเชิงนโยบายที่ทำให้สองประเทศนี้ต่างกันมาก
ราชวงศ์
การเยือนอย่างเป็นทางการในลักษณะนี้เป็นเรื่องการเมืองพอ ๆ กับเรื่องการสานสัมพันธ์กับราชวงศ์อังกฤษ น่าจับตาว่าผู้นำสหรัฐฯ จะกระทำอะไรที่อาจจะขัดกับธรรมเนียมปฏิบัติต่อสมาชิกราชวงศ์อังกฤษหรือไม่
ปธน.ทรัมป์ ทำพลาดเมื่อปีที่แล้วเมื่อเขาหันหลังให้กับสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สอง และเดินนำหน้าพระองค์ขณะเดินตรวจพลสวนสนามที่พระราชวังวินด์เซอร์
เมื่อถึงเวลางานเลี้ยงทางการที่พระราชวังบักกิงแฮม นายทรัมป์จะเอ่ยถึงสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองด้วยคำที่ถูกต้องหรือไม่ เพราะเมื่อไม่นานมานี้ ทำเนียบรัฐบาลสหรัฐฯ ก็เพิ่งเอ่ยถึงพระองค์ด้วยคำว่า "Her Royal Majesty" แทนที่จะเป็น "Her Majesty"
นายทรัมป์จะเผลอพูดขณะมีการร้องเพลงชาติเหมือนกับที่นายบารัค โอบามา อดีต ปธน.สหรัฐฯ ทำเมื่อปี 2011 หรือเปล่า
ตอนไปดื่มชากับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ที่แคลเรนซ์เฮาส์ ทั้งสองจะอดไม่พูดถึงความคิดที่ขัดแย้งกันเรื่องปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้หรือเปล่า

ที่มาของภาพ, AFP
นายทรัมป์ น่าจะอยากให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น เห็นได้ชัดว่าเขาชอบความอลังการพิถีพิถันตามวิถีของราชวงศ์อังกฤษ และคงอยากได้รูปสวย ๆ สำหรับหาเสียงในการเลือกตั้งครั้งต่อไปของเขา แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าเขาจะทำตามระเบียบการมากแค่ไหน
ที่น่าสนใจที่สุดอาจจะเป็นการเผชิญหน้าระหว่างนายทรัมป์กับเมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ พระชายาในเจ้าชายแฮร์รี ซึ่งก่อนหน้าที่จะกลายมาเป็นสมาชิกราชวงศ์อังกฤษเคยแสดงความคิดเห็นต่อต้านแนวคิดของผู้นำสหรัฐฯ มาก่อน ส่วนนายทรัมป์ก็บอกกับ นสพ.เดอะซัน ว่า เขาแปลกใจที่เมแกนเคย "ร้าย" กับเขามาก
ด้วยเหตุนี้ อาจเป็นเรื่องดีที่ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ทรงกำลังพักฟื้นหลังมีพระประสูติกาลพระโอรส และจะไม่มีส่วนร่วมในการเยือนในครั้งนี้
เป็นเรื่องสำคัญที่คนสัญชาติอเมริกันอย่าง ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ เพิ่งจะเข้าเป็นสมาชิกราชวงศ์อังกฤษ นี่เป็นตัวอย่างที่ดีของการกระชับสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ
เบร็กซิท
นายทรัมป์มาเยือนขณะสหราชอาณาจักรกำลังเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบาก เขาจะได้รับการต้อนรับจากเทรีซา เมย์ นายกรัฐมนตรีผู้กำลังอยู่ในช่วงที่อ่อนแอที่สุดหลังประกาศเตรียมลาออกก่อนหน้านี้

ที่มาของภาพ, @NIGEL_FARAGE
สหราชอาณาจักรกำลังวุ่นวายกับการเจรจาเบร็กซิท และในการสัมภาษณ์กับ นสพ.เดอะซัน นายทรัมป์ วิจารณ์นางเมย์ที่ปล่อยให้สหภาพยุโรปได้เปรียบในการเจรจาทั้งหมด
วันถัดมา เขาบอกกับ นสพ.ซันเดย์ ไทมส์ ว่า รัฐบาลควรเชิญ ไนเจล ฟาราจ ซึ่งเป็นผู้วิพากวิจารณ์นางเมย์อย่างรุนแรง เข้ามาช่วยในการเจรจาเบร็กซิท
ก่อนหน้านี้ นายทรัมป์เคยออกมาแสดงความสนับสนุนนายฟาราจแล้ว โดยบอกว่าเขาเป็นเพื่อนและผู้มีอิทธิพลในสหราชอาณาจักร และเป็นคนที่เขาให้ความเคารพมาก
ทั้งสองไม่มีกำหนดการจะพบกันอย่างเป็นทางการ แต่ทั้งสองก็ไม่ได้ออกมาปฏิเสธ รัฐมนตรีคนหนึ่งบอกกับผมว่า จะน่าผิดหวังและเสียมารยาทมากหากทั้งสองไปพบกัน
อย่างไรก็ตาม นายทรัมป์ไม่ค่อยพลาดโอกาสที่จะได้คบค้าสมาคมกับนักการเมืองที่มีความคิดคล้าย ๆ กันกับเขา
เขาดูจะไม่สนใจที่ผู้นำพรรคฝ่ายค้านหลักสองพรรคอย่างนายเจเรมี คอร์บิน และเซอร์วินซ์ เคเบิล ปฏิเสธคำเชิญเข้าร่วมงานเลี้ยงทางการให้ผู้นำสหรัฐฯ
ผู้นำพรรคคอนเซอร์เวทีฟ

ที่มาของภาพ, AFP
นายทรัมป์มาเยือนในช่วงที่พรรคคอนเซอร์เวทีฟกำลังสรรหาผู้นำคนใหม่ซึ่งจะกลายมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปของอังกฤษ
นายทรัมป์แสดงความสนับสนุน บอริส จอห์นสัน โดยเขาบอกกับ นสพ. เดอะซัน ว่าอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศผู้นี้จะเป็นนายกรัฐมนตรีที่ดีเยี่ยมซึ่งจะ "ทำงานได้ดีมาก"
ในมุมหนึ่ง ส.ส. และสมาชิกพรรคคอนเซอร์เวทีฟ บางคนอาจจะประทับใจกับเรื่องนี้เมื่อเห็นว่าว่าที่นายกรัฐมนตรีมีความสัมพันธ์อันดีอยู่แล้วกับผู้นำสหรัฐฯ
แต่อีกมุมหนึ่ง ส.ส. คอนเซอร์เวทีฟบางคน อาจมองว่าการได้รับการสนับสนุนอย่างไม่เป็นทางการจากผู้นำที่ไม่เป็นที่นิยมอาจจะไม่ส่งผลดีต่อผู้ออกเสียงเลือกตั้งในสหราชอาณาจักร
น่าสนใจว่านายทรัมป์จะแสดงความคิดเห็นอย่างไรต่อนายเจเรมี คอร์บิน ผู้นำพรรคแรงงาน ที่วิพากษ์วิจารณ์นโยบายของสหรัฐฯ อย่างเปิดเผย
นายทรัมป์บอกกับ นสพ.เดอะซันว่า เขาไม่ได้รู้สึกขุ่นเคืองที่นายคอร์บินปฏิเสธไม่มาร่วมงานเลี้ยงทางการ และบอกว่า "เขาคงจะคิดพลาดเพราะผมคิดว่าเขาอยากจะมีความสัมพันธ์อันดีกับสหรัฐฯ"
ตะวันออกกลาง
คงไม่มีการพูดคุยเรื่องนโยบายอะไรได้มาก ในเมื่อการเยือนเต็มไปด้วยพิธีการ และนายกรัฐมนตรีอังกฤษก็กำลังจะออกจากหน้าที่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองประเทศจะยังมีอีกหลายประเด็นให้ถกเถียงเห็นต่างกัน ยกตัวอย่างเช่นเรื่องตะวันออกกลาง สหราชอาณาจักรยังคงสนับสนุนข้อตกลงที่จะช่วยจำกัดโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน ในขณะที่สหรัฐฯ ไม่สนับสนุน และพร้อมที่จะคว่ำบาตรบริษัทหรือธนาคารในสหราชอาณาจักรที่ทำการค้ากับอิหร่าน
นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินและเครื่องบินทิ้งระเบิด B52 ไปประจำการในภูมิภาคนั้นด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่นักการทูตอังกฤษเกรงว่าจะเป็นการเพิ่มความตึงเครียดให้เกิดสงคราม
นายทรัมป์จะพูดถึงความคิดเห็นที่แตกต่างเหล่านี้ในที่สาธารณะหรือไม่
จีน
เราจะลืมเรื่องจีนไปไม่ได้ ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และจีน กำลังทำให้อังกฤษกังวัล และนี่ไม่ใช่แค่เรื่องผลกระทบทางเศรษฐกิจเท่านั้น
สหรัฐฯ ไม่พอใจที่อังกฤษเตรียมจะให้หัวเว่ยเป็นผู้ผลิตเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ 5G บางส่วน โดยกลัวว่าในที่สุดแล้ว ทางการจีนจะเข้าถึงข้อมูลลับของสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร โดยใช้หัวเว่ยเป็นเครื่องมือ
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ออกมาเตือนว่า นายทรัมป์ไม่เพียงจะพูดเรื่องนี้ระหว่างการเยือนทางการครั้งนี้ แต่จะขู่จำกัดการแบ่งปันข่าวกรองกับสหราชอาณาจักรลงด้วย
ขณะนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ บอกว่า พวกเขายังมั่นใจว่า สหราชอาณาจักรยังไม่มีข้อสรุปเรื่องหัวเว่ย และยังเลื่อนการพิจารณาเรื่องนี้ไปก่อนจนกว่าจะได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ แต่อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่อาจยืนยันได้อย่างมั่นใจว่านายทรัมป์จะไม่พูดเรื่องนี้









