ระเบิดในศรีลังกา : ท่องเที่ยวศรีลังการอวันฟื้นตัวหลังระเบิดสะเทือนขวัญ

ช่วงเวลาค่ำคืนในย่านบันเทิงของกรุงโคลอมโบขณะนี้อยู่ในสภาพเงียบเหงา บางคืนแทบจะร้างผู้คน เพราะทั้งชาวบ้านและนักท่องเที่ยว ยังหวาดผวากับเหตุระเบิดหลายระลอก ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน

"มันเงียบผิดปกติเลยวันนี้ ผมไม่เคยเห็นโต๊ะร้างคนขนาดนี้" ดีฟถา ฮาตูรูสิงห์ นักการธนาคาร ในกรุงโคลอมโบ ถึงกับอุทานเมื่อได้มาเห็นสถานบันเทิงที่เขาชอบมาประจำ "ร้างคน"

แม้บรรดาดีเจจะยังคงเปิดแผ่นเสียงดังก้อง แต่บนฟลอร์เต้นรำกลับว่างเปล่า พนักงานในร้านดูเบื่อหน่ายเพราะไม่มีอะไรทำ ไร้ลูกค้าที่จะให้บริการ

"ผมมักมาที่ร้านหลังเลิกงานเพื่อดื่ม กิน และฟังดนตรีสด แต่นี่มันร้างคนที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาเลย ก็ได้แต่หวังว่ามันจะดีขึ้น"

เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นหลายระลอก ในวันอีสเตอร์ 21 เม.ย. 2562 เกิดขึ้นที่โบสถ์คริสต์และโรงแรมหรู หลายแห่ง ทั้งในกรุงโคลอมโบ เมืองเนกอมโบ และเมืองบัตติคาโลอา คร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่า 320 ชีวิต ตามมาด้วยการประกาศเคอร์ฟิวและภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ

แม้สถานการณ์จะผ่านมาหลายสัปดาห์แล้ว แต่วิถีชีวิตชาวศรีลังกายังไม่กลับคืนสู่ภาวะปกติ หลายคนรู้สึก "ไม่ปลอดภัย" เหมือนประเทศจมดิ่งกลับไปสู่ภาวะสงครามกลางเมือง ที่สิ้นสุดลงเมื่อปี 2009

ถนนพาร์คสตรีท (Park Street) ใจกลางกรุงโคลอมโบ เป็นย่านสถานบันเทิงที่มักคึกคัก ด้วยนักท่องเที่ยวและคนวัยทำงาน ที่มาสังสรรค์ยามค่ำคืน โดยเฉพาะในคืนวันศุกร์และเสาร์ แต่สุดสัปดาห์นี้ ทั้งที่ล่วงเลยถึง 20 นาฬิกาแล้ว แต่ย่านบันเทิงนี้ยังไร้วี่แววผู้คน

"กิจการซบเซา"

ฮาร์โป กูเนราธ์เน เจ้าของบาร์และร้านอาหารในพื้นที่ รู้สึกเสียดายกับสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ เพราะที่ผ่านมาธุรกิจท่องเที่ยวในกรุงโคลอมโบกำลังไปได้สวย

"ปกติคืนวันศุกร์นี่ คุณแทบจะเข้ามาบนถนนเส้นนี้ไม่ได้เลย เพราะคนแน่นมาก" เขาโอดครวญ "การท่องเที่ยวยามค่ำคืนของกรุงโคลอมโบ อยู่ในช่วงขาขึ้น แต่มาวันนี้กิจการซบเซา"

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ชาวศรีลังกายังอยู่ในภาวะตื่นกลัว จากโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น ส่งผลให้ย่านที่เหมือนตรอกข้าวสารในกรุงเทพฯ คือ มีบาร์ และร้านอาหารหลากหลายสไตล์ มีผู้คนบางตาจนเห็นได้ชัด จากปกติจะมีคนแน่นถนน 700-800 คนในคืนวันศุกร์ แต่คืนนี้ นับคนได้เพียง 20 คนเท่านั้น

หลายร้านถึงกับไม่จ้างวงดนตรีมาเล่นเพราะไม่มีคนฟัง แต่กูเนราธ์เน ยังมองโลกในแง่ดี

"เราพยายามคิดบวกนะว่าธุรกิจจะฟื้นตัว มันจะต้องเกิดขึ้น คนในพื้นที่จะออกมาสังสรรค์ และใช้บริการพวกเราอีกครั้ง"

มาตรการเข้มงวด

สำหรับผู้ประกอบการบางคนในย่านปาร์คสตรีท เห็นว่าช่วงเดือนที่ผ่านมาถือว่าเป็น "โลว์ซีซัน" อยู่แล้ว แต่เหตุก่อการร้ายทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวเงียบเหงาหนักขึ้นอีก

อย่างไรก็ดี นาตาลี จายาซูเรีย เจ้าของบาร์อีกแห่งมองว่าตอนนี้ลูกค้าเริ่มค่อย ๆ กลับมาแล้ว

"ฉันคิดว่า วันนี้ผู้คนเริ่มกล้าออกจากบ้านกันแล้ว พยายามไปสนับสนุนธุรกิจในพื้นที่เท่าที่ทำได้"

เหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้น ทำให้ทางร้านเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย และขอความร่วมมือจากลูกค้าที่มาใช้บริการด้วย

"เราขอให้ลูกค้าของเราเก็บบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรแสดงตัวตนไว้กับตัว เราขอตรวจค้นกระเป๋า และระแวดระวังไม่ให้นำกระเป๋าขนาดใหญ่เข้ามาในร้าน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเราตรวจตราแน่นหนา และมีสิทธิ์ปฏิเสธไม่ให้คนที่เราคิดว่าต้องสงสัย เดินเข้ามาในร้าน"

ลูกค้า-รายได้ ลดกว่าครึ่ง

ร้านปาร์คสตรีทมิวส์ หนึ่งในบาร์และร้านอาหารชื่อดังของย่าน วางเจ้าหน้าที่คอยตรวจกระเป๋าลูกค้าทุกคน พร้อมวางแนวกั้นคอนกรีต เพื่อป้องกันเหตุร้าย หากมีใครขับรถพุ่งเข้ามา

ส่วนร้านอาหารฝรั่งเศส คาเฟ่ ฟรองเซ จากเดิมที่จะไม่รับจองโต๊ะหลัง 22 นาฬิกา และมักมีลูกค้าว่าจ้างคนขับรถมาจับจองที่ล่วงหน้า วันนี้ ผู้จัดการ ฌอง-ชาร์ล ตูซองต์ ยอมรับว่า ยอดขายลดลงกว่าครึ่ง และเชื่อว่าธุรกิจจะซบเซาต่อไปอีกพักหนึ่ง

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการหลายคนที่สำนักข่าวเอเอฟพีได้พูดคุย ล้วนเชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้น เพียงแต่ต้องใช้เวลา

"ศรีลังกาเป็นประเทศที่เข้มแข็ง" จายาซูเรีย ระบุ "เราต่อสู้สงครามกลางเมืองมา 30 ปี และรอดกันมาได้ ฉันเชื่อว่าเราจะผ่านพ้นสถานการณ์ทุกรูปแบบได้"

ขณะที่ลูกค้าขาประจำอย่าง ดีฟถา ฮาตูรูสิงห์ บอกว่า ในฐานะชาวศรีลังกาแล้ว การมาใช้บริการตามปกติ เป็นอีกหนทางที่จะแสดงให้เห็นว่า พวกเขาไม่ยอมพ่ายให้กับการก่อการร้าย

"ผมจะกลับมาอีกในสัปดาห์หน้าและสัปดาห์ต่อ ๆ ไป ให้พวกเขารู้ว่าลูกค้าอย่างผมไม่ลืมที่นี่"