รัฐประหาร : กองทัพซูดานยึดอำนาจ ยุติการปกครอง 3 ทศวรรษ ของประธานาธิบดี โอมาร์ อัล-บาเชียร์

Defence minister Awad Ibn Ouf
คำบรรยายภาพ, "ในฐานะรัฐมนตรีกลาโหม ผมขอประกาศโค่นล้มรัฐบาลและควบคุมตัวหัวหน้ารัฐบาลไว้ในที่ปลอดภัย" นายอิบิน อุฟ ระบุในแถลงการณ์

รมว.กลาโหม นำกองทัพขับไล่ประธานาธิบดีโอมาร์ อัล-บาเชียร์ ของซูดาน ออกจากตำแหน่งและจับกุมตัวไว้แล้ว หลังครองอำนาจมานานเกือบ 30 ปี

อาวัด อิบิน อุฟ รัฐมนตรีกลาโหมซูดาน แถลงทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลว่า กองทัพได้ตัดสินใจเข้ายึดอำนาจ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินนาน 3 เดือน เข้ามากำกับประเทศในช่วงเปลี่ยนผ่านเป็นเวลา 2 ปี ก่อนจัดให้มีการเลือกตั้ง

"ในฐานะรัฐมนตรีกลาโหม ผมขอประกาศโค่นล้มรัฐบาลและควบคุมตัวหัวหน้ารัฐบาลไว้ในที่ปลอดภัย" นายอิบิน อุฟ ระบุในแถลงการณ์

ขณะนี้ยังไม่แน่ชัดว่า นายบาเชียร์ ถูกควบคุมตัวไว้ที่ไหน

นายอิบิน อุฟ ระบุว่า ประเทศเผชิญกับความทุกข์ยากจาก "การบริหารจัดการที่ย่ำแย่ การทุจริต และการไร้ความยุติธรรม" ของนายบาเชียร์ ซึ่งปกครองซูดานมาตั้งแต่ปี 1989

ซูดานเผชิญกับความวุ่นวายจากการประท้วงที่ยืดเยื้อมานานหลายเดือน ทำไมผู้คนจึงออกมาประท้วง และพวกเขาต้องการอะไร

การประท้วงเริ่มต้นขึ้นได้อย่างไร

ในเดือน ธ.ค. รัฐบาลพยายามหยุดยั้งการล่มสลายทางเศรษฐกิจ ที่เป็นผลมาจากการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ นานต่อเนื่องหลายปี และการขาดรายได้จากน้ำมัน และมีมาตรการตัดลดค่าใช้จ่ายหลายอย่าง การลดลงของค่าเงินอย่างรุนแรง

President Omar al-Bashir sitting on a green chair dressed in white at the National Dialogue Committee at his palace in Khartoum on April 5

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ประธานาธิบดีบาเชียร์ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา

การตัดลดการสนับสนุนด้านเชื้อเพลิงและอาหาร ทำให้เกิดการประท้วงขึ้นหลายแห่งทางตะวันออกของประเทศ เพราะไม่พอใจต่อมาตรฐานการครองชีพ แต่ความไม่พอใจนั้นก็ได้แผ่ขยายเข้ามายังกรุงคาร์ทูม เมืองหลวงของซูดาน ภายในเวลาอันรวดเร็ว

เป้าหมายของการประท้วงคืออะไร

เริ่มแรก พวกเขาพุ่งเป้าไปที่ราคาสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ต่อมาไม่นาน ก็ได้เรียกร้องให้ประธานาธิบดีโอมาร์ อัล-บาเชียร์ ที่อยู่ในตำแหน่งมานานเกือบ 30 ปี ออกจากตำแหน่ง และให้รัฐบาลภายใต้การนำของเขายุติการปฏิบัติหน้าที่

ผู้ประท้วงซึ่งเห็นการพัฒนาของแอลจีเรีย จึงต้องการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลของตัวเองบ้าง เหตุการณ์นี้คล้ายกับช่วงที่เกิดการประท้วงในกลุ่มประเทศอาหรับหลายประเทศเมื่อปี 2011 โดยประชาชนในซูดานได้มีการเรียกร้องให้ตั้งรัฐบาลเพื่อการเปลี่ยนผ่านขึ้น

Demonstrators waving flags and shouting outside the army headquarters on March 6

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, ผู้ประท้วง ตะโกนว่า "หนึ่งกองทัพ หนึ่งประชาชน" อยู่ที่ด้านนอกสำนักงานใหญ่กองทัพซูดาน

ใครคือผู้ประท้วง

ปัญหาเศรษฐกิจทำให้ชาวซูดานทุกหมู่เหล่าออกมาประท้วงบนท้องถนน แต่องค์กรที่จัดการประท้วงคือ สมาคมวิชาชีพชาวซูดาน (Sudanese Professionals Association) ซึ่งประกอบด้วยแพทย์ เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุข และทนายความ

จำนวนผู้หญิงที่ออกมาประท้วงมีสัดส่วนที่สูงถึง 70% ของผู้ประท้วง พวกเธอมาจากทุกช่วงวัยและภูมิหลัง พวกเธอบอกว่า พวกเธอต้องการประท้วงต่อต้านทัศนคติเหยียดเพศในสังคมมุสลิมอนุรักษ์นิยมของซูดานด้วย โดยในซูดานมีการใช้กฎหมายอิสลาม หรือ ชารีอะห์

ความไม่สงบเลวร้ายแค่ไหน

มีการปราบปรามผู้ประท้วง หลังจากเดือนธันวาคม แต่การประท้วงก็ยังดำเนินต่อไปทั้งที่ถูกห้าม ด้านฮิวแมนไรท์วอทช์ ระบุว่า ความรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับการประท้วง ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 50 คน

Protestors walking through the streets with their arms in the air on April 6

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เกิดการประท้วงขึ้นหลายเมืองทั่วซูดาน

ประธานาธิบดีซูดาน ทำอะไรไปแล้วบ้าง

ในเดือน ก.พ. ที่ผ่านมมา ดูเหมือนว่า เขาจะก้าวลงจากตำแหน่ง แต่เขากลับประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ และปลดเจ้าหน้าที่ทางการบางส่วนออก

เขากล่าวว่า ผู้ประท้วงมีความชอบธรรมที่จะไม่พอใจเขา แต่ควรจะหาคนมาทำหน้าที่แทนเขาผ่านการเลือกตั้ง ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในเดือน เม.ย. 2020 โดยเขาระบุว่า จะก้าวลงจากตำแหน่งในช่วงนั้น

เรื่องนี้จะจบลงอย่างไร

ก่อนการยึดอำนาจ มีรายงานจากหลายแหล่งระบุว่า ทหารบางส่วน สนับสนุนผู้ประท้วง มีการการประท้วงที่ด้านนอกสำนักงานใหญ่ของกองทัพในกรุงคาร์ทูม ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นความพยายามในการให้ทหารช่วยกำจัดประธานาธิบดี