ประชุมสุดยอดทรัมป์-คิม : เกาหลีเหนือบูรณะฐานยิงจรวด

ที่มาของภาพ, AFP
บรรดานักสังเกตการณ์ ระบุว่า ภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดบ่งชี้ว่า เกาหลีเหนือกำลังซ่อมแซมฐานยิงจรวดที่เคยรับปากจะรื้อทำลายกลับขึ้นมาใหม่อีกครั้ง หลังจากประชุมสุดยอดกับสหรัฐฯ ล้มเหลวลงอย่างไม่เป็นท่า
ภาพถ่ายดาวเทียมนี้ถูกบันทึกไว้ 2 วันหลังการประชุมสุดยอดระหว่างนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่กรุงฮานอยของเวียดนาม เมื่อเดือนที่แล้ว ยุติลงกะทันหันโดยที่ผู้นำทั้งสองไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเรื่องการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือได้
ภาพถ่ายดาวเทียมจากสถาบันศึกษาด้านเกาหลีเหนือหลายแห่ง และข้อมูลจากหน่วยงานด้านข่าวกรองของเกาหลีใต้ เผยให้เห็นว่าเกาหลีเหนือกำลังเร่งเดินหน้าบูรณะซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ที่ศูนย์ปล่อยจรวดโซแฮ ในเขตตงชาง-รี

ที่มาของภาพ, Reuters
ศูนย์แห่งนี้เป็นฐานปล่อยดาวเทียมหลักของเกาหลีเหนือมาตั้งแต่ปี 2012 และยังเป็นสถานที่ทดสอบเครื่องยนต์สำหรับขีปนาวุธที่มีประสิทธิภาพโจมตีได้ไกลถึงสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ที่นี่ยังไม่เคยถูกใช้ทดสอบขีปนาวุธ ซึ่งนานาชาติมองว่าเป็นการกระทำที่ยั่วยุ
เกาหลีเหนือ เริ่มรื้อถอนศูนย์แห่งนี้เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมองว่าเป็นมาตรการสร้างเสริมความไว้เนื้อเชื่อใจกันระหว่างรัฐบาลเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯ

น.ส.เจนนี ทาวน์ บรรณาธิการบริหารเว็บไซต์ 38 North ที่ศึกษาเรื่องเกาหลีเหนือ บอกกับบีบีซีว่า "ความแตกต่างนี้มีนัยสำคัญ...เกาหลีเหนือมักมองว่าการบูรณะซ่อมแซมไม่ใช่ส่วนหนึ่งของปฏิบัติการในโครงการขีปนาวุธ แต่เป็นส่วนหนึ่งในโครงการอวกาศของฝ่ายพลเรือน ซึ่งเป็นนิยามที่เกาหลีเหนือทำมาตลอดในอดีต"
น.ส.ทาวน์ ชี้ว่า ความเคลื่อนไหวของเกาหลีเหนือในครั้งนี้อาจเป็นการส่งสัญญาณความไม่เชื่อใจในกระบวนการเจรจากับสหรัฐฯ

บทวิเคราะห์ : "คิมทดสอบความอดกลั้นของทรัมป์"
ลอรา บิคเกอร์ ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำกรุงโซล
นี่เป็นความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามอง และการซ่อมแซมศูนย์ปล่อยจรวดครั้งนี้ก็เป็นการส่งสัญญาณที่ไม่ดีนัก อย่างไรก็ตาม ดิฉันมักใช้ความระวังในการตีความจากภาพถ่ายดาวเทียมเสมอ เราไม่อาจตั้งข้อสันนิษฐานถึงสิ่งที่กำลังหารือกันในหมู่ผู้นำเกาหลีเหนือโดยวัดจากภาพการซ่อมแซมสถานีปล่อยดาวเทียมที่อยู่ห่างไกลได้
ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้อาจเป็นวิธีของรัฐบาลเกาหลีเหนือในการกระตุ้นรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อเตือนความจำให้รัฐบาลของนายทรัมป์ว่าเกาหลีเหนือยังมีเทคโนโลยีในการผลิตอาวุธและจะไม่ยอมล้มเลิกลงอย่างง่ายดาย
นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่า มีความเป็นไปได้ว่า ขณะนี้นายคิมอาจกำลังทดสอบขอบเขตและความอดทนอดกลั้นของนายทรัมป์ มากกว่าจะเตรียมตัวทดสอบขีปนาวุธ
หากเกาหลีเหนือดำเนินการไปมากกว่าการบูรณะฐานปล่อยจรวด และผิดคำมั่นสัญญาที่จะยุติการทดสอบขีปนาวุธ ก็อาจเผชิญความโกรธเกรี้ยวอย่างไม่อาจคาดเดาได้จากนายทรัมป์
นอกจากนี้ เกาหลีเหนืออาจต้องเผชิญการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่รุนแรงขึ้น ที่ผ่านมานายคิมได้ขายเรื่องการเจรจาปลดอาวุธนิวเคลียร์กับประชาชนในประเทศ ซึ่งช่วยสร้างภาพของรัฐบุรุษให้ตนเองในต่างแดน แล้วบัดนี้เขาพร้อมจะสูญเสียสิ่งเหล่านี้แล้วหรือไม่


ที่มาของภาพ, Reuters
คำขู่เพิ่มมาตรการคว่ำบาตร
ในการประชุมสุดยอดครั้งที่ 2 ระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์กับนายคิมระหว่าง 27-28 ก.พ. จบลงด้วยการที่ผู้นำทั้งสองไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเรื่องการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ เพื่อแลกกับการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรลง
ล่าสุด นายจอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์เมื่อวานนี้ (5 มี.ค.) ว่าเกาหลีเหนืออาจต้องเผชิญมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติม
นายโบลตัน ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะจับตามองต่อไปว่ารัฐบาลเกาหลีเหนือจะมุ่งมั่นในการยุติโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ "และทุกอย่างที่เกี่ยวข้องหรือไม่"
"หากพวกเขาไม่ยอมทำ ผมคิดว่าประธานาธิบดีทรัมป์ก็มีความชัดเจนแล้วว่า พวกเขาจะไม่ได้รับการผ่อนปรนจากการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่เข้มงวดจากสหรัฐฯ และเราจะพิจารณาเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรให้หนักหน่วงขึ้นด้วย"
บรรดาผู้สังเกตการณ์ เตือนว่า การเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนืออาจทำให้ความพยายามสร้างสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลีต้องชะงักงันลงอย่างสิ้นเชิง
"เกาหลีเหนือมักแสดงปฏิกิริยาที่เกรี้ยวกราดต่อการคว่ำบาตร" น.ส.ทาวน์กล่าว พร้อมชี้ว่า "การใช้มาตรการคว่ำบาตรในตอนนี้จะยิ่งทำลายความตั้งใจทางการเมืองที่จะทำให้การเจรจาดำเนินต่อไป"








