พายุปาบึก: ชาวบ้านเริ่มเก็บกวาดบ้านเรือนและถนนหนทาง หลังจากพายุอ่อนกำลังเป็นดีเปรสชันและเคลื่อนลงทะเลอันดามัน

แม้ว่าพายุปาบึกจะอ่อนกำลังลงกลายเป็นพายุดีเปรสชันและลงทะเลฝั่งอันดามันไปแล้วเมื่อเช้าวันนี้ แต่ก็ได้ก่อความเสียหายอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จ. นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นที่ที่พายุขึ้นฝั่งเมื่อวานนี้

ทศพล ชัยสัมฤทธิ์ผล นักข่าวบีบีซีไทยซึ่งลงไปในพื้นที่นครศรีธรรมราชกล่าวว่าในช่วงเช้าวันที่ 5 ฝนหยุดตก เริ่มมีแสงสว่าง แต่ก็ท้องทะเลก็ยังมีคลื่นค่อนข้างสูง

ที่แหลมตะลุมพุก ซึ่งชาวบ้านได้รับกระทบจากการที่พายุปาบึกขึ้นฝั่งมากที่สุดแห่งหนึ่งก็กลับมาจากศูนย์พักพิงชั่วคราวและเริ่มทำความสะอาดซ่อมแซมบริเวณที่อยู่อาศัยแล้ว เจ้าหน้าที่และชาวบ้านก็เริ่มออกมาเก็บกวาดบ้านเรือน รวมทั้งสาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่เสียหาย ในขณะที่หลายพื้นที่ประสบกับปัญหาน้ำป่าหลากเข้าท่วม

"ข้าวของในบ้านเสียหายไปมาก แต่ครอบครัวของเราทุกคนปลอดภัย ของพวกนี้เราหาใหม่ได้ ไม่เป็นไร" อนงค์พร สุวรรณสังข์ ชาวบ้านที่แหลมตะลุมพุกกล่าวในขณะที่กำลังสำรวจความเสียหายของบริเวณที่ถูกลมพายุกระหน่ำเมื่อวานนี้

อนงค์พรและครอบครัวเพิ่งเดินทางกลับมาจากศูนย์พักพิงชั่วคราวเมื่อเช้านี้ เพราะพายุปาบึกเมื่อขึ้นฝั่งแล้วทำให้เกิดฝนตกหนักและลมแรงจัด จนทางจังหวัดต้องสั่งอพยพประชาชนที่อาศัยอยู่ริมทะเลทั้งหมดไปอยู่ในที่ปลอดภัย

ส่วนในเขตเทศบาลนครของ จ. นครศรีธรรมราช ชัยณรงค์ กาพย์เกิด ประชาสัมพันธ์จังหวัดให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยเมื่อช่วงเที่ยงวันว่า ขณะนี้ทางเทศบาลนครต้องประกาศปิดถนนหลายสาย เนื่องจากน้ำท่วมสูง อันเป็นผลมาจากน้ำป่าที่ไหลมาจากอำเภอรอบนอกมาถึงในตัวเทศบาลเมือง

ไฟฟ้าก็ยังคงดับในหลายจุด ต้องเร่งระดมเจ้าหน้าที่จากจังหวัดใกล้เคียงเข้ามาช่วยซ่อมแซมเพื่อให้สามารถจ่ายกระแสไฟได้ภายในวันนี้ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถนำเอาต้นไม้ซึ่งล้มขวางถนนออกได้หมด อันเป็นอุปสรรคต่อการซ่อมแซมเสาและสายไฟฟ้าภายในเมืองอีกด้วย

ส่วนสนามบินนครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานีเปิดให้บริการแล้วในช่วงเที่ยงวันนี้ ขณะที่หลายพื้นที่ในสุราษฎร์ธานีต้องประสบกับภาวะน้ำป่าไหลหลาก

กรมอุตุนิยมวิทยาก็ออกประกาศเกี่ยวกับพายุปาบึก ฉบับที่ 24 ในช่วงเที่ยงของวันนี้ว่า พายุดีเปรสชัน "ปาบึก" (PABUK) มีศูนย์กลางอยู่ในบริเวณทะเลอันดามัน ห่างจากชายฝั่งของอ.ตะกั่วป่า จ. พังงาราว 15 กิโลเมตร

พายุมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็ว 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ลักษณะเช่นนี้ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ โดยจะมีผลกระทบต่อไปอีก 1 วัน ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในที่ลุ่มต่ำได้

ก่อนหน้านี้กรมอุตุ ฯ ได้แถลงว่าพายุปาบึกได้อ่อนแรงลงกลายเป็นดีเปรสชันในช่วงเช้า และเคลื่อนลงไปในทะเลฝั่งอันดามันเมื่อเวลา 9.00 น.