ภูเขาไฟอะนัก กรากาตัว: ไขปริศนาสึนามิถล่มอินโดนีเซียครั้งล่าสุด

ที่มาของภาพ, Reuters
สาเหตุของการเกิดสึนามิรุนแรง ซึ่งพัดถล่มบริเวณชายฝั่งรอบ ๆ ช่องแคบซุนดา ของอินโดนีเซียเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา (22 ธ.ค.) หรือสัปดาห์ที่แล้ว เป็นที่กระจ่างแล้ว เมื่อภาพถ่ายทางอากาศจากดาวเทียมเผยให้เห็นว่า พื้นที่ส่วนใหญ่ของภูเขาไฟอะนัก กรากาตัวได้ถล่มลงและหายไปกว่าครึ่ง
ผลที่ได้เกิดขึ้นหลังจากทีมนักวิจัยได้ทำการตรวจสอบภาพถ่ายทางดาวเทียมของภูเขาไฟอะนัก กรากาตัว เพื่อคำนวณปริมาณหินและเถ้าถ่านที่ถล่มลงสู่ทะเล โดยพบว่าภูเขาไฟลูกนี้ได้สูญเสียปริมาตรไปกว่าสองในสามจากปริมาตรเดิมเมื่อสัปดาห์ก่อน ปริมาตรในที่นี้หมายถึงปริมาณหินและดิน รวมทั้งความสูงของภูเขาไฟ
และดูเหมือนจะเป็นการถล่มลงในทะเลครั้งเดียวอีกด้วย
นั่นน่าจะเป็นเหตุผลพอเพียงที่จะอธิบายว่า ส่วนที่ถล่มและหายไปของภูเขาไฟลูกนี้ได้เขาไปแทนที่น้ำทะเล และสร้างคลื่นยักษ์สูง 5 เมตรซัดเข้าถล่มบริเวณชายฝั่งรอบ ๆ ช่องแคบซุนดา ของเกาะสุมาตราและเกาะชวาเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
หน่วยงานบริหารจัดการด้านภัยพิบัติระบุว่า ความสูญเสียจากภัยพิบัติครั้งนี้ถือว่าไม่น้อยเลย ด้วยตัวเลขผู้เสียชีวิตที่ยืนยันแล้วในขณะนี้มากกว่า 400 คน อีก 20 คนยังคงสูญหาย และไร้ที่อยู่อาศัยกว่า 40,000 คน
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์

สำนักงานอุตุนิยมวิทยา ภูมิอากาศ และธรณีฟิสิกส์อินโดนีเซีย ได้ทำการศึกษาภาพถ่ายดาวเทียมจำนวนมาก ทั้งจาก Sentinel-1 constellation ของสหภาพยุโรป และ TerraSAR-X platform ของเยอรมนี
ทำไมจึงต้องใช้ภาพถ่ายเรดาร์?
ข้อดีของภาพถ่ายเรดาร์ คือ ทำให้นักวิจัยสามารถสังเกตความเปลี่ยนแปลงของพื้นดินได้ทั้งกลางวันและกลางคืน หรือแม้แต่ความสามารถมองทะลุเมฆที่ปกคลุมเหนือท้องฟ้าขณะนั้นได้ ด้วยศักยภาพแบบนี้ทำให้สามารถตรวจวัดความสูงที่หายไปของภูเขาไฟอะนัก กรากาตัว โดยเฉพาะในด้านทิศตะวันตก
สำนักงานอุตุนิยมวิทยา ภูมิอากาศ และธรณีฟิสิกส์อินโดนีเซีย พบว่าภายหลังจากที่ภูเขาไฟถล่มลงมาทำให้ความสูงหดเหลือเพียง 110 เมตร จากเดิม 340 เมตร
ส่วนในแง่ของปริมาตร พบว่าส่วนที่หายไปมีมากถึง 150-170 ล้านลูกบาศก์เมตร และทิ้งเหลือไว้เพียงราว 40-71 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น

ที่มาของภาพ, JAXA
อย่างไรก็ตาม ก็ยังไม่ทราบตัวลขที่แน่ชัดว่า ปริมาตรที่หายไปในวันที่ 22 ธ.ค. และในวันถัดมาหลังการปะทุของภูเขาไฟลูกนี้ว่ามีมากน้อยเพียงใด
บรรดานักวิทยาศาสตร์อาจจะได้ความคิดที่ดีกว่าเดิมก็ได้หากว่ามีโอกาสในการเข้าไปศึกษาเพิ่มเติม ด้วยการสำรวจพื้นที่จริง แต่ยังทำไม่ได้ เนื่องจากตอนนี้พื้นที่ดังกล่าวยังถือว่าอันตรายและถูกประกาศเป็นเขตห้ามเข้า ที่สำคัญคือ ภูเขาไฟลูกนี้ยังคงปะทุอย่างต่อเนื่อง
มีการคาดการณ์ว่าภูเขาไฟนี้จะถล่มมาก่อน
มีข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจ คือ มีนักวิทยาศาสตร์ เคยสร้างแบบจำลองเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาแล้วเมื่อ 6 ปีก่อน โดยระบุว่าส่วนด้านตะวันตกของภูเขาไฟอะนัก กรากาตัวมีแนวโน้มถล่มลงมา
งานศึกษาชิ้นนี้ยังคาดการณ์ถึงความสูงและจำนวนครั้งของการเกิดคลื่นได้ใกล้เคียงกับเหตุการณ์จริงที่เพิ่งเกิดขึ้นอีกด้วย









