เศรษฐกิจพอเพียงแบบสกอตแลนด์ ที่ชุมชนสโกเรก ในเขตไฮแลนด์ส

แหลมที่อยู่ห่างไกลในเขตไฮแลนด์ส (Highlands) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของสกอตแลนด์ เป็นที่ตั้งของสโกเรก (Scoraig) ชุมชนเล็ก ๆ ที่ห่างไกลจากสิ่งอำนวยความสะดวก
มีเพียงเรือเท่านั้นที่เข้าถึงที่นี่ได้ หรือไม่ก็ต้องเดินราว 5 ไมล์ (ประมาณ 8 กิโลเมตร) ผู้ที่อยู่อาศัยในสโกเรกมีชีวิตที่ค่อนข้างห่างไกลจากโลกภายนอก พลังงานไฟฟ้าที่ใช้ตามบ้านเรือนและโรงเรียนส่วนหนึ่งมาจากพลังงานลม ผู้อยู่อาศัยส่วนหนึ่งคือเกษตรกรรายเล็ก ๆ ที่เลี้ยงวัวและแกะ นอกจากนี้ยังมีช่างทำไวโอลิน, นักแปลภาษาชาวรัสเซีย, อาสาสมัคร และคนส่งจดหมาย
ในปีนี้ เอ็ด โกลด์ ช่างภาพ ได้มาใช้ชีวิตร่วมกับผู้คนในชุมชนนี้ เพื่อทำสารคดีเรื่องราวชีวิตของผู้คนที่นี่ และสำรวจสิ่งที่ดึงดูดให้พวกเขาย้ายมายังสถานที่อันไกลโพ้น


ลิซา อายุ 54 ปี
"ฉันอยู่ที่นี่มา 23 ปีแล้ว ฉันไม่คิดว่า มันอยู่ห่างไกลจริง ๆ หรอก หากพูดถึงในความหมายที่คนนึกถึงคำว่าความห่างไกล แต่มันเข้าถึงยาก ซึ่งฉันคิดว่า นั่นคือเสน่ห์"
"มันไม่ได้เป็นเรื่องเพ้อฝันเลย ต้องเจอกับความยากลำบาก ทั้งลมและฝน"
"คุณต้องเจอกับสภาพอากาศนี้ แต่การที่คุณต้องใส่ใจว่าสภาพอากาศเป็นอย่างไรอยู่ตลอดเวลาก็ถือเป็นเรื่องดีเหมือนกัน คุณได้สัมผัสกับธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและชีวิตมาก"
"พวกเราเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ แต่ฉันเดาว่า พวกเราส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 40-65 ปี"
"มีคนที่อ่อนกว่าเราไม่มากนัก ถ้าไม่รวมเด็ก ๆ ที่เห็นชัดอยู่แล้ว"

เธอทำงานเป็นพนักงานไปรษณีย์สัปดาห์ละ 3 วัน เป็นลูกจ้างเหมาช่วงของการไปรษณีย์ฯ
"ฉันรับผิดชอบจดหมายสำคัญของทุกคน ต้องขนมันข้ามทะเลสาบไปให้ได้โดยไม่เปียกและปลอดภัยที่สุดเท่าที่จะทำได้"

"ฉันเป็นเจ้าของธุรกิจเรือรับจ้าง ที่ให้บริการเรือโดยสารอยู่เป็นประจำ แต่คนจำนวนมากก็มีเรือของตัวเองและยังมีเรือของชุมชนด้วย"


ฮิวจ์ อายุ 65 ปี
"ผมมาที่นี่ในปี 1975 ผมโตมาในเอดินบะระ และเคยทำงานด้านคณิตศาสตร์และฟิสิกส์"
"ตอนแรกที่ผมมาอยู่ที่นี่ เราไม่มีไฟฟ้าใช้ในช่วงปีแรก ๆ"
"ดูเหมือนว่า ลมคือต้นกำเนิดพลังงานของเราได้ และเป็นวิธีที่น่าตื่นเต้นในการผลิตพลังงานหมุนเวียน"
"ผมผลักดันการใช้พลังงานลมก่อนคนอื่น ๆ"
"มีช่วงหนึ่งเมื่อคุณพิมพ์คำว่า "พลังงานลม" ในกูเกิล เว็บเพจของผมจะขึ้นมาอยู่ในหน้าแรก แต่นั่นก็เป็นเรื่องในอดีตนานมากแล้ว"
"ในอินเทอร์เน็ต ผู้สนใจด้านการออกแบบจากหลากหลายประเทศเข้ามาติดตาม กดไลก์ และใช้การออกแบบและหลักสูตรการสอนของผม"

ที่มาของภาพ, Ed Gold
"ผมมาอยู่ที่นี่ เพราะมันสวยมาก และผมชอบวิถีชีวิตที่ห่างไกลจากสิ่งอำนวยความสะดวก"
"มันไม่ใช่เรื่องของความรู้สึกว่า เราเหนือกว่าคนอื่นด้านศีลธรรม แต่เป็นเรื่องของการที่คุณควบคุมสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับคุณได้ดีกว่า"
"สำหรับผม มันมีเสน่ห์ที่ได้ปลูกผักของตัวเอง และสร้างพลังงานใช้เอง แทนที่จะต้องพึ่งเครื่องจักรกลขนาดใหญ่"


ลุก อายุ 36 ปี
"ผมเติบโตใน ไอล์ ออฟ ไวต์ (Isle of Wight-เกาะตอนใต้ของเกาะอังกฤษ) จนอายุ 17 ปี จึงย้ายออกมา"
"หลังจากผ่านช่วงของการเรียนรู้ ผมได้สร้างเรือลำคู่อลูมิเนียม เพื่อทำวินด์ฟาร์มนอกชายฝั่ง และใบพัดขนาดใหญ่สำหรับทำกังหันลม แต่ผมกำลังมองหาอะไรที่จัดการได้ดีขึ้น และทำเองได้ง่ายขึ้นด้วย"
"เพื่อนของผมมาพบที่นี่โดยบังเอิญ"
"ตอนนั้น เขากำลังเดินทางข้ามไอร์แลนด์และสกอตแลนด์ และบังเอิญเจอชื่อของฮิวจ์ และรู้ว่าเขากำลังสร้างกังหันลมอยู่"
"และนั่นคือเรื่องราวที่ทำให้ผมรู้จักที่นี่ และทำให้ผมมีแรงบันดาลใจ"
"เราเคยขึ้นมาที่สกอตแลนด์ในช่วงวันหยุด แต่เราเพิ่งย้ายมาเมื่อ 4 ปีก่อน"

"มันเป็นเรื่องดีสำหรับเราที่ได้ย้ายขึ้นมาที่นี่ ไม่มีอะไรที่เสียดายเลย"
"ข้อเสียที่ใหญ่ที่สุดคือ โรงเรียนมัธยมอยู่ใน อัลลาดุล (Ullapool) ลูก ๆ จะต้องไปเรียนที่นั่นและอยู่ห่างจากเราทั้งสัปดาห์ เป็นเรื่องยากสำหรับเรา เพราะเราเป็นครอบครัวที่ใกล้ชิดกันมาก"
"ขณะที่เด็ก ๆ โตขึ้น เราอยากให้พวกเขามีอิสรภาพในการสร้างที่พักอาศัยของตัวเองที่นี่"
"พวกเขาอาจจะต้องการย้ายออกไป หรือสร้างบ้านตัวเองที่นี่ แต่ขั้นแรกจะต้องมีที่ดินของตัวเอง และนั่นถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ขณะอายุยังน้อย"


ชิซา อายุ 28 ปี
"ถ้าคุณพูดกับคนที่นี่ พวกเขาจะบอกว่า พวกเขากำลังถอยห่างจากระบบค่านิยมที่บอกคุณว่า คุณควรจะมาทางนี้ หรือไปทางนั้น คุณถูกให้คุณค่าด้วยคนรอบข้าง หรืออะไรก็ตามซึ่งแต่ละคนเห็นไม่เหมือนกัน"
"พวกเขากำลังพยายามสร้างยูโทเปียในความคิดของพวกเขา"
"ฉันมาที่นี่ด้วยเหตุผลที่ค่อนข้างเห็นแก่ตัว ฉันไม่อยากถูกรายล้อมด้วยการตัดสินจากคนอื่น ๆ"
"ฉันอยู่ที่นี่มา 5 ปีแล้ว ฉันมาที่นี่กับสามีและลูกชายของเรา แต่ตอนนี้เราแยกทางกันแล้ว แต่เราต่างยังใช้ชีวิตอยู่ที่นี่"
"ทุกปี ฉันกลับไปรัสเซีย และทิ้งลูกไว้กับอดีตสามี"
"ฉันชอบรัสเซีย เพราะที่นั่นฉันได้เล่นบัลเลต์ และฉันก็ชอบความคิด ความอดทน และความยืดหยุ่นกับความเปลี่ยนแปลง"
"คนรัสเซียมีความสามารถในการรับมือต่อทุกสิ่งทุกอย่าง"


เบฟ อายุ 79 ปี
"ผมเคยอยู่แถบนอร์ทันต์ส (Northants) ที่ห่างไกล เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ทำงาน 9 โมงเช้า ถึง 5 โมงเย็น ในห้องปฏิบัติการของบริษัทไฟฟ้าแห่งหนึ่ง"
"กิลล์ ภรรยาของผมและผมมาเที่ยวที่นี่ และเราก็เกิดความคิดที่อยากจะใช้ชีวิตที่นี่"
"อย่างหนึ่งคือ ผมอยากจะสร้างบ้านของตัวเองมาโดยตลอด และกิลล์ก็เห็นด้วย เพราะมีโรงเรียนประถมดี ๆ อยู่แห่งหนึ่งที่นี่ ที่จะให้ลูกเรา 3 คนเรียนได้"
"แต่ก่อนการจะเดินทางมาที่นี่ยากกว่านี้มาก มีถนนรถเดินทางเดียวหลายสาย เครื่องยนต์ของเรือเราก็ไม่ค่อยดีนัก และมีตู้โทรศัพท์เพียงตู้เดียว ไม่มีโทรศัพท์มือถือเลย"
"ตอนที่จะมีแขกมาหา พวกเขาจะเขียนจดหมายมาบอกเรา เราจะบอกให้พวกเขาขับรถไปที่ท่าเรือ แล้วเราจะขับเรือลำคู่ออกไปรับ"
"ผมได้งานเป็นบุรุษไปรษณีย์พาร์ตไทม์ ตอนที่เราย้ายมาอยู่ที่นี่ และผมทำงานนั้นอยู่นาน 8 ปี ก่อนที่จะเป็นช่างทำไวโอลินที่มีชื่อเสียง ผมก็เลยเลิกทำงานส่งจดหมาย"
"คนส่วนใหญ่เรียนไวโอลิน แต่ตอนนั้นผมเพิ่งมีครอบครัว ผมก็เลยไปเรียนไม่ได้"
"ผมเรียนเองจากตำราและช่างคนอื่น ๆ ผมเคยไปร่วมนิทรรศการและการแข่งขันต่าง ๆ"
"ผมชนะการแข่งขันทำไวโอลินระดับชาติในปี 1986 นั่นช่วยส่งเสริมหน้าที่การงานของผม"

"บันทึกสำมะโนประชากรในปี 1871 ระบุว่า มีคนกว่า 380 คนที่นี่ ทุกคนพูดภาษาเกลิก (Gaelic)
"เคยมีความกังวลกันเมื่อ 2-3 ปีก่อน ตอนที่จำนวนเด็กที่เรียนโรงเรียนประถมลดลงเหลือ 2 คน แต่ตอนนี้อยู่ที่ 7 คน และกำลังมีเด็กรอเข้าเรียนอีกหลายคน"


แอ็กกี อายุ 65 ปี
"ตอนแรกที่ฉันมาที่นี่ ฉันรู้สึกเหมือนกับที่นี่คือบ้าน ตอนนั้นคือเดือน พ.ย. 1975"
"ฉันกังวลเล็กน้อยที่ย้ายมาที่นี่ เพราะฉันว่ายน้ำไม่เป็น และลูก ๆ ก็ยังเล็กอยู่"
"เราจำเป็นต้องหาที่อยู่ และมันก็ยังไม่ทำให้ฉันเปลี่ยนใจ เพราะเรายังมีทางเดินเข้าออกได้"
"ฉันชอบอยู่ที่นี่ เพราะฉันชอบการที่ได้รู้ว่า ของแต่ละอย่างมาจากไหนบ้าง การได้รู้ว่าไฟฟ้าที่ใช้เป็นอย่างไรบ้าง และต้องทำอะไรบ้าง เมื่อเกิดความผิดปกติขึ้น และเรื่องน้ำก็เช่นเดียวกัน"
"ฉันคิดว่า เราโชคดีมากที่มีฮิวจ์มาอยู่ด้วย และทำกังหันลม"
"ตอนนี้ ฉันเดาว่า ถ้าเราไม่มีลม ก็คงใช้พลังงานแสงอาทิตย์ แล้วเราก็คงจะได้แต่พึ่งตะเกียงเจ้าพายุ"
"ตอนนี้ทุกคนที่นี่อยากได้เครื่องซักผ้า และทุกคนก็มีหมดแล้วยกเว้นฉัน ฉันเป็นคนสุดท้ายที่ซักผ้าด้วยมืออยู่"



นาตาลี อายุ 37 ปี
"ฉันมาที่นี่แล้ว 5 ครั้ง เพราะฉันสนใจชุมชนนี้มาก"
"กะลาสีเรือบางคนที่ฉันเจอที่เช็ตแลนด์ (Shetland) เรียกฉันว่า คนพเนจร แล้วฉันก็ค่อนข้างชอบที่เขาเรียกแบบนั้น"
"มีคนเขียนเพลงเกี่ยวกับฉันด้วยชื่อว่า นาตาลี คนเร่ร่อน (Natalie the Nomad) ฉันเป็นแบบนั้น ฉันแค่ปล่อยตัวเองล่องลอยไปตามสิ่งที่เกิดขึ้น"
"ฉันคิดว่า พ่อแม่ฉันคงไม่ต้องห่วงอะไรนัก ถ้าฉันใช้ชีวิตธรรมดา ๆ แต่พวกเขาค่อนข้างกังวล แต่ฉันยังไม่เคยเจอใครที่ทำให้ฉันต้องลำบาก"
"ผู้คนพยายามทำให้ฉันกลับไปใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาทั่วไป มันเป็นเรื่องยากสำหรับคนอื่นที่จะทำให้พวกเขาเข้าใจว่า ฉันไม่อยากทำงาน หรือต้องยอมสูญเสียอะไรไปเพื่อแลกกับการทำงานนั้น"


เดล อายุ 47 ปี
"ผมเบื่อกับการทำงานในสำนักงาน ทั้งวันมองแต่หน้าจอ และต้องเสียเงินเข้ายิมเพื่อรักษาสุขภาพ"
"ผมเบื่อทุกคน ผมต้องใช้เวลา 40 นาที เพื่อขับรถ 7 ไมล์ (ประมาณ 11.2 กม.) ไปทำงาน"
"เราคงไม่ต้องย้ายมาไกลขนาดนี้ แต่ผมเคยมาสกอตแลนด์แล้ว 2-3 ครั้ง และก็ชอบมันมาก"
"ที่นี่มีความรู้สึกของการเป็นชุมชนอยู่จริง ๆ ซึ่งผมคิดว่า ในพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศนี้ไม่มี"
"ทุกคนรู้จักกัน และทุกคนช่วยเหลือกัน"
"มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งคุณสามารถอยู่ได้ด้วยพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ และคุณไม่จำเป็นต้องใช้ถ่านหิน และพลังงานนิวเคลียร์"
"และเพราะคุณรู้ว่าคุณใช้อะไรอยู่ น้ำและไฟฟ้าที่ใช้มาจากไหน คุณก็จะเป็นคนที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไปเอง"
"ผมเคยโม้เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่พอกลับไปบ้านก็เปิดทีวีจอแบนขนาด 48 นิ้ว แต่ที่นี่ คุณใช้ชีวิตอยู่ได้จริง ๆ"








