เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ : พรรคเดโมแครตคว้าชัยสภาล่าง แต่ทรัมป์อ้าง "สำเร็จครั้งยิ่งใหญ่"

ที่มาของภาพ, Getty Images
พรรคเดโมแครตพลิกกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ได้ในการเลือกตั้งกลางสมัยของสหรัฐฯ ส่งผลให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำงานลำบากขึ้น แม้พรรครีพับลิกันจะยังครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาต่อไปก็ตาม
การครองเสียงข้างมากในสภาล่างของพรรคเดโมแครตถือเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี โดยคว้าเก้าอี้ ส.ส. ไป 222 ที่นั่ง หรือเพิ่มขึ้น 29 ที่นั่ง ซึ่งเป็นจำนวนที่เกินกึ่งหนึ่งของสภา 435 ที่นั่ง และทำให้ความสามารถในการผลักดันร่างกฎหมายต่าง ๆ ผ่านรัฐสภาของนายทรัมป์ทำได้อย่างจำกัดมากขึ้น แม้ขณะนี้การนับคะแนนจะยังเสร็จสิ้นก็ตาม
ชัยชนะในสภาล่างของพรรคเดโมแครต ส่งผลให้นางแนนซี เพโลซี ผู้นำฝ่ายในสภาล่าง ได้กลับมาเป็นประธานรัฐสภา ซึ่งถือเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญอันดับ 3 ของสหรัฐฯ รองจากประธานาธิบดี และรองประธานาธิบดี ทั้งนี้ ส.ส. วัย 78 ปีรายนี้เคยสร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้นั่งเก้าอี้ประธานรัฐสภาเมื่อปี 2007 และครองอำนาจนาน 4 ปี
นางเพโลซีประกาศว่า "จะรื้อฟื้นการตรวจสอบและการถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญต่อรัฐบาลชุดนี้"

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images
ทรัมป์อ้าง "ความสำเร็จยิ่งใหญ่" ชาวบ้านชอบผลงาน
การเลือกตั้งเมื่อวันอังคาร (6 พ.ย.) ถูกมองว่าเป็นการ "ลงประชามติ" ต่อผลงานการบริหารประเทศของประธานาธิบดีทรัมป์ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยเป็นการชิงเก้าอี้ ส.ส. 435 ที่นั่ง, สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว) 35 จากทั้งหมด 100 ที่นั่ง และผู้ว่าการรัฐ 36 จากทั้งหมด 50 ตำแหน่ง ซึ่งเดิมพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรส โดยมี ส.ส. 235 ที่นั่ง และ ส.ว. 51 ที่นั่ง ทว่าผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการที่ออกมา เป็นเครื่องยืนยันสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีตว่าพรรครัฐบาลมักทำผลงานได้แย่กว่าในศึกเลือกตั้งกลางสมัย
อย่างไรก็ตามนายทรัมป์แถลงว่า "นี่เป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่" และแสดงให้เห็นว่าชาวอเมริกันชื่นชอบการทำหน้าที่ของเขาในฐานะประธานาธิบดี สะท้อนผ่านจำนวน ส.ว. ที่พรรครีพับลิกันได้ที่นั่งเพิ่มขึ้น
นายทรัมป์ยังทวีตข้อความด้วยว่า เขาได้รับการโทรศัพท์แสดงความยินดีจากผู้คนมากมายต่อชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่เมื่อคืนวันอังคาร ซึ่งรวมถึงโทรศัพท์จากมิตรนอกประเทศที่เฝ้าคอย และคาดหวังให้เขาไปทำความตกลงการค้าด้วย

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images
ผลการนับคะแนนเลือกตั้ง ส.ว. อย่างไม่เป็นทางการตามการรายงานของบีบีซี พบว่า พรรครีพับลิกันได้ ส.ว. ไปแล้ว 51 ที่นั่ง หรือคิดเป็นกึ่งหนึ่งของสภาสูง ส่วนพรรคเดโมแครตมี 46 ที่นั่ง
สำหรับรัฐสำคัญ ๆ ที่มีการต่อสู้กันอย่างหนักระหว่างสองพรรค มีดังนี้
- อินเดียนา : พรรครีพับลิกันสามารถรักษาเก้าอี้เอาไว้ได้
- เทนเนสซี : รีพับลิกันสามารถรักษาเก้าอี้เอาไว้ได้
- เวสต์เวอร์จิเนีย : พรรคเดโมแครตพลิกมาชนะ ทั้งที่ในการเลือกตั้ง 2016 ทรัมป์กำชัยชนะถล่มทลายในรัฐนี้
"พิงก์เวฟ"
แม้นายทรัมป์จะรอดจากกระแส "คลื่นสีน้ำเงิน" ของพรรคเดโมแครตไปได้ ด้วยการกำชัยชนะในสภาสูง และทำให้เขารอดจากกระบวนการถอดถอนออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี แต่ในหลายจุดพรรคเดโมแครตทำได้ดีกว่าในกระแส "คลื่นสีชมพู" หรือ "พิงก์ เวฟ" ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ใหม่ในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ครั้งนี้
สื่อในสหรัฐฯ รายงานว่า มีผู้หญิงได้รับการเสนอชื่อต่อพรรคทั้งรีพับลิกันและเดโมแครต เพื่อคัดเลือกเป็นผู้สมัครของพรรคชิงตำแหน่ง ส.ส. อย่างเป็นทางการถึง 476 ราย ทำลายสถิติเดิมในปี 1992 ที่มีผู้สมัครหญิง 298 ราย
ส่วนจำนวนที่ได้รับอนุมัติจากพรรคให้ลงชิงชัยเก้าอี้ ส.ส. ในปีนี้เท่ากับ 235 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนของพรรคเดโมแครต
ขณะที่จำนวนผู้หญิงที่ได้รับการเสนอชื่อจากพรรคเข้าชิงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐก็มีถึง 11 คน เทียบกับจำนวน 10 คนที่ได้รับการเสนอชื่อเมื่อปี 26 ปีก่อน
นักวิเคราะห์การเมืองสหรัฐฯ กล่าวว่า ผลการเลือกตั้งของปี 2016 รวมทั้งความกังวลในนโยบายบางอย่างที่เอื้อต่อสตรีที่มีขึ้นในยุคของนายบารัค โอบามา กำลังถูกเปลี่ยนแปลงในสมัยของนายทรัมป์ เป็นตัวกระตุ้นให้ผู้หญิงเข้ามาลงสมัครรับเลือกตั้งกันมากขึ้น
หญิงผู้เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในการเมืองอเมริกา

ศึกเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ครั้งนี้ มีว่าที่นักการเมืองหน้าใหม่ที่เป็นผู้หญิงได้เข้าไปในสภาคองเกรสหลายคน ดังนี้
- หญิงมุสลิมคนแรกในรัฐสภา : ราชิดา ทลาอิบ วัย 42 ปี ถูกคาดหมายว่าจะได้เป็น ส.ส. รัฐมิชิแกน หลังมีผลนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการออกมา โดยเธอสามารถเอาชนะเพื่อนร่วมพรรคเดโมแครต ซึ่งเป็นอดีต ส.ส. เจ้าของพื้นที่เดิมอย่าง เบรนดา โจนส์ ได้ในการเลือกตั้งขั้นต้น (ไพรมารี) ก่อนได้เป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครตลงชิงเก้าอี้ ส.ส. ในรัฐมิชิแกน นอกจากนี้ยังมี อิลฮาน โอมาร์ วัย 36 ปี พลเมืองเชื้อสายโซมาเลีย-อเมริกัน ที่กำลังจะได้เป็นว่าที่ ส.ส. รัฐมินเนโซตา หลังผลการนับคะแนนเบื้องต้นพบว่าเธอมีคะแนนนำ เจนนิเฟอร์ ซิลินสกี ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน อย่างถล่มทลาย โดยเธอถือเป็นพลเมืองเชื้อสายโซมาเลีย-อเมริกัน คนแรกที่ได้เข้าไปทำหน้าที่สมาชิกสภาของรัฐมิเนโซตา เมื่อปี 2016
- หญิงชาวอเมริกันพื้นเมืองคนแรกในรัฐสภา : แชริซ เดวิดส์ วัย 38 ปี เป็นว่าที่นักการเมืองหน้าใหม่สังกัดพรรคเดโมแครต ซึ่งคาดว่าจะได้เป็น ส.ส. แคนซัส เขต 3 หลังมีผลนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการออกมา โดยเธอสามารถโค่น เควิน โยเดอร์ อดีต ส.ส. สังกัดพรรครีพับลิกัน เจ้าของเก้าอี้เดิมลงได้
- หญิงผิวสีคนแรกในอิลลินอยส์ : ลอเรน อันเดอร์วูด วัย 31 ปี จากพรรคเดโมแครต น่าจะได้เป็น ส.ส. ในรัฐอิลลินอยส์ เขต 14 หลังผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการพบว่าเธอนำห่าง แรนดี ฮัลท์เกรน จากพรรครีพับลิกัน ทั้งนี้ อันเดอร์วูดเป็นนางพยาบาล และมีบทบาทเป็นที่ปรึกษากระทรวงสาธารณสุขของรัฐบาลโอบามาด้วย
- หญิงอายุน้อยที่สุด : อเล็กซานเดรีย โอคาซิโอ-คอร์เทซ วัย 29 ปี ว่าที่ ส.ส. ในย่านควีนส์และบร็องซ์ของนครนิวยอร์ก ผู้มีเชื้อสายลาติน สังกัดพรรคเดโมแครต และ แอ็บบี ฟินเคเนาเออร์ ว่าที่ ส.ส. รัฐไอโอวา วัย 29 ปีเช่นกัน ทั้งคู่ทำลายสถิติที่ เอลิซ สเตฟานิก ส.ส. พรรครีพับลิกัน เคยทำไว้เมื่อปี 2014 จากการได้รับเลือกตั้งขณะมีอายุ 30 ปี










