ฮาร์วาร์ด: กีดกันคนอเมริกันเชื้อสายเอเชียจริงหรือ?

ฮาวาร์ด

ที่มาของภาพ, Getty Images

การพิจารณาคดีเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดตกเป็นจำเลยได้เปิดฉากขึ้นแล้ว โดยมหาวิทยาลัยชื่อก้องโลกแห่งนี้ถูกกล่าวหาว่ามีนโยบายการคัดเลือกนักศึกษาเข้าเรียนที่เป็นการเลือกปฏิบัติและกีดกันทางเชื้อชาติอย่างไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะต่อนักศึกษาชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชีย

ชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียบางคนวิจารณ์ว่า มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดกีดกันนักศึกษาเชื้อสายเอเชียโดยการใช้นโยบาย "โควตาทางเชื้อชาติ" เพื่อจำกัดจำนวนคนเอเชียในมหาวิทยาลัย ขณะที่อีกฝ่ายออกมาสนับสนุนกระบวนการคัดเลือกนักศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เพราะมองว่าเป็นการสร้างความหลากหลายทางเชื้อชาติในมหาวิทยาลัย

คดีนี้เกี่ยวกับอะไร?

คดีนี้มี Students For Fair Admissions (SFFA) ซึ่งเป็นกลุ่มรณรงค์เพื่อการเข้าเรียนอย่างเป็นธรรม เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง โดยกล่าวหาว่า หน่วยงานที่ดูแลด้านการคัดเลือกนักศึกษาเข้าเรียนของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดกีดกันผู้สมัครเชื้อสายเอเชีย เพื่อเพิ่มสัดส่วนผู้สมัครเชื้อสายอื่น ๆ

ผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน เมื่อปี 2009 พบว่า การที่คนอเมริกันเชื้อสายเอเชียจะได้รับคัดเลือกเข้าเรียนที่ฮาร์วาร์ดได้นั้นจะต้องทำคะแนนสอบวัดความรู้เข้ามหาวิทยาลัยที่เรียกว่า SAT สูงกว่าคนผิวขาว 140 คะแนน, มากกว่าคนเชื้อสายละตินอเมริกา 270 คะแนน และมากกว่าคนอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน 450 คะแนน

ฮาร์วาร์ด ถือเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีการแข่งขันสูงที่สุดในสหรัฐฯ โดยแต่ละปีมีนักศึกษาได้รับคัดเลือกให้เข้าเรียนราว 2,000 คนจากผู้สมัครราว 40,000 คน และในจำนวนนักศึกษาเข้าใหม่มีชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียอยู่ 22.9% ซึ่งเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยคนเชื้อสายเอเชียมีสัดส่วนคิดเป็น 6% ของประชากรในสหรัฐฯ

Supporters attend the "Rally for the American Dream - Equal Education Rights for All" in Boston

ที่มาของภาพ, Reuters

ด้านมหาวิทยาลัยชี้ว่าเรื่อง "เชื้อชาติ" เป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยเล็ก ๆ ของ "กระบวนการคัดเลือกนักศึกษาแบบองค์รวม" เท่านั้น

ขณะที่กลุ่มมหาวิทยาลัยในเครือไอวีลีก (Ivy League) ซึ่งเป็นกลุ่มมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่และมีชื่อเสียง 8 แห่งในสหรัฐฯ ซึ่งมีฮาร์วาร์ดรวมอยู่ด้วย ได้ออกเอกสารแสดงการสนับสนุนมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดว่า "กระบวนการคัดเลือกบุคคลเข้าเรียนโดยพิจารณาคุณสมบัติทั้งหมดของตัวบุคคลและเชื้อชาตินั้น เป็นการเพิ่มเสรีภาพทางการศึกษาของมหาวิทยาลัยเพื่อให้เป็นสถาบันที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ"

คดีนี้สำคัญอย่างไร?

คดีครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการลงประชามติต่อกิจกรรมหรือโครงการที่มีเป้าหมายเพื่อ "ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม" ในสหรัฐฯ และอาจเป็นการกำหนดบรรทัดฐานของกระบวนการคัดเลือกนักศึกษาที่เป็นชนกลุ่มน้อยเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยสหรัฐฯ ต่อไปในอนาคต

แนวคิดเรื่องการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทางสังคมเริ่มถูกนำมาใช้ในสหรัฐฯ ช่วงทศวรรษที่ 1960 เพื่อต่อสู้กับปัญหาการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ เพศ และกลุ่มคนส่วนน้อยอื่น ๆ รวมทั้งมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความหลากหลายและความเท่าเทียมกันในสังคม

ในมหาวิทยาลัย แนวคิดเรื่องการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ถูกนำมาใช้ในกระบวนการคัดเลือกนักศึกษาเข้าเรียน เพื่อให้คนกลุ่มน้อยในสังคมมีโอกาสเข้าถึงการศึกษามากขึ้น

Supporters attend the "Rally for the American Dream - Equal Education Rights for All" in Boston

ที่มาของภาพ, Reuters

อย่างไรก็ตามมีเสียงวิจารณ์ว่าการใช้นโยบาย "โควตาทางเชื้อชาติ" ก็ถือเป็นการเลือกปฏิบัติที่เอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มคนที่มักถูกกีดกันทางสังคมจากปัจจัยด้านเชื้อชาติหรือเพศ จนทำให้คนกลุ่มอื่นเสียประโยชน์หรือที่เรียกว่า reverse discrimination อย่างหนึ่งเช่นกัน

กระทรวงยุติธรรมภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีท่าทีสนับสนุนฝ่ายโจทก์ และเปิดการสอบสวนมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดว่าอาจดำเนินนโยบายที่เป็นการละเมิดสิทธิพลเมืองหรือไม่

คาดว่าศาลในนครบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ จะมีคำตัดสินเรื่องนี้ในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า และไม่ว่าคำพิพากษาจะออกมาในรูปใด ก็มีความเป็นไปได้ว่าฝ่ายที่พ่ายแพ้จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลสูงสุดต่อไป

เมื่อปี 2016 ศาลสูงสุดมีคำพิพากษาสนับสนุนกระบวนการคัดเลือกผู้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยจากปัจจัยทางเชื้อชาติด้วยคะแนนเสียง 4 ต่อ 3 แต่การที่นายเบรตต์ คาวานอห์ จากฝ่ายอนุรักษ์นิยมได้รับแต่งตั้งให้เป็นองค์คณะผู้พิพากษาศาลสูงสุดสหรัฐฯ ไปเมื่อช่วงต้นเดือนนี้ ก็อาจทำให้ศาลมีคำพิพากษาที่ต่างออกไป

Supporters attend the "Rally for the American Dream - Equal Education Rights for All" in Boston

ที่มาของภาพ, Reuters

ชุมชนคนอเมริกันเชื้อสายเอเชียเห็นแตกเป็นสองฝ่าย

ก่อนการพิจารณาคดีนี้จะเริ่มขึ้น ทั้งฝ่ายสนับสนุนมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและฝ่ายที่ต่อต้านได้ออกไปเดินขบวนแสดงพลังตามท้องถนน

นายเจ้า อู่กง แกนนำกลุ่มผู้ประท้วงกล่าวว่า "รัฐธรรมนูญของเรามีบทบัญญัติที่ไม่เลือกสีผิว...คนจากภูมิหลังทางเชื้อชาติต่าง ๆ ควรได้รับโอกาสในการเติมเต็มความฝันของพวกเขาอย่างเท่าเทียมกัน"

นายเจ้า บอกว่า กระบวนการคัดเลือกนักศึกษาเข้าเรียนควรมีความเป็นธรรม โดยไม่พิจารณาจากปัจจัยด้านเชื้อชาติ เขาเล่าว่าเมื่อปี 2016 ลูกชายของเขาสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในเครือไอวีลีกหลายแห่งแต่ไม่ได้รับเลือก ในขณะที่เพื่อนร่วมชั้นคนอื่นที่เป็นคนเชื้อสายอื่นกลับได้รับเลือกทั้งที่มีผลการเรียนไม่ดีเท่าลูกชายเขา

แต่นักศึกษาชาวอเมริกันเชื้อสายเวียดนามคนหนึ่งที่อพยพเข้าไปอยู่ในสหรัฐฯ ตั้งแต่เล็ก ระบุว่า โครงการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ช่วยให้เขามีโอกาสทางการศึกษาและช่วยให้เขาสู้กับปัญหาการกีดกันทางเชื้อชาติในประเทศนี้