เลือกตั้งบราซิล: รู้จัก ชาอีร์ โบลโซนาโร ตัวเต็งชิงเก้าอี้ ปธน. เจ้าของฉายา ทรัมป์-ดูแตร์เต แห่งบราซิล

ที่มาของภาพ, AFP
ชาวบราซิลกำลังจะเข้าคูหาเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบสองในวันอาทิตย์ที่ 28 ต.ค.นี้ ซึ่งเป็นรอบที่จะชี้ชะตาอนาคตประเทศว่าจะอยู่ภายใต้การบริหารของผู้ใด
กระแสความคับข้องใจกับการเมืองแบบเก่า ๆ และความไม่พอใจกับการอยู่ภายใต้การปกครองของนักการเมืองฝ่ายซ้ายมายาวนาน 14 ปี ได้จุดกระแสนิยมในตัวนายชาอีร์ โบลโซนาโร ผู้สมัครตัวเต็งจากพรรคฝ่ายขวาจัดที่ได้รับการคาดหมายว่าจะได้รับชัยชนะในศึกเลือกตั้งครั้งนี้ แต่ขณะเดียวกันเขาก็เป็นบุคคลที่เต็มไปด้วยเรื่องอื้อฉาว และถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจนได้รับฉายาว่า "ทรัมป์ และดูแตร์แต แห่งบราซิล"
ชาอีร์ โบลโซนาโร คือใคร?
นายโบลโซนาโร เคยเป็นนายทหารระดับสูงของกองทัพบราซิลที่มักแสดงความคิดเห็นว่าอยากให้ประเทศกลับเข้าสู่ยุคของการปกครองภายใต้ทหาร เขายังมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับศาสนาคริสต์อีแวนเจลิค ซึ่งเป็นสายหนึ่งในนิกายโปรแตสแตนท์
ในการช่วงการณรงค์หาเสียง นายโบลโซนาโร ให้คำมั่นกับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งว่าจะ "นำความสงบเรียบร้อย" กลับคืนสู่ประเทศที่พยายามก้าวออกจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย และเผชิญความวุ่นวายจากปัญหาทุจริตอื้อฉาวของผู้นำประเทศชุดก่อน ๆ

ที่มาของภาพ, AFP
ที่ผ่านมาผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีรายนี้แสดงความเห็นและท่าทีไม่แยแสต่อความถูกต้องทางการเมือง จนถูกตราหน้าว่าเป็นผู้ที่มีความคิดเหยียดเชื้อชาติ เกลียดกลัวคนรักเพศเดียวกันและผู้หญิง ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่เจ้าตัวปฏิเสธ
แต่ภาพลักษณ์ของ "คนนอก" แม้อันที่จริงเขาจะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาตั้งแต่ปี 1991 ได้ทำให้เขาเป็นที่นิยมของกลุ่มผู้ติดตามไม่ต่างไปจากลัทธิบูชาบุคคลอย่างหนึ่ง
ต่อต้านฝ่ายซ้าย
นายโบลโซนาโร หาเสียงโดยชูนโยบายทำให้กฎหมายควบคุมอาวุธปืนมีความเสรีมากขึ้น, ลดเกณฑ์อายุขั้นต่ำของผู้ที่จะถูกส่งเข้าเรือนจำในฐานะผู้ใหญ่ (ปัจจุบันอยู่ที่ 18 ปี) และใช้มาตรการรุนแรงปราบปรามผู้ค้ายาเสพติดในเมืองและขบวนการค้ายาเสพติด คล้ายกับนโยบายการทำสงครามยาเสพติดของประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต แห่งฟิลิปปินส์

ที่มาของภาพ, AFP
อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คะแนนนิยมในตัวนายโบลโซนาโรพุ่งสูงขึ้นในช่วงก่อนการเลือกตั้งก็คือ การที่ประชาชนจำนวนมากรู้สึกคับแค้นใจกับเหล่านักการเมืองจากอดีตพรรครัฐบาลฝ่ายซ้ายอย่างพรรค Workers' Party (PT) ที่ถูกโค่นอำนาจหลังจากนางดิลมา รูสเซฟฟ์ ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีบราซิลเมื่อปี 2016
ผลสำรวจที่จัดทำโดยสำนักจัดทำโพล Datafolha ที่ออกมาเมื่อเร็ว ๆ นี้ บ่งชี้ว่า นายโบลโซนาโร จากพรรค Social Liberal Party (PSL) จะได้คะแนนเสียง 39% ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบแรกในวันที่ 7 ต.ค.นี้ แซงหน้าคู่แข่งอย่างนายเฟอร์นานดู อัดดาด จากพรรค PT ที่คาดว่าจะได้คะแนนเสียง 25%
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา นายโบลโซนาโร และกลุ่มผู้สนับสนุนต่างเดินหน้าโจมตีพรรค PT และอดีตประธานาธิบดีลูอิส อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ซึ่งปัจจุบันต้องโทษจำคุก 12 ปีฐานทุจริตคอร์รัปชัน อย่างต่อเนื่อง
โดยในการหาเสียงทางโซเชียลมีเดีย นายโบลโซนาโร กล่าวหาพรรค PT ว่าเป็นพรรคการเมืองที่กระหายอำนาจ และมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาลสังคมนิยมอย่าง เวเนซุเอลา และคิวบา
อีกทั้งยังเรียกพรรค PT ว่า "แก๊งอาชญากรที่ใหญ่ที่สุด" ในประวัติศาสตร์บราซิล ซึ่งกำลังจะ "พ่ายแพ้"
"ฮิตเลอร์" แห่งบราซิล
ด้านพรรค PT ก็โต้กลับนายโบลโซนาโรอย่างรุนแรงไม่แพ้กัน ด้วยการทำวิดีโอเปรียบเทียบคำพูดที่อื้อฉาวของเขากับอดีตผู้นำเผด็จการนาซีเยอรมนี อดอล์ฟ ฮิตเลอร์
ที่ผ่านมา นายโบลโซนาโร มักได้รับฉายาจากสื่อบราซิลว่า "ทรัมป์แห่งประเทศเขตร้อน" โดยเปรียบเทียบลักษณะที่เขาได้รับความนิยมและรูปแบบการนำเสนอตัวเองผ่านทางโซเชียลมีเดีย

ที่มาของภาพ, EPA
แต่บทความแสดงความคิดเห็นล่าสุดที่หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียนของอังกฤษตีพิมพ์นั้น ระบุว่า นายโบลโซนาโร เป็นผู้นิยมขวาจัด ไม่เหมือนกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ แต่เลวร้ายยิ่งกว่า
ขณะที่นายซิโร โกเมส คู่แข่งจากพรรค Democratic Labour Party (PDT) ถึงกับเรียกนายโบลโซนาโรว่าพวกที่ใฝ่ฝันอยากเป็น "ฮิตเลอร์แห่งประเทศเขตร้อน"
นักการเมืองปากร้าย
นายโบลโซนาโร มีกรณีอื้อฉาวมากมายเกี่ยวกับกับพูดแสดงความเห็นที่ไม่เหมาะสม ยกตัวอย่างเช่น เขาเคยพูดว่า "ความผิดพลาดของบราซิลในช่วงที่ประเทศอยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการทหาร (ระหว่างปี 1964-1985) คือการ ทรมาน แทนที่จะ ฆ่า กลุ่มนักเคลื่อนไหวฝ่ายซ้าย"
นอกจากนี้เขายังประกาศจะเลิกให้เงินทุนสนับสนุนองค์กรเพื่อสิทธิมนุษยชนในบราซิล "เพราะองค์กรเหล่านี้เป็นภัยต่อชาติ"

ที่มาของภาพ, Reuters
ดูหมิ่นผู้หญิงและคนรักเพศเดียวกัน
อีกกรณีที่ทำให้นายโบลโซนาโร ถูกวิจารณ์อย่างหนัก คือการที่เขาพูดกับเพื่อน ส.ส.หญิงว่า "ผมจะไม่ข่มขืนคุณเพราะคุณไม่ควรค่าพอจะได้รับมัน"
ในการให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์กับผู้ดำเนินรายการหญิงคนหนึ่งเมื่อปี 2016 นายโบลโซนาโร บอกว่า เขาจะ "ไม่จ่ายเงินเดือนให้ผู้หญิงเท่ากับผู้ชาย" เพราะผู้หญิงตั้งท้องได้ แต่หลังจากนั้นเขาแก้ตัวว่าคำพูดดังกล่าวมาจากความเข้าใจผิด เพราะคิดว่าเป็นการพูดแสดงความเห็นจากมุมมองนายจ้าง
นายโบลโซนาโร ซึ่งมีลูก 5 คน จากการสมรส 3 ครั้ง ได้จุดกระแสไม่พอใจให้สังคมจากการพูดในงานสาธารณะเมื่อเดือน เม.ย.ปี 2017 ว่า การได้ลูกสาวหลังจากมีลูกชายมา 4 คน คือ "ช่วงเวลาแห่งความอ่อนแอ" ของเขา

ที่มาของภาพ, Reuters
นายโบลโซนาโร เคยถูกสั่งปรับเงินในการพูดทางโทรทัศน์รายการหนึ่งเมื่อปี 2011 จากการกล่าวว่า "เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีลูกเป็นเกย์ เพราะพวกเขาถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี"
นักการเมืองวัย 63 ปีรายนี้ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าเขาเป็นพวกเกลียดกลัวคนรักเพศเดียวกัน แม้จะเคยพูดว่า "เขาไม่สามารถที่จะรักลูกชายที่เป็นเกย์ได้"
นอกจากนี้ นายโบลโซนาโร ยังเคยลงมติคัดค้านการเพิ่มสิทธิ์ให้กลุ่มสาวใช้ที่ทำงานตามบ้านต่าง ๆ รวมทั้งคัดค้านการที่โรงพยาบาลให้ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินแก่ผู้หญิงที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ
กระแสต่อต้านจากผู้หญิง
ในขณะที่ดูเหมือนว่านายโบลโซนาโร กำลังมีคะแนนนิยมนำโด่งขึ้นเป็นตัวเต็งผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบแรกในวันที่ 7 ต.ค.นี้ ผู้หญิงบราซิลจำนวนมากต่างร่วมแสดงพลังต่อต้านนายโบลโซนาโร

ที่มาของภาพ, Reuters
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ผู้หญิงบราซิลหลายแสนคนออกมาเดินขบวนไปตามถนนของเมืองใหญ่ทั่วประเทศ พร้อมแผ่นป้ายที่มีแฮชแท็ก #NotHim หลังจากก่อนหน้านี้ ผู้หญิงหลายล้านคนได้แสดงพลังต่อต้านผู้สมัครชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีรายนี้ด้วยการใช้ แฮชแท็ก #EleNao ซึ่งมีความหมายในภาษาอังกฤษว่า #NotHim ในบัญชีโซเชียลมีเดียของพวกเธอ
กระแสต่อต้านนายโบลโซนาโร รุนแรงถึงขั้นที่เขาถูกคนร้ายใช้อาวุธมีดแทงเข้าที่ท้องจนได้รับบาดเจ็บสาหัสขณะลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งในเมืองหนึ่งทางตะวันออกเฉียงใต้ของบราซิล เมื่อวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้นายโบลโซนาโร ต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล 3 สัปดาห์ ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นชายสติไม่ดีที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายของนายโบลโซนาโร










