โรงเรียนจีนเอาเก้าอี้ในโรงอาหารออก หวังกินเร็วขึ้น เรียนดีขึ้น

เด็กนักเรียน

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ภาพจากแฟ้มภาพ

เว็บไซต์ข่าวอีซีเอ็นเอสของจีนรายงานว่า โรงเรียนมัธยมปลายในอำเภอซุยเชี่ยน มณฑลเหอหนาน กลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์หลังจากโรงเรียนกำหนดนโยบายไม่ให้มีเก้าอี้ในโรงอาหาร เพื่อให้นักเรียนทานข้าวเร็วขึ้น จะได้มีเวลาเรียนมากขึ้น

บุคลากรของโรงเรียนระบุผ่านแอปพลิเคชันสตรีมมิงวิดีโอ Pear Video ว่า ได้ตัวอย่างแนวคิดนี้มาจากโรงเรียนอื่น ๆ และที่นำมาใช้ก็เพราะมีเป้าหมายจะให้นักเรียนใช้เวลาทานข้าวให้สั้นลง จะได้มีเวลาเรียนมากขึ้น

ก่อนหน้านี้ โรงเรียนเคยมีเก้าอี้ที่ตั้งไว้ติดกับโต๊ะอาหาร แต่นับจากเปิดเทอมใหม่เมื่อ วันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา นอกจากจะไม่มีเก้าอี้แล้ว นักเรียนแต่ละคนจะถูกกำหนดตำแหน่งที่ยืนกินข้าวด้วย

เด็กนักเรียนคนหนึ่งบอกกับสื่อว่า เดี๋ยวนี้เขาใช้เวลาทานข้าวแค่ 10 นาที จากที่เคยใช้เวลา 20 นาที

เกา ชาน ผู้อำนวยการศูนย์ทางเดินอาหารที่โรงพยาบาลกลางเมืองเชียงหยางในมณฑลหูเป่ย บอกว่า เราควรจะทานอาหารช้า ๆ เพราะว่าการเคี้ยวอาหารไม่นานพอจะส่งผลเสียต่อระบบย่อยอาหาร และทำให้เกิดโรคเรื้อรังหากทำเช่นนั้นติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ

โรงเรียนมัธยมปลายซุยเชี่ยน ก่อตั้งขึ้นในปี 1940 และเป็นสถานศึกษาที่สำคัญและมีชื่อเสียงจากการผลิตนักเรียนจำนวนมากที่สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ติดอันดับดี ๆ ในภาคตะวันออกของมณฑลเหอหนาน ได้

ด้าน เลนอรา ชู ผู้เขียนหนังสือ "An American Boy, a Chinese School, and the Global Race to Achieve" ให้สัมภาษณ์ในรายการวิทยุของบีบีซีว่า ไม่แปลกใจกับนโยบายนี้เพราะจีนเป็นประเทศที่ระบบการศึกษาผูกติดกับเรื่องของผลการสอบมาก และจะมองว่าการใช้เวลาไปกับการทานอาหารกลางวัน หรือเล่น เป็นสิ่งที่รบกวนสมาธิ

"ฉันคิดว่าเป็นว่าเป็นนโยบายที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานข้อมูลที่ถูกต้อง เพราะเด็กจะเรียนได้ดีกว่าเมื่อมีเวลาพัก หรือคุยเล่นกับเพื่อน แต่ถ้าเป็นพ่อแม่ของเด็กที่อยู่ในระบบนี้ คุณก็อยากให้พวกเขาทำได้ดี คุณจะบอกพวกเขาว่า ทนหน่อยสักปีหนึ่ง เดี๋ยวค่อยเล่น เพราะการสอบสำคัญมาก และนี่เป็นสิ่งที่โรงเรียนนี้พยายามจะทำ"

เลนอรา ชู บอกว่า ในฐานะที่เป็นชาวอเมริกันที่ลูกต้องเรียนในโรงเรียนจีน สิ่งที่ยากที่สุดคือต้องไปพูดคุยกับครูในเรื่องลักษณะนี้ เพราะว่าโรงเรียนไม่อนุญาตแม้จะให้เด็กคุยกันในระหว่างพัก ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วนั่นเป็นช่วงที่เด็กจะได้คุยเล่นกันและได้เรียนรู้อะไรมากมาย ครูคนจีนจะบอกว่าการพูดคุยกันระหว่างพักกลางวันจะทำให้เรียนไม่ได้เต็มประสิทธิภาพ และจะสำลักอาหารได้ด้วย เธอบอกว่า นี่เป็นเรื่องความแตกต่างด้านวัฒนธรรม แต่ครั้งนี้ เป็นการดำเนินนโยบายที่ล้ำเส้นเกินไป