You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ชาวกัมพูชาห่วงทุนจีนแปลงสภาพกัมปอตไม่เหลือเค้าเมืองสงบ
- Author, เรื่องโดย นันท์ชนก วงษ์สมุทร์ & วิดีโอโดย วสวัตติ์ ลุขะรัง
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
ชาวกัมพูชาใน "กัมปอต" หวั่นว่าการหลั่งไหลเข้ามาของนักลงทุนจีนจะทำให้เมืองที่เคยเงียบสงบ กลายเป็นแหล่งอาชญากรรมไม่ต่างจาก "สีหนุวิลล์"
โก๊ะ ปัญแย ขับรถจี๊บทหารสีดำที่มีโครงหลังคาเหล็กคลุมผ้าใบกันน้ำ ไปจอดที่หน้าสำนักงานที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ของเขาใน จ.กัมปอต ทางตอนใต้ของกัมพูชา
เมื่อช่วงเช้าของวันนั้นในเดือน ก.ค. เจ้าของบริษัท Phanha Real Estate Kampot ได้ไปพบกับนักธุรกิจจีน 3 ราย ที่สนใจซื้อที่ดินเพื่อก่อสร้างโรงงานผลิตชุดสูท
คนเหล่านี้เป็นหนึ่งในนักลงทุนจีนหลายรายที่ติดต่อมายังสำนักงานของโก๊ะตั้งแต่เดือน เม.ย. ซึ่งมักมีชาวต่างชาติ "วอล์คอิน" เข้ามาสอบถามข้อมูลเพื่อการลงทุนทุกวัน
"ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อประมาณ 3 เดือนที่แล้ว" ชายวัย 42 ปี กล่าวกับบีบีซีไทยที่สำนักงาน
การเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นเกิดขึ้นตั้งแต่มีการลงนามในข้อตกลงการศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกแห่งใหม่ในกัมปอต ระหว่างกลุ่มบริษัทจีนและกัมพูชา เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา
นอกเหนือจากบรรยากาศที่เงียบสงบ ภูมิทัศน์ที่สวยงามที่ติดทะเล แม่น้ำ และภูเขา และศักยภาพในการเป็นเมืองเศรษฐกิจ คนจีนจำนวนมากเริ่มแห่มาลงทุนที่กัมปอต เมืองที่เหมาะแก่การลงทุนที่ยังไม่ถูกตักตวงผลประโยชน์ หลังจากที่กรุงพนมเปญ และ จ.พระสีหนุ หรือที่รู้จักกันในนาม "สีหนุวิลล์" ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกัมพูชา ได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังการเข้ามาของนักท่องเที่ยวและนักลงทุนจีนจำนวนมาก ตามรอยความสัมพันธ์ทางการเมืองที่แนบแน่นขึ้นระหว่างจีนและกัมพูชา
แต่คนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องเกลือแห่งนี้ ต่างกังวลว่าการเข้ามาของคนจีนจะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป
"คนส่วนใหญ่ในกัมปอตตอนนี้เป็นคนจีน พวกเขาเรียกกัมปอตว่าเป็น 'พาราไดซ์' (สรวงสวรรค์)" โก๊ะ กล่าว "แต่ถึงแม้ว่าจะมีเงินเข้ามา พวกเราชาวกัมพูชาไม่แฮปปี้เมื่อเขามาอยู่อาศัยที่นี่ และทำร้ายชาวกัมพูชา เวลาขับรถแล้วเมาแล้วเกิดเรื่องชกต่อย"
หนีเสือปะจระเข้
สม สารืน เป็นหนึ่งในนักธุรกิจชาวกัมพูชาที่ย้ายจากสีหนุวิลล์ มาเปิดผับ "สไตล์เขมร" ที่กัมปอต เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากค่าเช่าที่ที่เขาเปิดร้านอยู่นั้น เพิ่มเป็น 7,000-8,000 เหรียญสหรัฐฯ ต่อเดือน (ประมาณ 233,258-266,580 บาท) จากที่เคยจ่ายเพียง 500 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 16,500 บาท) เขาเชื่อว่านั่นเป็นเพราะการเข้ามาลงทุนของนักธุรกิจชาวจีน
"บางทีเขาก็ขอให้เราออกเพื่อที่จะให้คนจีนมาเช่า" ชายวัย 28 ปี กล่าว
การเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของราคาเช่าที่ ประกอบกับการที่ชาวต่างชาติหันไปเที่ยวที่กัมปอตเพื่อ "หนี" นักท่องเที่ยวจีน ทำให้ผู้ประกอบการในสีหนุวิลล์มีความคิดที่จะไปลงทุนที่กัมปอต ซึ่งเป็นจังหวัดที่อยู่ติดทะเลเช่นเดียวกันสีหนุวิลล์ ผลักให้ราคาที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ในเมืองนี้ขยับสูงขึ้น
แต่ผลประกอบการของสมไม่ค่อยจะสู้ดีนัก เนื่องจากกัมปอตเป็นจังหวัดที่มีประชากรน้อย ประกอบกับลูกค้าต่างชาติลดลงในช่วงหน้าฝน เขาจึงตัดสินใจที่จะย้ายกลับไปที่สีหนุวิลล์ โดยเปิดร้านเหมือนเดิม คราวนี้หันมาจับกลุ่มลูกค้าชาวกัมพูชาแทนชาวต่างชาติ
"คนกัมพูชาในสีหนุวิลล์ไม่มีตัวเลือกที่มากนักในแง่ของการท่องเที่ยวชมเมืองและสถานบันเทิง เพราะสถานที่ดี ๆ ที่ราคาสูง ๆ คนจีนเอาไปหมดแล้ว" เขากล่าว
ข้อมูลจากกระทรวงท่องเที่ยวประเทศกัมพูชาระบุว่า ในปีที่แล้ว มีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 5.6 ล้านคน 1.2 ล้านคนเป็นคนจีน โดยเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาร้อยละ 46 นักท่องเที่ยวต่างชาติอันดับรองลงมาคือ เวียดนาม ลาว และไทย ตามลำดับ
ในฐานะชาวเมืองสีหนุวิลล์แต่กำเนิด สมเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยที่นั่น เขาเชื่อว่าที่นั่นมี "แก๊งมาเฟีย" จำนวนมาก
"คนจีนหยาบคายมาก พวกเขาไม่ค่อยให้ความเคารพคนท้องถิ่นเหมือนคนยุโรป เขานึกถึงแค่คนชาติเดียวกัน" สมบอก "อีกอย่าง เจ้าหน้าที่ก็ค่อนข้างปล่อยปละละเลยพวกเขา แล้วคนจีนก็ขับรถเร็วมาก ทำให้เกิดอุบัติเหตุเยอะ แล้วก็มีบาดเจ็บเกือบทุกวัน เหมือนกับคุณยอมเสียสละชีวิตคนกัมพูชาเพื่อคนจีน"
ด้าน พาย สีพัน โฆษกรัฐบาลกัมพูชา กล่าวกับบีบีซีไทย ว่า กัมพูชายินดีต้อนรับนักลงทุนทุกคน และไม่มีการเลือกปฏิบัติไม่ว่าจะมาจากประเทศใด ส่วนสถิติอาชญากรรมก็อยู่ในระดับที่ต่ำมากและสามารถควบคุมได้
"เราให้ความสำคัญกับหลักนิติธรรมและการต่อต้านคอร์รัปชั่น ทั้งรัฐบาลกัมพูชาและรัฐบาลจีนก็เน้นย้ำเรื่องการร่วมมือกันปราบปรามกิจกรรมที่ไม่ดี" เขากล่าว
บีบีซีไทยได้ติดต่อไปยังสถานทูตจีนประจำกรุงพนมเปญ แต่ไม่ได้รับการตอบกลับ
สีหนุวิลล์ 2
ที่โรงแรม Blue Buddha ในจังหวัดกัมปอต เพิ่งต้อนรับลูกค้าชาวจีนเมื่อประมาณครึ่งปีที่ผ่านมา เมื่อเดือน มิ.ย. ซึ่งปกติเป็นเดือนที่มีผู้เข้าพักต่ำที่สุด กลับมีอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
"หลายคนมาเพื่อซื้อที่ดิน เขาจะอยู่สามวันแล้วก็บอกว่าเพิ่งซื้อที่ดินจากตรงแม่น้ำนะ" ราฟาเอล โรดริก ชาวแคนาดาที่มาอาศัยอยู่ในกัมปอตเป็นเวลาเกือบ 7 ปีแล้ว กล่าว
เพื่อนของโรดริกหลายคนที่ทำธุรกิจในกัมปอตต้องปิดกิจการลง เนื่องจากเจ้าของที่ดินขายที่ดินให้นักลงทุนจีนในราคาที่สูง แม้ว่าสัญญาที่ทำไว้จะยังไม่สิ้นสุดก็ตาม โรดริกยกตัวอย่างเกสต์เฮาส์ของเพื่อนที่เพิ่งปิดตัวลงไป แม้ว่าสัญญาเช่าที่ดินจะยังเหลืออยู่ 4 ปี ก็ตาม
แต่การเข้ามาของธุรกิจเปิดใหม่ที่จากสีหนุวิลล์มายังกัมปอต ทำให้โรดริกกังวลว่าจะทำให้เมืองแห่งความสงบ สบาย และเป็นมิตรกับครอบครัวแห่งนี้สูญเสียนักท่องเที่ยวที่ "ดี" ไป
มีการเปิดตัว"ผับฝรั่ง" แห่งแรกในกัมปอตเมื่อกลางเดือนที่แล้ว พร้อมกับบาร์ริมถนนที่ย้ายมา จากสีหนุวิลล์ เพียงไม่นานก็มีปัญหาชกต่อยเกิดขึ้นในร้าน ส่วนบาร์เบียร์ หรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า "girly bars" ทั้ง 5 แห่งในกัมปอตนั้น ล้วนเพิ่งเปิดในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมาทั้งสิ้น
"กัมปอตเคยเป็นเมืองที่เงียบและสบาย ๆ รถตุ๊ก ๆ ไม่วิ่งตามลูกค้า และไม่มีอาชญากรรม" โรดริกกล่าว "เราไม่อยากจะเป็น 'สีหนุวิลล์ 2' เพราะคนมาที่นี่เพื่อบรรยากาศที่ดี เรากลัวว่าคนที่มาจากสีหนุวิลล์จะมาเปลี่ยนบรรยากาศที่นี่ไปหมด"
คนกัมพูชาที่เกิดและโตในกัมปอตหลายรายที่บีบีซีไทยสัมภาษณ์ กล่าวตรงกันว่า เงินทุนจากจีนน่าจะนำมาทั้งผลดีและผลเสีย โดยด้านหนึ่งจะสร้างรายได้ให้คนท้องถิ่น และพัฒนาสาธารณูปโภค แต่อีกด้านหนึ่งก็อาจจะนำมาซึ่งความวุ่นวาย และอาชญากรรม
เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดพระสีหนุเขียนจดหมายยาว 3 หน้าถึงรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ว่าการเข้ามาของคนจีนจำนวนมาก "เปิดโอกาสให้มาเฟียจีนเข้ามาก่ออาชญากรรมต่าง ๆ และลักพาตัวนักลงทุนจีน ทำให้เกิดความไม่มั่นคงในจังหวัด"
ในจดหมายดังกล่าว ผู้ว่าฯ ยังพูดถึงคนจีนที่เมาแล้วก่อเหตุชกต่อยในร้านอาหาร และการที่ราคาที่พักสูงขึ้นเนื่องจากความสนใจจากจีน แต่อย่างไรก็ตาม การลงทุนจากจีนช่วยสร้างงานและทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดปรับตัวสูงขึ้น
สำหรับคนขับรถตุ๊ก ๆ วัย 39 ปี ที่เกิดและโตที่กัมปอต ความปลอดภัยทางท้องถนนเป็นสิ่งที่สำคัญ
"พวกเขาชอบดื่มตอนกลางคืนและขับรถชนตุ๊ก ๆ กับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เขาขับรถตอนกลางคืนแบบบ้ามาก...แล้วก็ขับเร็วด้วย" เขากล่าว
แม้ว่าเขาเริ่มเห็นคนจีนมาที่กัมปอตมากขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แต่ลูกค้าส่วนใหญ่ของเขายังเป็นฝรั่งอยู่ เพราะคนจีนส่วนใหญ่จะเช่ารถหรือมอเตอร์ไซค์ขับเอง
"ผมชอบลูกค้ายุโรป คนจีนเสียงดังแล้วคุยเยอะแค่กับผู้หญิง แต่กับเรา พวกเขาไม่สุภาพและเข้าถึงยาก" เขากล่าว "แม้กระทั่งเวลาพูดกับเขาว่า 'ฮัลโหล ตุ๊กตุ๊ก?' เขาไม่ตอบเลย แค่เดินผ่านเฉย ๆ แต่ถ้าเป็นฝรั่ง เขาจะพูดว่า 'โน แต๊งกิ้ว'"
ความสัมพันธ์ที่แนบแน่น
ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับกัมพูชาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญในเดือน ก.ค. ปี 2540 เมื่อสมเด็จฮุน เซน ก่อรัฐประหารยึดอำนาจนายกรัฐมนตรีสมเด็จพระนโรดม รณฤทธิ์ ซึ่งทำให้ประเทศตะวันตกหลายประเทศตัดความช่วยเหลือต่าง ๆ เพื่อรอการเลือกตั้งใหม่ แต่จีนกลับให้ความช่วยเหลือกัมพูชาทางด้านการทหาร เป็นการส่งสัญญาณไปยังรัฐบาลสมเด็จฮุน เซน ว่าจีนจะคอยให้การหนุนหลัง
"จีนสามารถให้เงินเป็นจำนวนมากแก่สมเด็จฮุน เซน ซึ่งช่วยให้เขาพัฒนาระบบสาธารณูปโภคได้ ทำให้เขารักษาความนิยมกับประชาชนกัมพูชา ในทางกลับกันกัมพูชาก็ยอมสนับสนุนเป้าหมายทางการเมืองของจีนในภูมิภาค เช่น "นโยบายจีนเดียว" ไปจนถึงแนวคิดของจีนเกี่ยวกับทะเลจีนใต้" เซบาสเตียน สตรานจีโอ ผู้เขียนหนังสือเรื่อง Hun Sen's Cambodia และอยู่ในระหว่างการเขียนหนังสือเล่มใหม่เกี่ยวกับผลกระทบของการเพิ่มขึ้นของอิทธิพลจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว
สตรานจีโอ กล่าวกับบีบีซีไทยว่า ในอดีตคนกัมพูชาค่อนข้างที่จะมีความคิดเชิงบวกต่อคนจีน เนื่องจากคนพนมเปญส่วนมากมีพื้นเพเป็นคนจีน เช่นเดียวกับในกรุงเทพฯ จึงไม่มีกระแสเกลียดชังคนจีนเช่นเดียวกับที่มีกระแสดังกล่าวต่อคนเวียดนาม หรือไทย ที่เคยครอบครองบางส่วนของกัมพูชาในอดีต
ซึ่งหากมีการเข้ามาของผู้ประกอบการคาสิโนเพิ่มขึ้น และรัฐบาลกัมพูชายังคงมีการควบคุมที่น้อย และไม่สามารถที่จะสนับสนุนการลงทุนที่มีคุณภาพของคนจีน ในระยะยาวจะทำให้เกิดการต่อต้านอิทธิพลจีนในประเทศ
ข้อมูลจากสภาเพื่อการพัฒนากัมพูชา (Council for the Development of Cambodia หรือ CDC) ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2556-2560 มีเงินลงทุนจีนไหลเข้าสู่กัมพูชากว่า 5.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 175 พันล้านบาท) โดยในปี 2559 จีนกลายเป็นประเทศที่ลงทุนในกัมพูชามากที่สุด ซึ่งมากกว่าที่กัมพูชาลงทุนในประเทศตัวเองเสียอีก
จอร์จ แม็คคลาวด์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิเคราะห์ความเสี่ยงในกัมพูชา กล่าวว่า สาเหตุหนึ่งที่คนจีนลงทุนในกัมพูชาเป็นจำนวนมาก เนื่องจากกัมพูชาเป็นประเทศที่เปิดมาก และมีขั้นตอนลงทุนที่ไม่ยุ่งยาก เช่น สามารถทำวีซ่าได้ง่าย และมีข้อกำหนดเรื่องการขอใบอนุญาตและขั้นตอนต่าง ๆ ทางราชการน้อย
นอกจากนั้น นักลงทุนจีนหลายคน ร่ำรวยมาจากการทำธุรกิจใน "ตลาดมืด"
"นักลงทุนพวกนี้ไม่ได้ไปลงทุนในประเทศที่มีกฎระเบียบรัดกุม เช่น ถ้านักลงทุนต่างชาติอยากจะลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในไทย เขาจะต้องระบุแห่งที่มาของเงินทุน แปลงเป็นเงินบาท และขอวีซ่าอย่างถูกต้อง ... แต่กัมพูชาเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในโลกที่นักลงทุนจีนสามารถปรากฏตัวด้วยเงินจำนวนมากและลงทุนได้โดยที่ไม่ต้องตอบคำถามอะไรเลย" แม็คคลาวด์กล่าวกับบีบีซีไทย
แม็คคลาวด์ยกตัวอย่างตอนที่เขาเปิดบัญชีธนาคารในกัมพูชา ธนาคารขอเพียงชื่อโรงแรมเป็นที่อยู่ ซึ่งการกระทำดังกล่าวไม่อาจเกิดขึ้นได้ในประเทศไทย หรือแม้กระทั่งหมู่เกาะเคย์แมน ที่ ๆ ขึ้นชื่อว่าเป็น "เกาะฟอกเงิน"
"คนกัมพูชาในสีหนุวิลล์และกัมปอตโมโหที่เห็นบ้านเกิดของตัวเองกลายเป็นแหล่งพนันและเที่ยวโสเภณี กัมพูชาเป็นประเทศอนุรักษ์นิยม และพวกเขาภูมิใจในประวัติศาสตร์และความเป็นอิสระของเขา" เขากล่าว
พร้อม 'เปย์'
สำหรับโก๊ะ เจ้าของบริษัทที่ปรึกษาทางด้านอสังหาริมทรัพย์ที่กัมปอต หน้าที่แรกที่เขาต้องทำเมื่อมีลูกค้าจีนเข้ามา คือการหาที่พักให้ในระหว่างที่พวกเขากวาดตาแสวงหาที่ ๆ เหมาะสมในการทำธุรกิจ โดยเมื่อเดือนที่แล้วเขาได้หาวิลล่าให้คนจีนเช่าในราคา 3,000 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 100,000 บาท) ต่อหลังต่อเดือน ซึ่งเพิ่มขึ้นถึงเท่าตัวจาก 1,500 เหรียญสหรัฐฯ เมื่อปีที่ผ่านมา โดยโก๊ะกล่าวว่า คนจีนบางคนเช่าโรงแรมทั้งโรงแรมในราคา 15,000-20,000 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 499,838-666,450 บาท) ต่อเดือน
ส่วนราคาที่ดินที่แพงที่สุดจะอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ ปัจจุบันราคา 300 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 9,939 บาท) ต่อตารางเมตร ซึ่งโก๊ะกล่าวว่า การเพิ่มขึ้นของราคาที่ดินจะเป็นอานิสงส์ให้กับคนท้องถิ่นที่มีที่ดินพร้อมขาย
"คนจีนเวลาซื้อของจะไม่ต่อราคา ถ้าเราบอกว่า 200 เหรียญต่อตารางเมตร เขาก็บอกว่าโอเค พร้อมจ่าย" เขากล่าว "ราคาที่ดินริมฝั่งแม่น้ำแต่ 3,000-4,000 ตารางเมตร อยู่ที่ประมาณครึ่งล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 16.58 ล้านบาท) แล้วคนกัมพูชา แต่ก่อนไม่รู้ว่าครึ่งล้านเหรียญนี่มันเยอะแค่ไหน รู้แค่จำนวนหนึ่งล้าน สองล้านเรียล [สกุลเงินของกัมพูชา] แต่ครึ่งล้านเหรียญนี่มันเยอะนะ"
แต่เขาก็ยอมรับว่า ไม่สามารถปฏิเสธการเข้ามาของนักลงทุนจีนได้ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายที่รัฐบาลสนับสนุน "เพื่อการพัฒนาประเทศ"
"คนหลายคนตายจากกลุ่มเขมรแดง ทุกอย่างถูกทำลายหมด ไม่มีโรงแรม ไม่มีวัด ไม่มีอะไรเลย แต่ตอนนี้เรามีทุกอย่าง เรามีโรงพยาบาล เรามีถนนที่ดี เรามีโรงแรมที่ดี เรามีการลงทุนที่ดี ในพนมเปญเริ่มโต และข้างนอกพนมเปญเราก็เริ่มโตเหมือนกัน" โก๊ะ กล่าว "ผมบอกได้เลยว่าถ้าไม่มีท่าน [สมเด็จฮุน เซน] ประเทศจะไม่ได้พัฒนา...แล้วเราก็ภาวนาว่าท่านจะไม่ฆ่าประชาชนชาวกัมพูชาเมื่อคนจีนมาอาศัยอยู่ในกัมปอต และสีหนุวิลล์"