แผ่นดินไหวอินโดนีเซีย: ทำไมคนไทยชอบปีนภูเขาไฟบนเกาะลอมบอก

จำนวนคนไทยที่ติดค้างบนภูเขาไฟรินจานี ในเกาะลอมบอกกว่า 200 คน สะท้อนถึงความนิยมต่อการท่องเที่ยว แนวผจญภัยของนักท่องเที่ยวไทย บีบีซีไทยรวบรวมเหตุผลว่า ทำไมคนไทยชอบเที่ยวเกาะลอมบอก

นพ.อรรควิชญ์ หาญนวโชค แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว ผู้ก่อตั้งและดูแลเฟซบุ๊กเพจแนะนำการท่องเที่ยว "หมอ ๆ ตะลุยโลก" มาแล้ว 5 ปี และมีผู้ติดตามอยู่มากกว่า 1.5 แสนคน บอกกับ บีบีซีไทย ว่า การเดินสำรวจภูเขาไฟในประเทศอินโดนีเซีย นอกจากมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่แปลกใหม่และแตกต่างจากการปีนเขาในไทยแล้ว ยังมีอีก 4 เหตุผล ที่คนไทยไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านทางใต้มากขึ้นในขณะนี้

1) การปีนภูเขาไฟยังแบบดั้งเดิม

หากพิจารณาการปีนเขาในประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้แล้ว จะพบว่าการผจญภัยบนภูเขาไฟในอินโดนีเซีย ไม่ว่าจะเป็นที่ภูเขาไฟโบรโม ภูเขาไฟรินจานี และภูเขาไฟคาวาอีเจียน ยังคงรูปแบบการท่องเที่ยวแบบธรรมชาติดั้งเดิม ทิวทัศน์ยังมีความเป็นธรรมชาติสูง ไม่ถูกคุกคามมาก

เมื่อเที่ยบกับสถานที่ปีนเขาอื่น ๆ ที่คนไทยนิยม เช่น การปีนภูเขาไฟฟูจิในญี่ปุ่น หรือ การปืนยอดเขาเอเวอเรสต์ในเนปาล ระยะทางและเวลาในการเดินทางมาที่เกาะลอมบอกใช้เวลาไม่นาน ระยะเวลาบินราว 4 ชั่วโมง จากกรุงเทพมหานครมายังสนามบินเดนปาซาร์ บนเกาะบาหลี และ บินต่อไปยังเกาะลอมบอกอีกเพียง 30 นาทีเท่านั้น

2. ค่าใช้จ่ายไม่สูง

โดยปกติจุดหมายหลักในการท่องเที่ยวบนเกาะลอมบอก ก็คือ "การปีนภูเขาไฟรินจานี" ส่วนใหญ่คนไทยจะมาเป็นกลุ่ม ๆ ละประมาณ 10-20 คน โดยจะจองกับบริษัทนำเที่ยวท้องถิ่น หากเป็นกลุ่มใหญ่ ค่าทัวร์ก็ถือว่าคุ้มค่าเงินมากขึ้น โดยเฉลี่ย หากเป็นแพกเกจ 3 วัน 2 คืน มีค่าใช้จ่ายราว 150 ดอลลาร์สหรัฐ ฯ หรือราว 5,000 บาท ต่อคน ขณะที่การเดินทางมายังเกาะลอมบอก ก็มีสายการบินต้นทุนต่ำก็ให้บริการ

หากเทียบกับการปีนเขาหรือภูเขาไฟที่ประเทศอื่นในภูมิภาคนี้ ค่าใช้จ่ายโดยรวมถือว่าสูงกว่าที่เกาะลอมบอก

3. คนหนุ่มสาวคือกลุ่มนักท่องเที่ยวหลัก

การปีนเขาจำเป็นต้องอาศัยความอดทนและความแข็งแรงของร่างกาย ดังนั้นกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มหลัก ๆ ของไทยส่วนใหญ่ เป็นคนรุ่นใหม่ วัยทำงาน อายุตั้งแต่ 20 - 40 ปี ที่สำคัญก่อนมาเที่ยวภูเขาไฟ ต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม เพราะการเดินบนภูเขาไฟจะต้องใช้ระยะเวลานานหลายชั่วโมงและต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่เบาบางเพราะอยู่บนที่สูง นอกจากนี้ต้องเตรียมความพร้อมในกรณีเกิดแผ่นดินไหว

4. ช่วงนี้คือฤดูการท่องเที่ยว

โดยปกติแล้วช่วง มิ.ย. - ต.ค. เป็นช่วงที่เหมาะสมในการเดินทางมาที่เกาะลอมบอกมากที่สุด เพราะเป็นช่วงที่ฝนตกน้อยที่สุด ส่วนช่วงที่ถือว่าเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว คือ ช่วงเดือน ก.ค. ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ช่วงวันหยุดยาว โดยเฉพาะวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษาจึงมีนักท่องเที่ยวไทยเดินทางมาปีนภูเขารินจานีเป็นจำนวนมาก

รู้อะไรแล้วบ้าง หลังแผ่นดินไหวใกล้เกาะลอมบอก

สถานการณ์ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (31 ก.ค.) นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ออกมายืนยันว่า คนไทยทั้ง 216 คน ได้รับความช่วยเหลือลงจากภูเขาไฟรินจานีแล้ว โดยทุกคนมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง เพราะเป็นวัยหนุ่มสาว มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย เพียง 1 คน บริษัททัวร์รับตัวเพื่อเดินทางกลับไทย 97 คน โดยจะเดินทางกลับวันนี้ 64 คน ส่วนที่เหลือมีตั๋วกลับทุกคน ไม่จำเป็นต้องส่ง เครื่องบิน C 130 รับตัวกลับ

ส่วนอีก 119 คน สถานทูตไทยในอินโดนีเซียได้จัดหาที่พัก ที่ลอมบอกให้แล้ว ทั้งนี้รัฐบาลไทย ไม่จำเป็นต้องจัดเครื่องบิน C 130 ไปรับนักท่องเที่ยวกลับ เพราะทุกคนมีตั๋วเดินทางกลับ มีเพียง 30 คนที่รอยืนยันตั๋วเดินทาง กลับ แต่ทั้งหมดสามารถเดินทางกลับเองได้ แต่ทั้งนี้หากเกิดเหตุจำเป็นก็ได้จัดเตรียมเครื่องบิน C130 สำรอง ไว้ เช่นกัน

ปฏิบัติการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ติดค้างบนภูเขาไฟรินจานี โดยมีเจ้าหน้าที่หลายร้อยนายของอินโดนีเซีย ทั้งจากหน่วยงานด้านการจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ กองทัพ และตำรวจ พร้อมด้วยเฮลิคอปเตอร์ประจำการอีก 2 ลำ ได้เริ่มต้นมาตั้งแต่เช้าวันที่ 30 ก.ค. ที่ผ่านมา หลังจากแผ่นดินไหวรุนแรงเมื่อวันที่ 29 ก.ค. ทำให้ดินถล่มปิดทางเข้าออก

รีเบกกา เฮนชกี้ บรรณาธิการข่าวบีบีซี แผนกภาษาอินโดเซียรายงานว่า ว่ายอดนักปีนเขาที่ติดค้างอยู่บนภูเขาไฟรินจานีรวมทั้งหมด 1,087 คน ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวน 723 คน จาก ฝรั่งเศส ไทย เนเธอร์แลนด์ และมาเลเซีย ขณะนี้ทุกคนได้รับการช่วยเหลือออกมาทั้งหมดแล้ว

พลังโลกโซเซียลร่วมด้วยช่วยกัน

ภารกิจช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่บนภูเขาไฟรินจานี ได้รับการช่วยเหลือทุกช่องทาง โดยช่องทางที่โดดเด่นมากที่สุดคือ การสื่อสารกันผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ หรือ สื่อโซเชียล โดยเริ่มต้นที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กซึ่งอยู่ในพื้นที่โพตส์ข้อความบนเฟซบุ๊กของตัวเองเพื่อขอความช่วยเหลือ และได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นหาและเข้าช่วยเหลือ

อย่างมีผู้อ่านของบีบีซีไทยรายหนึ่งแจ้งมาโดยอ้างถึงบัญชีเฟซบุ๊กที่มีเจ้าของบัญชี ชื่อ Rinraphat Kaewwongsa ระบุว่า "ใครก็ได้ช่วยประสานงานให้เราหน่อย เราติดอยู่ที่ทะเลสาบด้านล่างของภูเขาไฟริจานี มีคนไทยประมาณ 150-200 คน"

ในขณะเดียวกัน เมื่อทราบเหตุสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ก็ใช้เฟซบุ๊กทางการของสถานทูตฯ เป็นช่องทางในการแจ้งข่าวสารล่าสุด รวมทั้งเป็นช่องทางให้บรรดาญาติ ๆ ของนักท่องเที่ยวคนไทย ที่มาเยือนเกาะลอมบอก สามารถแจ้งรายชื่อนักท่องเที่ยวเหล่านั้นอีกด้วย

ในข้อความบนเฟซบุ๊กของสถานทูตยังระบุถึง รายละเอียดความคืบหน้าการทำงานของเจ้าหน้าที่กู้ภัยอีกด้วย เช่นสามารถเข้าไปในพี้นเพื่อให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ติดอยู่ในพื้นที่ 4 จุด ได้แก่ Bayan (North Lombok) / Sembalun / Sambelia / Brang Rea (East lombok) เป็นต้น

สรุปยอดผู้เสียชีวิตยังอยู่ที่ 16 คน เจ็บกว่า 300

สำหรับแผ่นดินไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาก่อน 07.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 29 ก.ค. สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ ระบุว่า ศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างออกไปทางตอนเหนือของเกาะลอมบอกราว 40 กิโลเมตรและอยู่ลึกลงไปราว 7 กิโลเมตร แรงสั่นสะเทือนทำให้บ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างพังเสียหายเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ เกาะลอมบอกถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของอินโดนีเซีย และอยู่ห่างเกาะบาหลีไม่ไกลไปทางทิศตะวันออกราว 40 กิโลเมตร

โฆษกสำนักงานบรรเทาภัยพิบัติอินโดนีเซียระบุว่า มีรายงานผู้เสียชีวิต 16 คน และบาดเจ็บ 330 คน โดยในจำนวนผู้เสียชีวิตมีเด็กรวมอยู่ด้วย 5 คน และคาดว่าตัวเลขอาจจะเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล โดยภารกิจเร่งด่วนในขณะนี้คือ การอพยพและการค้นหา ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งตัวไปรักษาตัวในสถานพยาบาลแล้ว

ขณะที่กระทรวงต่างประเทศมาเลเซีย เผยว่า เหตุการณ์นี้มีชาวมาเลเซียเสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บอีก 6 คน โดยขณะเกิดเหตุทั้งหมดอยู่บริเวณเชิงภูเขาไฟรินจานี

แผ่นดินไหวเป็นเรื่องปกติในอินโดนีเซีย

อินโดนีเซียถือเป็นสถานที่ต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติจากใต้พื้นพิภพอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็น แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด หรือ สึนามิ เนื่องจากที่ตั้งทางภูมิศาสตร์อยู่บนแนววงแหวนแห่งไฟ (Ring of Fire) ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างแผ่นเปลือกโลกที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา