เมซุท เออซิล: ภาพสะท้อนปัญหาเหยียดเชื้อชาติในเยอรมนี?

Germany"s Mesut Ozil

ที่มาของภาพ, Reuters

การประกาศเลิกเล่นทีมชาติของ เมซุท เออซิล นักฟุตบอลชื่อดังชาวเยอรมันเชื้อสายตุรกี ถือเป็นข่าวใหญ่ในวงการลูกหนังโลก และยังเป็นเรื่องที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นกรณีสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่ใหญ่กว่าเกี่ยวกับการเหยียดเชื้อชาติในสังคมเยอรมนี

เออซิลซึ่งปัจจุบันค้าแข้งในตำแหน่งกองกลางตัวรุกให้กับทีมอาร์เซนอล ได้ประกาศเลิกเล่นฟุตบอลให้ทีมชาติเยอรมนีเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลการ "เหยียดเชื้อชาติและดูหมิ่น" จากการที่เขามีรากเหง้ามาจากตุรกี

เออซิล ถือเป็นหนึ่งในนักเตะชั้นแนวหน้าของเยอรมนี และเป็นหนึ่งในสมาชิกคนสำคัญที่ช่วยให้ทีมชาติเยอรมนีได้แชมป์ฟุตบอลโลกในปี 2014 ที่ผ่านมาเขาลงเล่นให้ทีมชาติเยอรมนีมา 92 ครั้ง และได้รับการโหวตจากแฟนบอลให้เป็นผู้เล่นทีมชาติแห่งปี 5 ครั้งนับแต่ปี 2011

อย่างไรก็ตาม ผลงานที่น่าผิดหวังของทีมชาติเยอรมนีในศึกฟุตบอลโลกที่รัสเซียทำให้เขาตกเป็นเป้าโจมตีอย่างหนัก

"ผมเป็นคนเยอรมันตอนที่เราชนะ แต่เป็นผู้อพยพตอนที่เราแพ้" เออซิล วัย 29 ปี กล่าวหลังจากได้รับจดหมายแสดงความเกลียดชังและข่มขู่ รวมทั้งถูกกล่าวโทษต่อความพ่ายแพ้ในศึกฟุตบอลโลกครั้งล่าสุด

เออซิล บอกว่า การปฏิบัติที่เขาได้รับในช่วงที่ผ่านมานี้ทำให้เขา "ไม่อยากสวมเสื้อทีมชาติเยอรมนีอีกต่อไป"

เขาออกแถลงการณ์ผ่านทางโซเชียลมีเดียระบุว่า รู้สึกว่าตัวเองไม่เป็นที่ยอมรับจากสังคมเยอรมนีทั้งที่เขาเสียภาษี บริจาคเงินเพื่อการกุศล และเคยช่วยให้ประเทศเป็นแชมป์ฟุตบอลโลก

In this file photo taken on July 13, 2014, Germany"s midfielder Mesut Ozil celebrates holding the World Cup trophy

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, เออซิล ถือเป็นหนึ่งในนักเตะคนสำคัญที่ช่วยให้ทีมชาติเยอรมนีได้แชมป์ฟุตบอลโลกในปี 2014

"นี่คือเรื่องน่าเศร้า และหลังจากใคร่ครวญอย่างหนักเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ผมจะไม่ลงเล่นฟุตบอลในระดับนานาชาติให้กับเยอรมนีอีกต่อไปในขณะที่ยังมีความรู้สึกถึงความเหยียดเชื้อชาติและการดูหมิ่น" เออซิล ระบุในแถลงการณ์

"ผมเคยใส่เสื้อทีมชาติเยอรมนีด้วยความภาคภูมิใจและตื่นเต้น แต่ตอนนี้ผมไม่รู้สึกเช่นนั้น ผมรู้สึกไม่เป็นที่ต้องการ และคิดว่าความสำเร็จที่ผมทำนับแต่ลงเล่นในระดับนานาชาติเมื่อปี 2009 ได้ถูกลืมเลือนไปแล้ว"

คนรุ่นที่ 3 ของครอบครัวผู้อพยพเชื้อสายตุรกีในเยอรมนี

เออซิล เกิดที่เมืองเกลเซินเคียร์เชินในเยอรมนี เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 1988 โดยเป็นสมาชิกรุ่นที่ 3 ของครอบครัวผู้อพยพเชื้อสายตุรกีที่เข้าไปตั้งถิ่นฐานในเยอรมนี

เขาเริ่มเล่นฟุตบอลระดับเยาวชนให้กับสโมสรท้องถิ่นของเมืองเกลเซินเคียร์เชิน ก่อนที่ความสามารถอันโดดเด่นจะนำพาเขาไปเล่นฟุตบอลอาชีพกับทีมแวร์เดอร์เบรเมิน ในลีกบุนเดสลีกาของเยอรมนีเมื่อปี 2008

เออซิล เป็นนักฟุตบอลเชื้อสายตุรกีคนแรกที่ได้เซ็นสัญญาเล่นให้กับทีมเรอัลมาดริด

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เออซิล เป็นนักฟุตบอลเชื้อสายตุรกีคนแรกที่ได้เซ็นสัญญาเล่นให้กับทีมเรอัลมาดริด

นักเตะเชื้อสายตุรกีคนแรกของเรอัลมาดริด

ในปี 2010 เออซิล กลายเป็นนักฟุตบอลเชื้อสายตุรกีคนแรกที่ได้เซ็นสัญญากับทีมเรอัลมาดริด และสร้างผลงานเป็นผู้เล่นตัวทำเกมที่มากความสามารถ โดยยิงประตูให้เรอัลมาดริดไปถึง 19 ประตู ในการแข่งขัน 105 นัด ระหว่างปี 2010-2013

นักเตะเยอรมันค่าตัวแพงที่สุดตลอดกาล

ในช่วงต้นฤดูกาล 2013-2014 เออซิล ได้ย้ายไปค้าแข้งกับทีมอาร์เซนอลด้วยค่าตัว 42.5 ล้านปอนด์ สร้างสถิติเป็นนักเตะเยอรมันที่เซ็นสัญญาเล่นฟุตบอลอาชีพด้วยค่าตัวสูงสุดตลอดกาล และจนถึงปัจจุบันเขาทำประตูให้อาร์เซนอลแล้ว 27 ประตูในการแข่งขัน 142 นัด

เออซิล ย้ายไปค้าแข้งกับทีมอาร์เซนอลด้วยค่าตัว 42.5 ล้านปอนด์ สร้างสถิติเป็นนักเตะเยอรมันที่เซ็นสัญญาเล่นฟุตบอลอาชีพด้วยค่าตัวสูงสุดตลอดกาล

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, เออซิล ย้ายไปค้าแข้งกับทีมอาร์เซนอลด้วยค่าตัว 42.5 ล้านปอนด์ สร้างสถิติเป็นนักเตะเยอรมันที่เซ็นสัญญาเล่นฟุตบอลอาชีพด้วยค่าตัวสูงสุดตลอดกาล

ภาพถ่ายที่จุดประเด็นถกเถียงในสังคม

ก่อนที่จะประกาศเลิกเล่นฟุตบอลให้ทีมชาติเยอรมนีครั้งนี้ เออซิล ถูกวิจารณ์อย่างหนักต่อกรณีที่เขาและ อิลคาย กุนโดอัน นักฟุตบอลชาวเยอรมันเชื้อสายตุรกีอีกคนที่ไปค้าแข้งกับทีมแมนเชสเตอร์ซิตี ถ่ายรูปร่วมกับประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกี ในงานเลี้ยงการกุศลงานหนึ่งที่กรุงลอนดอนเมื่อช่วงกลางเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากนั้นพรรคการเมืองของแอร์โดอันได้เผยแพร่ภาพดังกล่าวในช่วงก่อนหน้าการเลือกตั้งทั่วไปครั้งสำคัญของตุรกีซึ่ง แอร์โดอัน ได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้น

(จากซ้าย) กุนโดกัน และเออซิล ถ่ายรูปร่วมกับประธานาธิบดีแอร์โดอัน ในงานเลี้ยงการกุศลงานหนึ่งที่กรุงลอนดอนเมื่อช่วงกลางเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, (จากซ้าย) กุนโดอัน และเออซิล ถ่ายรูปร่วมกับประธานาธิบดีแอร์โดอัน ในงานเลี้ยงการกุศลงานหนึ่งที่กรุงลอนดอนเมื่อช่วงกลางเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา

กรณีดังกล่าวทำให้บรรดานักการเมืองเยอรมันต่างตั้งคำถามกับ เออซิล และกุนโดอัน ต่อค่านิยมประชาธิปไตยของพวกเขา โดยที่ผ่านมา เยอรมนีได้วิพากษ์วิจารณ์การที่ประธานาธิบดีแอร์โดอันเดินหน้าปราบปรามกลุ่มผู้เห็นต่างทางการเมืองอย่างหนักหลังเกิดเหตุพยายามทำรัฐประหารโค่นอำนาจเขาเมื่อปี 2016

ในเวลาต่อมา กุนโดอัน ได้ออกมาแถลงยืนยันว่าเขา "เคารพค่านิยมแบบเยอรมัน 100 %" และไม่เคยตั้งใจให้ภาพดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการแสดงความสนับสนุนทางการเมือง

Turkish President Erdogan meets with Arsenal"s soccer player Ozil in London

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, เออซิล มองว่าหากเขาไม่โพสต์รูปถ่ายคู่กับผู้นำตุรกีก็จะเป็นเหมือนการ "ดูหมิ่นรากเหง้าบรรพบุรุษของเขาเอง"

ทั้ง เออซิล และกุนโดอัน ได้เข้าพบประธานสมาคมฟุตบอลเยอรมันเพื่อชี้แจงภาพดังกล่าว แต่ เออซิล ไม่ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงประเด็นนี้ต่อสังคมจนกระทั่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (22 ก.ค.) โดยเขาชี้ว่า ในการเยือนอังกฤษครั้งนั้นประธานาธิบดีแอร์โดอันยังได้พบบุคคลสำคัญมากมาย ทั้ง สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สอง รวมทั้งนายกรัฐมนตรีเทรีซา เมย์ และหากเขาไม่โพสต์รูปถ่ายคู่กับผู้นำตุรกีก็จะเป็นเหมือนการ "ดูหมิ่นรากเหง้าบรรพบุรุษของเขาเอง"

"มันไม่เกี่ยวกับการเมืองหรือการเลือกตั้ง มันคือการเคารพสถาบันปกครองสูงสุดของประเทศบ้านเกิดของครอบครัวผม" เออซิล กล่าวเสริม

ภาพสะท้อนปัญหาสังคมในวงกว้างของเยอรมนี?

ปัจจุบันเยอรมนีมีพลเมืองเชื้อสายตุรกีราว 3 ล้านคน เรื่องนี้ถือเป็นหนึ่งในประเด็นที่มักถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียงทางการเมืองในเยอรมนี ซึ่งผู้คนให้ความสนใจเรื่องผู้อพยพและพรรคการเมืองฝ่ายขวาจัด

ในแถลงการณ์ของ เออซิล เขาได้ตั้งคำถามว่าเหตุใดสมาชิกร่วมทีมชาติคนอื่นที่ไม่ใช่ชาวเยอรมันแท้ ๆ จึงไม่ถูกโจมตีเช่นเขา

"นี่เป็นเพราะประเทศตุรกี? เพราะผมเป็นมุสลิม?" เขาถาม

คาทาริน่า บาร์ลีย์ รัฐมนตรียุติธรรมของเยอรมนี กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า "นี่เป็นเรื่องน่าตกใจที่นักเตะผู้ยิ่งใหญ่ของเยอรมนีอย่าง เมซุท เออซิล ไม่รู้สึกว่าตนเองเป็นที่ต้องการในประเทศของเขาอีกต่อไป"

German Chancellor Angela Merkel congratulating Germany"s midfielder Mesut Ozil in the dressing rooms after the Euro 2012

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, โฆษกนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล ระบุว่า ผู้นำเยอรมนี "เคารพการตัดสินใจ" ของเออซิล ซึ่งที่ผ่านมาได้ทำเพื่อประเทศชาติมามาก

แต่ โธมัส บารีสส์ สมาชิกอาวุโสของพรรคซีดียูของนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล ชี้ว่า ท่าทีของเออซิลแสดงถึง "การดูหมิ่น" และ "การหลงประเด็น" ขณะที่หนังสือพิมพ์บิลด์ ระบุว่า เออซิล "กำลังสนุกกับการเล่นบทเหยื่อ โดยไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง"

ส่วน สตีเฟน ไมเออร์ รัฐมนตรีสังกัดกระทรวงมหาดไทยเยอรมนี บอกกับบีบีซีว่า เออซิล "ไร้เดียงสา" ที่คิดว่าภาพดังกล่าวจะไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง เพราะมันถ่ายขึ้นไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้าการเลือกตั้งทั่วไปของตุรกี ขณะที่สมาชิกหลายคนในรัฐบาลของประธานาธิบดีแอร์โดอัน แสดงการสนับสนุนกับท่าทีของ เออซิล ที่ตัดสินใจเลิกเล่นฟุตบอลให้ทีมชาติเยอรมนีครั้งนี้ ซึ่งสอดคล้องกับเพื่อนนักฟุตบอลหลายคนที่โพสต์ข้อความสนับสนุนเออซิล

ริโอ เฟอร์ดินานด์ โพสต์แสดงความคารวะต่อเออซิล

ที่มาของภาพ, Twitter

คำบรรยายภาพ, ริโอ เฟอร์ดินานด์ โพสต์แสดงความคารวะต่อเออซิล
เอกตอร์ เบเยริน เพื่อนร่วมทีมอาร์เซนอล โพสต์ว่า "เหลือเชื่อที่บุคคลหนึ่งทำเพื่อประเทศชาติมากมายทั้งในและนอกสนามแต่กลับถูกปฏิบัติอย่างดูหมิ่น" พร้อมให้กำลังใจเออซิล ที่ยืนหยัดต่อสู่กับเรื่องที่เกิดขึ้น

ที่มาของภาพ, Twitter

คำบรรยายภาพ, เอกตอร์ เบเยริน เพื่อนร่วมทีมอาร์เซนอล โพสต์ว่า "เหลือเชื่อที่บุคคลหนึ่งทำเพื่อประเทศชาติมากมายทั้งในและนอกสนามแต่กลับถูกปฏิบัติอย่างดูหมิ่น" พร้อมให้กำลังใจเออซิล ที่ยืนหยัดต่อสู่กับเรื่องที่เกิดขึ้น

ราฟาเอล โฮนิงสตีน ผู้สื่อข่าวกีฬาของบีบีซี วิเคราะห์ว่า การที่ เออซิล ไม่ได้รับการสนับสนุนจากสมาคมฟุตบอลเยอรมันในช่วงที่เขาตกเป็นเป้าโจมตีจากสื่อและโซเชียลมีเดียในเยอรมนี รวมถึงประเด็นที่เขาซึ่งเป็นนักเตะมากพรสวรรค์ที่สุดคนหนึ่งของรุ่นคิดว่าตนเองไม่ใช่ตัวแทนของเยอรมนีอีกต่อไปจากการที่เขารู้สึกตกเป็นเป้าการเหยียดเชื้อชาติ ถือเป็นเรื่องน่าเจ็บปวดสำหรับแวดวงฟุตบอลเยอรมนีโดยรวม