ถ้ำหลวง: โคนัน, เชอร์ล็อก โฮมส์ คือ เล่มโปรดของ ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์

    • Author, วัชชิรานนท์ ทองเทพ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

ในนาทีนี้ ไม่มีใครไม่รู้จัก ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (ศอร.) แห่งจังหวัดเชียงราย และผู้ว่าราชการคนใหม่แห่งจังหวัดพะเยา

ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ในแว่นหนา คือ พ่อของลูกสาว 2 คน และสามีผู้ "รักเรียน" ของ จินจณา โอสถธนากร คู่ชีวิตที่อยู่ด้วยกันมา 30 ปี เธอสะท้อนความเป็นตัวตนของ ณรงค์ศักดิ์ ผ่านบทสนทนา 1 ชั่วโมงกับบีบีซีไทย ในคืนแรก หลังช่วย 4 หมูป่าชุดแรก ออกมาได้

1.มีวินัย แต่ ไม่เผด็จการ

ในมุมมองของภรรยา ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ เป็นคน "ทำงานอย่างมีหลักการมาก" แม้ลูกน้องหลายคนบอกว่า "เป็นคนดุมาก" แต่นั่นเป็นเพราะ "ความเป็นคนมีวินัย มีความซื่อสัตย์ และมีความทุ่มเทกับการงาน"

จินจณา เล่าว่า ลักษณะการทำงานดังกล่าว ทำให้ลูกสาวเคยถูกถามเมื่อตอนไปเยี่ยมที่ทำงานเสมอว่า "คุณพ่อดุไหมที่บ้าน?" ลูกสาวก็ตอบไปว่า "ไม่ดุเท่าไหร่" คำตอบดังกล่าวทำให้บรรดาพนักงานที่ถามมีสีหน้าเปลี่ยนไปก่อนที่จะกล่าวกับลูกสาวไปว่า "ท่านดุมาก..."

เธอบอกว่าผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ มักให้ข้อคิดแก่ลูก เพื่อน หรือ ผู้ใต้บังคับบัญชาว่า ให้ยึดมั่นในกฎหมาย ในหลักการ

"ในฐานะข้าราชการของแผ่นดินที่ได้รับเงินเดือนจากภาษีประชาชน ถ้ามีโอกาสต้องรักษาประโยชน์ของคนที่เสียภาษีให้"

2. แฟนพันธุ์แท้ของ "โคนันคุง"

ณรงค์ศักดิ์ ชื่นชอบในเรื่องราวสืบสวนสอบสวนทั้งภาพยนตร์ นวนิยาย และ การ์ตูน

"ถ้าเป็นการ์ตูน ท่านยังดูอยู่จนถึงปัจจุบันคือ โคนัน ท่านติดโคนันมาก ถ้ามีตอนใหม่ ๆ ท่านจะโทรศัพท์บอกลูกแล้วบอกให้ไปหามาดูด้วยกันเร็ว ๆ" เธอกล่าวพร้อมเสียงหัวเราะ

ส่วนนวนิยาย เขาชอบ เชอร์ล็อก โฮล์มส์ ยอดนักสืบ ผลงานของนักเขียนชื่อก้องโลก และผลงานของ อกาธา คริสตี้ รวมถึงแนวนิยายวิทยาศาสตร์ หรือ Sci-Fi

ส่วนภาพยนตร์ Mission : Impossible และ Crimson Tide คือ ชื่อหนังฮอลลีวูด ที่เขาเอ่ยถึง และนำมาใช้เตือนใจ ซึ่งเขาบอกภรรยาว่า นำเนื้อหา ใน Crimson Tide มาปรับใช้ในการบริหารงานได้ดี โดยเฉพาะเรื่องการทดสอบกำลังพลในยามอ่อนล้า

3. ชายรักเรียน

ณรงค์ศักดิ์ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี 4 ใบ พ่วงด้วยปริญญาโทอีก 1 ใบ จนทำให้หลายคนตั้งคำถามว่าจะเรียนไปทำไม ซึ่งรวมถึงภรรยาของเขาด้วย

"ปริญญาที่พ่วงมาหลาย ๆ ใบ เกิดขึ้นในช่วงที่แต่งงานกันแล้ว แต่ก็สงสัยว่าเรียนมาทำไมเยอะแยะ" จินจณากล่าว

"เรียนแล้วเรียนอีก ยังไม่พออีกเหรอ ท่านก็ไม่ตอบ เดาว่าคงเป็นความชอบ เรียนไปเพื่อสอบหรือเปล่า เอาเวลาไปทำอย่างอื่นบ้างได้ไหม แต่มาถึงวันนี้ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันคือคำตอบแล้ว"

เธอแนะว่า การศึกษาหาความรู้ ไม่เปล่าประโยชน์ สักวันหนึ่ง สิ่งที่เรียนรู้ ไม่ว่าจากตำรา จากในห้องเรียน หรือนอกห้องเรียน เมื่อถึงจุดหนึ่งจะช่วยสร้างความแข็งแกร่ง สร้างภูมิปัญญา แล้ววันหนึ่งก็จะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้

เธอยังอธิบายเพิ่มอีกว่า การแก้ปัญหาเหตุการณ์ครั้งนี้ คือการนำความรู้มาใช้เพื่อแก้ปัญหาเพื่อสาธารณประโยชน์ ซึ่งน่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ที่ติดตาม โดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่และคนทำงานปัจจุบัน

แล้วมีโอกาสที่ผู้ว่า ฯ ณรงค์ศักดิ์จะเรียนต่อหรือเรียนเพิ่มเติมอีกหรือไม่

"จริง ๆ ฉันเป็นคนเบรก ท่านเอง บอกว่า ข้อร้องเถอะ เลิกเรียนได้ไหม เพราะอยากให้มีเวลาพักผ่อนบ้าง"

ปริญญาตรี 4 ใบ ประกอบด้วย

  • วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วิศวกรรมโยธา) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (2528)
  • นิติศาสตรบัณฑิต (2536) และประกาศนียบัตรกฎหมายการที่ดินและทรัพย์สิน (2535) มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
  • เทคโนโลยีบัณฑิต (เทคโนโลยีสารสนเทศธุรกิจ) มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (2545)
  • รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (2556)

ปริญญาโท 1 ใบ

  • สาขาวิศวกรรมสํารวจและสารสนเทศภูมิศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตท (2531)

4. นักแก้ปัญหา

จินจณากล่าวว่า เคยได้ยินมาว่า ภารกิจที่สามีทำอยู่ในขณะนี้แทบจะเป็นภารกิจที่เป็นไปไม่ได้ ตั้งแต่แรกสามีไม่เคยเอ่ยปากว่า ไม่ไหว แต่ก็มีคนอื่นคอยถามเสมอว่า ยังไหวไหม แต่เขาตอบกลับว่า "ไม่เคยตัดใจ"

"ไม่ว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อ สิ่งที่ผู้ว่า ฯ ณรงค์ศักดิ์ พูดอยู่เสมอคือ มันต้องพิสูจน์ด้วยการกระทำ ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน หรือแม้กับบรรดาลูก ๆ เองก็ตาม" เธอกล่าวและอธิบายเพิ่มเติมด้วยว่า "ส่วนหนึ่งเป็นนิสัยของท่าน เป็นนักแก้ปัญหา ชอบคิดเป็นระบบ เป็นคนชอบอ่านหนังสือสารพัดคอยบอกลูกด้วยว่า หนังสือเล่มไหนดี รวมถึงเรื่องของทฤษฎีต่าง ๆ ด้วย และชอบสอนด้วย"

ในฐานะผู้ติดตามข่าวสาร เธอมองว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นสิ่งที่พิสูจน์ว่า การศึกษาของผู้เป็นสามีถูกนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาได้จริง

แต่ในฐานะภรรยา จินจณายอมรับว่า รู้สึกน้อยใจบ้างที่สามีทุ่มเทเวลาที่ผ่านมาให้การปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้

"รู้สึกว่าตัวเองจะตกกระป๋องไปแล้วค่ะ เพราะว่ามิชชั่น (ภารกิจ) ที่อยู่ตรงหน้ามันยิ่งใหญ่จริง ๆ จึงทำให้เขาแทบจะไม่คุยกับเราเลย"

5. เตรียมเขียนหนังสือถอดบทเรียน

เมื่อถามถึงอนาคตหลังจากนี้ จินจณาบอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้เป็นความร่วมมือของผู้เชี่ยวชาญทั้งในประเทศและต่างประเทศ และถือว่าเป็นกรณีศึกษาครั้งแรกของไทยและอาจจะเป็นครั้งแรกของโลกในการช่วยเหลือคนติดภายในถ้ำที่น้ำท่วม

ตามที่ได้พูดคุยกันกับผู้ว่า ฯ ณรงค์ศักดิ์ เขาคิดว่า จะถอดบทเรียนของวิกฤตในครั้งนี้ ให้กลายเป็นบทเรียนเพื่อเป็นองค์ความรู้ เพื่อเผยแพร่ และแบ่งปันสู่สาธารณะ

"ทุกคนในประเทศและในโลกได้เห็นการบริหารจัดการในภาวะคับขันครั้งนี้ หลังจากนี้ท่านอยากจะถอดบทเรียนออกมาให้ชนรุ่นหลัง หรือว่านักวิชาการได้เรียนรู้" เธอกล่าวทิ้งท้าย