อิหร่านเดินหน้าผลิตสารเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเพิ่มแล้ว

คนงานในโรงงานแปรสภาพยูเรเนียมของอิหร่าน เมื่อปี 2005

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, คนงานในโรงงานแปรสภาพยูเรเนียมของอิหร่าน เมื่อปี 2005

อิหร่านระบุว่าเริ่มกระบวนการเพิ่มศักยภาพในการผลิตสารยูเรเนียมเฮกซะฟลูออไรด์ (UF6) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมที่ใช้ผลิตอาวุธนิวเคลียร์แล้วเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. หลังจากสหรัฐฯ ประกาศถอนตัวจากการทำข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่าน แล้วจะใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจในระดับสูงสุด

ผู้อำนวยการขององค์การพลังงานปรมาณูอิหร่านแถลงว่า อิหร่านจะสร้างเครื่องปั่นเหวี่ยงแยกตะกอน (Centrifuge) เพิ่มเติม เพื่อใช้กับกระบวนการดังกล่าวในพื้นที่โครงการนิวเคลียร์หลักของประเทศที่เมืองนาทานซ์ (Natanz) โดยจะเร่งลงมือประกอบเครื่องปั่นเหวี่ยงแยกตะกอนจำนวนมากให้เสร็จสิ้นภายในเวลาไม่กี่เดือนข้างหน้า

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้น หลังจากที่อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุด มีคำสั่งให้รัฐบาลเร่งรัดกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับศักยภาพในการพัฒนานิวเคลียร์ให้เดินหน้าได้เร็วขึ้น เพื่อเป็นทางเลือก "ในกรณีที่มีความจำเป็น" ซึ่งคำพูดของผู้นำอิหร่านนี้ อาจหมายถึงกรณีที่มีการล้มเลิกข้อตกลงนิวเคลียร์กับนานาชาติอย่างสิ้นเชิง

ภาพภายในโรงงานแปรสภาพยูเรเนียมของอิหร่าน เมื่อปี 2005

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ภาพภายในโรงงานแปรสภาพยูเรเนียมของอิหร่านที่เมืองนาทานซ์ เมื่อปี 2005

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอิหร่านยืนยันว่าการยกระดับศักยภาพในการผลิตสารเสริมสมรรถนะยูเรเนียมครั้งนี้ ยังเป็นไปตามข้อกำหนดในข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านอยู่ ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวอนุญาตให้อิหร่านสร้างเครื่องปั่นเหวี่ยงแยกตะกอนได้บางส่วน และต้องไม่นำมาใช้งานภายในระยะเวลา 10 ปีแรก

ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ประกาศถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน (JCPOA) ซึ่งได้ทำไว้กับภาคี 6 ชาติเมื่อปี 2015 โดยข้อตกลงนี้มีจุดมุ่งหมายให้นานาชาติยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่าง ๆ แลกกับการที่อิหร่านจะถูกจำกัดปริมาณการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ในระดับที่จะทำให้ไม่สามารถผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้อีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม การถอนตัวของสหรัฐฯ ออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ดังกล่าว อาจนำไปสู่การที่สหรัฐฯกลับมาใช้มาตรการคว่ำบาตรอิหร่านอีกครั้ง ทำให้ชาติผู้ลงนามในข้อตกลงที่เหลือคือสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส รัสเซีย เยอรมนี จีน ต้องเร่งหาทางเจรจาเพื่อไม่ให้อิหร่านล้มเลิกข้อตกลงดังกล่าวตามไปด้วย

สถานที่ทางนิวเคลียร์หลักของอิหร่านที่เมืองนาทานซ์ (Natanz) ปัจจุบันใช้ผลิตยูเรเนียมที่เสริมสมรรถนะในระดับต่ำเท่านั้น

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, สถานที่ทางนิวเคลียร์หลักของอิหร่านที่เมืองนาทานซ์ (Natanz) ปัจจุบันใช้ผลิตยูเรเนียมที่เสริมสมรรถนะในระดับต่ำเท่านั้น

ก่อนหน้านี้ผู้นำสูงสุดของอิหร่านกล่าวว่า ประเทศของตนไม่สามารถร่วมเจรจาตกลงใด ๆ กับสหรัฐฯ ได้อีกต่อไป "อิหร่านไม่สามารถทำข้อตกลงกับรัฐบาลที่ถอนการลงนามของตัวเองและละเมิดสัญญาระหว่างประเทศได้อย่างง่ายดาย แถมยังไปคุยโวโอ้อวดใหญ่โตทางโทรทัศน์เหมือนกับเล่นละครอีกด้วย"

อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ยังได้เสนอเงื่อนไขหลายข้อแก่ชาติภาคีที่ยังเหลืออยู่ เพื่อแลกกับการที่อิหร่านจะยังคงปฏิบัติตามข้อตกลงนิวเคลียร์ต่อไป โดยเงื่อนไขเหล่านี้รวมถึงข้อเรียกร้องให้ชาติยุโรปปกป้องการค้าน้ำมันของอิหร่านจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ โดยช่วยรับซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่านต่อไป รวมทั้งให้บรรดาธนาคารของยุโรปคุ้มครองธุรกรรมการค้ากับอิหร่าน

นอกจากนี้ อิหร่านยังเรียกร้องให้สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเยอรมนี ให้คำมั่นว่าจะไม่เจรจากดดันให้อิหร่านยกเลิกโครงการพัฒนาขีปนาวุธและดำเนินความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องภายในภูมิภาคของตน ซึ่งเรื่องนี้เป็นข้อเรียกร้องหนึ่งจากทางสหรัฐฯ ด้วย

หากชาติภาคีซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศในยุโรปไม่สามารถทำตามเงื่อนไขดังกล่าวได้ ทางการอิหร่านระบุว่าจะเริ่มกระบวนการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมอีกครั้ง โดยอาจทำไปถึงระดับที่ยูเรเนียมมีความบริสุทธิ์ 20% ซึ่งเกินจากข้อกำหนดในข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ให้ทำได้ไม่เกิน 3.67% เท่านั้น

แต่อย่างไรก็ตาม ระดับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมที่ว่านี้ยังห่างไกลจากระดับความบริสุทธิ์ 90% ซึ่งจะทำให้ยูเรเนียมดังกล่าวมีคุณภาพเป็นวัสดุสำหรับการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้