ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ มีพระประสูติกาลพระโอรส

ที่มาของภาพ, Reuters
แคทเธอรีน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ และเจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ เสด็จไปยังโรงพยาบาลเซ็นต์แมรี ในกรุงลอนดอน เมื่อเช้าตรู่วันนี้ (23 เม.ย.) และเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์เพิ่งมีพระประสูติกาลพระโอรส
พระโอรสพระองค์ใหม่ ประสูติเมื่อ 11.01 น. ตามเวลาท้องถิ่น และมีน้ำหนัก 3.82 กิโลกรัม
พระตำหนักเคนซิงตันออกแถลงการณ์ว่าขณะนี้แคทเธอรีน และพระโอรส ทรง "มีพระพลานามัยดี" และเจ้าชายวิลเลียมทรงอยู่ในห้องคลอดขณะดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ทรงมีพระประสูติกาล
ดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ทรงมีพระโอรสและพระธิดา ด้วยกันอยู่แล้วสองพระองค์คือ เจ้าชายจอร์จ พระชันษา 4 ปี และเจ้าหญิงชาร์ลอตต์ พระชันษา 2 ปี ส่วนทายาทพระองค์ใหม่นี้ จะทรงเป็นรัชทายาทลำดับที่ 5 แห่งราชบัลลังก์อังกฤษ และเป็นพระราชปนัดดา (เหลน) พระองค์ที่ 6 ในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างทรงครรภ์ครั้งนี้ ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ พระชนมายุ 36 พรรษา ทรงมีอาการอาเจียนอย่างรุนแรง เช่นเดียวกับการทรงครรภ์ 2 ครั้งก่อนหน้านี้ และทำให้ต้องทรงงดปฏิบัติพระกรณียกิจ

ที่มาของภาพ, Reuters
ขณะนี้ยังไม่ทราบพระนามพระโอรสพระองค์ใหม่ แต่บรรดาสถานรับพนันในอังกฤษรับพนันหลายพระนาม อาร์เธอร์ อัลเบิร์ต เฟรเดอริค เจมส์ และฟิลิป
อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อว่าพระนามของทายาทพระองค์ล่าสุดนี้ น่าจะสะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์กับครอบครัวมิดเดิลตัน หลังจากที่ดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ทรงเลือกพระนามพระโอรสและพระธิดาสองพระองค์แรกตามธรรมเนียมดั้งเดิม ที่ตั้งพระนามตาม สมาชิกราชวงศ์ในอดีต
ผู้สื่อข่าวรายงาน การที่ทายาทพระองค์ที่ 3 จะได้ขึ้นครองราชย์นั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมาก และไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในราชวงศ์วินด์เซอร์
อย่างไรก็ดี พระเจ้าวิลเลียมที่ 4 ซึ่งเป็นทายาทพระองค์ที่ 3 ของพระเจ้าจอร์จที่ 3 และสมเด็จพระราชินีชาร์ลอต ทรงสืบทอดราชสมบัติในช่วงปี 1830-1837 ขณะมีพระชนมายุ 64 พรรษา โดยเป็นการสืบทอดราชสมบัติต่อจากพระเชษฐา คือพระเจ้าจอร์จที่ 4 ซึ่งไม่มีรัชทายาท และเจ้าชายเฟรเดอริค ดยุค แห่งยอร์ค พระเชษฐาอีกพระองค์ สิ้นพระชนม์ไปก่อน








