เปิดชีวิต "แรงงานทาสเกาหลีเหนือ" ในต่างประเทศ คาดส่งเงินกลับไปหนุนโครงการนิวเคลียร์ของคิมจองอึน

ที่มาของภาพ, GIUSEPPE CACACE/AFP/Getty Images
อดีตนักการทูตเกาหลีเหนือกล่าวหารัฐบาลเกาหลีเหนือว่าส่ง "แรงงานทาส" ออกมาทำงานในประเทศต่าง ๆ เพื่อนำเอาเงินไปใช้ในโครงการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ โดยเฉพาะหัวรบนิวเคลียร์ข้ามทวีป
แต ยอง โฮ อดีตผู้ช่วยทูตเกาหลีเหนือที่ประจำที่ลอนดอนให้สัมภาษณ์กับทีมบีบีซีพาโนรามากล่าวหาคิมจองอึน ผู้นำสูงสุดและรัฐบาลเกาหลีเหนือว่านำเงินที่ได้มาจากแรงงานส่งออกมาใช้สำหรับ "ความฟุ่มเฟือยส่วนตัวของครอบครัวผู้นำคิม โครงการนิวเคลียร์ และกองทัพ"
จากข้อมูลที่รวบรวมโดยบีบีซีพาโนรามา ซึ่งทำข่าวสืบสวนสอบสวนมานานกว่าสองปีเพื่อขุดคุ้ยเกี่ยวกับเรื่อง "กลุ่มทาสที่เกาหลีเหนือปกปิด" หรือ "North Korea's secret slave gangs" คาดว่ามีแรงงานเกาหลีเหนือราว 150,000 คนถูกส่งมาทำงานนอกประเทศ และส่งเงินกลับไปให้รัฐบาลของตนเองหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อปี ซึ่งเงินส่วนใหญ่ถูกใช้ไปในโครงการนิวเคลียร์ของคิมจองอึน ผู้นำเกาเหลีเหนือ
"หากว่าเงินถูกใช้ไปเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ เศรษฐกิจเกาหลีเหนือก็น่าจะดีกว่านี้มาก แต่เงินเหล่านั้นหายไปไหนกันเล่า" แต ยอง โฮ ตั้งคำถามในระหว่างการสัมภาษณ์
แรงงานส่งออกของเกาหลีเหนือเป็นแหล่งรายได้สำคัญของประเทศ ซึ่งกำลังประสบกับปัญหาทางด้านการเงินและความยากลำบากทางเศรษฐกิจ เพราะความล้มเหลวในการพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาลเกาหลีเหนือ และมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของสหประชาชาติ (ยูเอ็น)ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2006 เพื่อบีบให้ยุติโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

ที่มาของภาพ, AFP
เมื่อปี 2015 สหประชาชาติก็ได้ออกรายงานว่ามีชาวเกาหลีเหนืออย่างน้อย 50,000 คนถูกส่งไปต่างประเทศเพื่อทำงานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ
มาร์ซูคี ดารุสแมน ซึ่งเป็นผู้สอบสวนหาความจริงพิเศษด้านแรงงานที่เกี่ยวข้องกับเกาหลีเหนือของสหประชาชาติกล่าวเมื่อเสนอผลรายงานว่าสภาพการทำงานก็ย่ำแย่ จนเกือบจะเหมือนแรงงานทาส เนื่องจากได้เงินน้อยมากและทำงานหนักถึง 20 ชั่วโมงต่อวัน ในขณะที่บริษัทต่างชาติผู้ว่าจ้างแรงงานเกาหลีเหนือต้องจ่ายเงินจำนวนที่สูงกว่าที่ให้กับแรงงานมายังรัฐบาลเกาหลีเหนือโดยตรง
เขาประเมินว่าเกาหลีเหนือได้รับเงินราว 1.2 - 2.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปีจากระบบการส่งคนงานไปทำงานในต่างประเทศเช่นนี้ ส่วนใหญ่คนงานจะถูกส่งออกไปทำงานในอู่ต่อเรือ และโครงการก่อสร้างต่าง ๆ ใน 40 ประเทศทั่วโลก

ที่มาของภาพ, AFP/GETTY
ทีมบีบีซีพาโนรามาลงพื้นที่ทั้งจีน รัสเซียและโปแลนด์ ซึ่งเชื่อว่ามีแรงงานเกาหลีเหนืออยู่เป็นจำนวนมาก
ที่เมืองวลาดิวอสตอกในรัสเซีย นักข่าวได้พบกับแรงงานเกาหลีเหนือกลุ่มหนึ่งอยู่ที่พักแรงงาน เกือบทั้งหมดไม่ยอมพูดกับคนแปลกหน้า แต่มีชายคนหนึ่งตัดสินใจที่จะคุยด้วยโดยไม่ยอมให้ชื่อ เขาบอกว่าที่นี่ คนงานได้รับการปฏิบัติต่อราวกับเป็นสุนัข พวกเขาต้องกล้ำกลืนอดทน และ "ต้องลืมความเป็นมนุษย์ไปให้หมด"
เขาบอกว่าเงินที่หาได้เกือบทั้งหมดต้องส่งให้กับรัฐบาล โดยได้รับการฝังหัวว่า "เป็นหน้าที่ต่อพรรค" บางทีก็เรียกว่า"หน้าที่แห่งการปฏิวัติ" คนที่ไม่ส่งเงินให้รัฐบาลจะไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้ต่อไป
เขาบอกอีกว่าจำนวนเงินที่ต้องให้รัฐบาลเมื่อสิบปีก่อนตกราว 260 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 7,800 บาท) แต่ตอนนี้ขึ้นเป็นสองเท่าแล้ว

ที่มาของภาพ, Getty Images
ส่วนที่เมืองสเคชชินในโปแลนด์ ซึ่งคาดว่ามีคนงานเกาหลีเหนือทำงานอยู่ราว 800 คน ทำงานเป็นช่างเชื่อมและแรงงานทั่วไปในอู่ต่อเรือหลายแห่ง
ทีมนักข่าวปลอมตัวเป็นนายหน้าจากบริษัทหางานไปติดต่อหัวหน้าคนงานเกาหลีเหนือ เขาให้ข้อมูลว่าคนงานเหล่านี้อยู่ในโปแลนด์ก็เพราะมาทำงานเท่านั้น ในวันหยุดจะไม่ได้รับค่าแรง และถ้าต้องทำให้ทันเส้นตายก็จะทำงานโดยไม่หยุดพัก "ไม่เหมือนคนโปแลนด์ที่ทำงานแปดชั่วโมงต่อวันแล้วก็กลับบ้าน คนงานเกาหลีเหนือทำงานนานกว่านั้นหรือจนกว่างานจะเสร็จ"
เมื่อบีบีซีพาโนรามาสอบถามไปยังสถานทูตเกาหลีเหนือที่กรุงวอร์ซอ เมืองหลวงของโปแลนด์ ก็ได้รับคำตอบว่าคนงานเกาหลีเหนือทำงานภายใต้กฎหมายของโปแลนด์ รวมทั้งระเบียบของสหภาพยุโรปอย่างเคร่งครัด ส่วนรัฐบาลโปแลนด์ก็บอกว่าตรวจสอบคนเหล่านี้เป็นระยะ และไม่มีอันใดที่บ่งว่าเงินรายได้ถูกส่งกลับไปที่เกาหลีเหนือ และบอกด้วยว่าตอนนี้ได้หยุดให้ใบอนุญาตการทำงานใหม่แก่คนเกาหลีเหนือแล้ว
เมื่อเกาหลีเหนือประสบปัญหาขาดแคลนเงินต่างประเทศเพราะถูกสหประชาชาติลงมติคว่ำบาตรจากโครงการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ การส่งคนงานออกไปนอกประเทศเป็นการหารายได้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศหลักอย่างหนึ่งของเกาหลีเหนือ แม้ว่าสภาพการทำงานจะยากลำบาก แต่การได้ออกมาทำงานนอกประเทศก็ถือว่าโชคดีมากสำหรับคนที่ไม่มีโอกาสหางานทำในประเทศ

ที่มาของภาพ, FREDERIC J. BROWN/AFP/Getty Images
ข้อมูลที่ได้จากแรงงานเกาหลีเหนือที่แปรพักตร์แล้วบอกว่าต้องแบ่งรายได้ให้แก่รัฐบาลอย่างน้อยสองในสาม รัฐบาลเกาหลีเหนือใช้บริษัทเฉพาะรายในประเทศผู้ว่าจ้างเพื่อจัดการเรื่องสัญญาการว่าจ้างเป็นพิเสษ
นอกจากนี้ระบบคัดเลือกคนงานก็เข้มงวดมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะคัดเลือกผู้ชายที่มีครอบครัวแล้ว และรัฐบาลยังตั้งระบบสอดส่องในประเทศผู้ว่าจ้างอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการหนี จริง ๆ แล้วพวกเขาก็ไม่กล้าหนีเพราะกลัวว่าครอบครัวของพวกเขาในเกาหลีเหนือจะถูกลงโทษ
แต ยอง โฮ กล่าวว่า ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเงินที่คนงานเหล่านั้นทำได้บางส่วนส่งกลับมาให้ครอบครัวในเกาหลีเหนือเพื่อให้อยู่รอด "แต่เราควรจะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรเพื่อสิ่งนี้หรือไม่ และจะมีวิธีอื่นอีกไหมที่จะหยุดยั้งการพัฒนาโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธข้ามทวีปของรัฐบาลเกาหลีเหนือ"









